ข่าว

อภิสิทธิ์เชื่อพธม.ห่วงเสียดินแดนพระวิหาร

อภิสิทธิ์เชื่อพธม.ห่วงเสียดินแดนพระวิหาร

19 ธ.ค. 2553

"นายกฯเชื่อพธม.ห่วงเสียดินแดน ปัดรัฐบาลกลัวเสียหน้าต้องยกเลิกเอ็มโอยู รับเป็นคนจริงผิดพลาดยอมรับตรงมีเอกสารชี้แจงได้ ยันไม่เคยสั่งถอนทหารไปรับแผนการบริหารปราสาทของกัมพูชา ไฟเขียวให้ชุมนุมได้ตามกรอบกฎหมาย แม่ทัพภาคที่ 2 ออกโรงโต้ข่าวทหารไทยถอนกำลังออกจ

(19ธ.ค.)เมื่อเวลา 09.40 น . ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยังมีการเดินสายรณรงค์เรื่องปราสาทพระวิหาร เพื่อที่จะนำไปสู่การชุมนุมในวันที่ 25 ธ.ค.ว่า   ตนได้ติดตามอยู่   คิดว่า จะหาเวลาในการพูดคุยชี้แจง เหตุผล เพราะว่า ตนเห็นกลุ่มพันธมิตรฯไปทำเอกสาร และมีการตีตารางออกมาว่า ที่เขาเป็นห่วงว่า จะเสียดินแดน เหตุผลก็มี 33 ประเด็น และก็ทำว่า จุดยืนของพันธมิตรฯ ที่มันแตกต่างกับจุดยืนของรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ มี 20 ข้อ ซึ่งใน 20 ข้อ และใน 33 ข้อ ก็มีหลายเรื่องที่มันไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจเป็นความเข้าใจของเขาที่คาดเคลื่อน เช่น กรณีว่า รัฐบาลไปยอมรับแผนที่ไปอะไรต่างๆ

 “ ผมมีเอกสารที่จะไปยื่นยันได้ว่า ไม่เป็นเช่นนั้น ส่วนสภาพความเป็นจริงที่ทางทหารยังยืนยันกับผมว่า ไม่มีกรณีที่ไปถอนทหารออกไปใดๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจชี้แจงกัน ” นายกรัฐมนตรี ระบุ

 เมื่อถามว่า จะไปทำความเข้าใจในการพูดคุยกับแกนนำพันธมิตรฯอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับเขาพร้อมที่จะพบหรือไม่ หากแกนนำพันธมิตรฯ อย่างนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯบอกจะไม่พบกับนายกฯแล้วนั้น ตรงนี้ก็ต้องออกข้อมูล และให้ข้อมูลเป็นระบบมากที่สุด เท่าที่จะทำได้

 เมื่อถามว่า หมายถึงจะมีการทำเอกสารในส่วนของรัฐบาลเพื่อทำการชี้แจง นายกฯ กล่าวว่า ใช่ครับ

 เมื่อถามย้ำว่า ตรงประเด็นใดที่นายกฯ มีความกังวลในการเคลื่อนไหวที่มีออกมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็เข้าใจดีว่า กลุ่มพันธมิตรฯมีความห่วงใยในเรื่องการเสียดินแดน เพราะไปเข้าใจว่า รัฐบาลไปยอมรับแผนที่ ไปถอนทหาร   และปล่อยให้กระบวนการมรดกโลกเดินหน้า   ซึ่งมันไม่จริง ตนเคยเรียนไว้ว่า นโยบายของรัฐบาลบอกชัดเจน ไม่ยอมรับแผนที่ ไม่ถอนทหาร และเดินหน้าในการคัดค้านการเสนอแผนบริหาร ในกรอบของมรดกโลก และทุกเรื่องต้องดำเนินการตลอดเวลา มีหลักฐานยืนยันได้

 เมื่อถามว่า ตอนนี้มีเสียงออกมาว่า ถ้าไม่ปฏิบัติตามในข้อเรียกร้อง จะยกระดับพัฒนาไปสู่การขับไล่นายกฯ  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ก็แปลกใจว่า หากเราสามารถที่จะยืนยันได้ เป้าหมายมันตรงกันคือ การรักษาอธิปไตย วิธีการเป็นเรื่องซึ่งเป็นดุลพินิจของคนทำงาน เหมือนกัน และความเห็นก็ไม่ตรงกันหรอกครับ กลุ่มนี้ที่ไม่ใช่พันธมิตรฯ รัฐบาลก็ต้องตัดสินใจ แต่ยืนยันได้ว่า ไม่มีเรื่องไหนที่เราตัดสินใจบนพื้นฐานที่ไม่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของส่วนร่วม แต่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมทั้งสิ้น เรื่องของมรดกโลกก็เดินหน้าตลอด   ขณะไปน้ำเทินมีโอกาสพบกับตัวแทนทางการของประเทศฝรั่งเศสก็ได้พูด   ซึ่งการพูดคุยก็เป็นไปในทิศทางที่ตรงข้ามกับพันธมิตรฯ ที่บอกว่า ตนไปพูดด้วยซ้ำ

