ข่าว

"มาร์ค"เชื่อประชาวิวัฒน์นำปฏิรูปไทย

"มาร์ค"เชื่อประชาวิวัฒน์นำปฏิรูปไทย

19 ธ.ค. 2553

นายกรัฐมนตรีผุดโครงการ "หมอหนี้" ให้คำปรึกษาด้านการเงินแก่ประชาชนทั่วไป มั่นใจรัฐบาลมีมาตรการควบคุมต้นทุนการผลิตสินค้า ป้องกันราคาสินค้าปรับตัวสูง ย้ำโครงการรัฐที่เร่งดำเนินการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.ให้ดีขึ้น

วันนี้ (19 ธ.ค.) เวลา 09.00 น. ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" เป็นครั้งที่ 99 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี้

ช่วงที่ 1

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ พบกันอีกครั้งนะครับในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ นะครับ เมื่อสักครู่นี้เป็นสารคดีที่เกี่ยวข้องกับการเข้าไปเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ซึ่งผมขอเรียนว่าทางคณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลได้มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง แล้วก็จะมีท่านรัฐมนตรีนั้นเข้าไปดูแลในพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมกับภาคเอกชนและภาคประชาชนที่เข้ามาช่วยกันทำงานในเรื่องนี้ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเอง คณะรัฐมนตรีก็ได้มีการอนุมัติในเรื่องของเงินช่วยเหลือในเรื่องของภัยแล้งด้วยนะครับ ซึ่งตกค้างมาเพราะว่าปกติแล้วการมีกระบวนการในการตรวจสอบเกี่ยวกับการช่วยเหลือภัยพิบัตินี้จะใช้เวลาพอสมควร แต่ว่าเรื่องน้ำท่วมเราได้เร่งเป็นพิเศษนะครับ และคิดว่าขณะนี้เราก็จะได้กระบวนการใหม่ ซึ่งต่อไปในอนาคตจะทำให้การเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหรือชดเชยความเสียหายต่าง ๆ นั้นทำได้รวดเร็วขึ้น

วันนี้รอบ ๆ ตัวผมก็มีผลิตภัณฑ์ของ OTOP 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์อยู่เป็นจำนวนมาก ก็ขอถือโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องประชาชนไปร่วมในงาน OTOP CITY ซึ่งจะมีขึ้นที่เมืองทองธานี ความจริงก็เริ่มต้นไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ และจะไปสิ้นสุดในวันที่ 26 ธันวาคม และงานนี้ที่มีการจัดขึ้นอยู่เป็นระยะ ๆ ก็ต้องบอกกับพี่น้องประชาชนนะครับว่า ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ยอดขายที่ทำได้ในงานนี้ก็จะเพิ่มพูนขึ้นโดยลำดับครับ ซึ่งก็เป็นสัญญาณที่ดีที่พี่น้องประชาชนนั้นสนใจที่จะให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของชุมชนนะครับ

สำหรับสัปดาห์นี้ในช่วงท้ายของรายการจะเป็นการเก็บบรรยากาศที่ผมได้ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนที่จังหวัดจันทบุรี ในงานของเครือข่ายของสวัสดิการชุมชนในภาคกลาง ซึ่งได้มีการไปติดตามงานที่ขณะนี้เราได้ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายของสวัสดิการชุมชน และกองทุนสวัสดิการชุมชนที่รัฐบาลสมทบเงินให้กับกองทุนต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนรวมตัวกันจัดตั้งขึ้นเองเพื่อสร้างระบบสวัสดิการ และแน่นอนครับเรื่องนี้ก็จะไปเชื่อมโยงต่อไปในอนาคตกับการที่เราจะมีระบบสวัสดิการทั้งในส่วนของชุมชน และในระดับชาติที่เราเรียกกันว่าโครงการบำเหน็จบำนาญประชาชน คือกองทุนเงินออมแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้กฎหมายก็ผ่านชั้นของกรรมาธิการ หรือผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะเข้าสภาฯ เมื่อสภาฯ เปิดขึ้นมาปลายเดือนมกราคมนี้นะครับ

สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมาผมอยากจะเริ่มต้นจากงานทางด้านการปฏิรูปครับ เพราะว่าอาทิตย์ที่แล้วนั่งคุยกับพี่น้องประชาชนที่นี่ ก็ได้หยิบยกเอาประเด็นที่เป็นประเด็นเร่งด่วนที่เราขับเคลื่อน ตอนนี้ก็ไปใช้ชื่อโครงการว่าประชาวิวัฒน์ ซึ่งผมก็ไปปิดโครงการมาในสัปดาห์ที่ผ่านมา และขณะนี้เขาก็กำลังดำเนินการรวบรวมรายละเอียดตัวเลขเพื่อจัดทำเป็นรายงานที่สมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง และรัฐบาลก็พร้อมที่จะประกาศมาตรการนี้ รวมถึงแผนปฏิรูปทั้งหมดซึ่งผมจะได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนในวันนี้ ที