 เมื่อถามว่า มีการกล่าวหาว่า นายกฯ กลัวเสียหน้าจึงไม่ยอมยกเลิกเอ็มโอยู นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีหรอกครับ ตนจะไปเสียหน้าทำไม ถ้าจำเป็นจะต้องทำอะไรก็ต้องทำ ตนไม่มีปัญหา

 “ ผมมีอะไรที่ผิดพลาดก็จะยอมรับตรงๆ อย่างมาตรา 190 ว่า ด้วยการทำสนธิสัญญา เมื่อมีเข้าไปที่มีปัญหาว่า ไปแยกวรรค 2 วรรค 3 ผมผิดพลาดก็บอกตรงๆ ไม่เห็นเสียหน้าอะไร ซึ่งเป็นแนวทางของผม แล้วหาว่า ผมไปรักษาหน้านายกฯชวน ก็เอาอย่างนี้แล้วกันครับ พอจดหมายเอามาให้ดูกันชัดๆว่า   เราเขียนไปแล้วว่า ไอ้คำว่า แผนที่ ซึ่งเป็นผลงานของคณะ กรรมาธิการ ร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-กัมพูชาฯที่ทำสืบเนื่องมาจากสนธิสัญญา เราไม่นับแผนที่ระวางดงรัก ก็เป็นการปฏิเสธอยู่แล้ว ดังนั้นตรงนี้ก็ไม่ทราบว่า จะว่ากันอย่างไร ก็คงต้องเผยแพร่ข้อมูลให้มากขึ้น ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
 เมื่อถามว่า ปีหน้าจะยืนบริหารสถานการณ์ได้ยากขึ้น เพราะเผชิญทั้งเหลืองและแดง นายกฯ กล่าวว่า ก็ธรรมดา เพราะมีกลุ่มคนที่ไม่พอใจ แต่ถ้าทุกคนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบของกฎหมายก็ไม่เป็นไร นี้ก็คือสังคมประชาธิปไตย ความคิดเห็นก็หลากหลาย แต่ขอให้ทุกคนยึดในการปฏิบัติตามกฎหมาย

แม่ทัพภาค2ยันไม่เคยถอนทหารออกจากพื้นที่4.6ตร.กม.พระวิหาร

 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ภายในค่ายสุรนารี อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา พลโทธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่มีสื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวว่ามีการสำรวจพบว่าทหารไทยได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณวัดแก้วสิขาคีรีสวาระ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวปราสาทเขาพระวิหารประมาณ 300 เมตร เนื่องจากมีการส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวไปตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีทหารไทยประจำการอยู่แต่อย่างใดว่า สำหรับกรณีนี้ยืนยันกองทัพภาคที่ 2 ไม่ได้สั่งการให้ถอนกำลังหรือปรับลดกำลังทหารออกจากพื้นที่อย่างที่มีการนำเสนอข่าวแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าขณะนี้มีการปรับแผนลดลการเผชิญหน้าของกำลังทหารทั้ง 2 ฝ่าย โดยการเว้นระยะห่างของทหารทั้ง 2 ประเทศให้อยู่ห่างกันมากขึ้นเพื่อลดความตึงเครียดและหลีกเลี่ยงการปะทะที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ถือเป็นข้อตกลงร่วมกับของทหารฝ่ายไทยกับกัมพูชา ซึ่งก็ส่งผลให้บรรยากาศตามแนวชายแดนดีขึ้นตามลำดับ

 พลโทธวัชชัย กล่าวว่า มีการนำวิธีอื่นๆมาปรับใช้ในการสังเกตการณ์สถานการณ์ในพื้นที่ อาทิการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม การจัดชุลาดตระเวนร่วมกันของทหารทั้ง 2 ฝ่าย เป็นต้น และยังยืนยันว่ายังคงมีกำลังทหารไทยกระจายดูแลพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรอยู่มากกว่า 100 นาย แต่ที่มีการส่งคนไปสังเกตการณ์แล้วไม่พบกำลังทหาร เป็นเพราะทางกองทัพมีการเว้นระยะห่างระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่มขึ้น รวมทั้งการวางกำลังทหารไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในที่โล่งอีกทั้งในบริเวณวัดแก้วสิขาคีรีสวาระ ก็ไม่ได้มีที่มั่นของทหารทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ในพื้นที่แต่อย่างใด ทั้งนี้ยืนยันว่าในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรยังมีทหารไทยประจำอยู่และประเทศไทยไม่เคยเสียดินแดนดังกล่าวให้กับทางฝ่ายกัมพูชาอย่างแน่นอน

  พลโทธวัชชัย กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากความเข้าใจที่คาดเคลื่อนและการให้ข่าวผ่านทางสื่อมวลชนทั้งในประเทศก็ดี รวมถึงฝ่ายกัมพูชาเองก็ดี ทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปจากข้อเท็จจริง ดังนั้นจึงอยากฝากไปยังสื่อมวลชนขอให้เสนอข่าวถึงข้อเท็จจริงที่รอบด้าน และหากอยากรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงก็สามารถติดต่อสอบถามตรงเองได้โดยตรง พร้อมจะตอบทุกข้อสงสัย 

 "ขอยืนยันว่าสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ณ ขณะนี้ทุกอย่างเป็นปกติดี ทหารทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงประชาชนตามแนวชายแดนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และไม่มีสัญญาณที่จะนำไปสู่ความขัดแรงหรือเหตุรุนแรงอย่างแน่นอน เห็นได้จากการเปิดผามออีแดงให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมในวันหยุด เสาร์ - อาทิตย์ ก็ยังไม่พบว่ามีปัญหาใดๆเกิดขึ้น "พลโทธวัชชัยกล่าว

 แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่าหากทางจังหวัดศรีสะเกษต้องการที่จะขอเปิดผามออีแดงเพิ่มในวันธรรมดาก็ส่งเรื่องมาได้ พร้อมที่จะนำเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับทางอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารถึงความเป็นไปได้ และคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาขัดข้อง แต่ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องนี้ส่งมาแต่อย่างใด ทำให้ในขณะนี้ยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมเฉพาะวันหยุด เสาร์ - อาทิตย์ ส่วนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ในส่วนนี้ยังอนุญาตให้เปิดได้เฉพาะในช่วงกลางวันเท่านั้น ส่วนช่วงกลางคืนยังไม่มีการอนุญาตให้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม รวมถึงมีการจัดกิจกรรมรื่นเริงแต่อย่างใด เพราะยังเกรงว่าอาจจะมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีแฝงตัวเข้าไปก่อความวุ่นวายจนอาจบานปลายเป็นความขัดแย้งขึ้นมาอีก เช่นเดียวกับตัวปราสาทเขาพระวิหาร ที่ยังไม่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมแต่อย่างใด เนื่องจากปัญหาต่างๆยังไม่คลี่คลายลง
 
 ส่วนกรณีการช่วยเหลือ 3 คนไทย ที่ถูกศาลกัมพูชาส่งจำคุกเป็นระยะเวลา 18 เดือนนั้น ขณะนี้ทางกองทัพยังคงมีความพยายามที่จะใช้ความสัมพันธ์ทางทหารเพื่อช่วยเหลือ 3 คนไทยให้ได้รับการอภัยโทษกลับสู่แผ่นดินไทยอย่างเต็มที่ โดยในวันที่ 20 ธ.ค.จะเดินทางไปพร้อมกับทางผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งมีกำหนดการเดินทางไปพบปะกับผู้นำทหารสูงสุดของกัมพูชา เพื่อเชื่อมความสัมพันธไมตรี ในโอกาสที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ และจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับทางฝ่ายทหารของกัมพูชาด้วย แนวโน้มจะเป็นไปในทิศทางใดและจะใช้เวลานานแค่ไหนยังไม่สามารถตอบได้ แต่ยืนยันว่ากองทัพภาคที่ 2 จะเดินหน้าช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ
 
 แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้การช่วยเหลือ 3 คนไทยในครั้งนี้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลและมีคำตัดสินออกมาแล้ว ประกอบกับมีข้อมูลว่า 1 ใน 3 คนไทยมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายพัวพันกับแก๊งลักลอบค้าไม้เถื่อนตามแนวชายแดน จึงทำให้การเจรจาช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่อย่างไรก็ตามทางกองทัพยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือ 3 คนไทยให้ได้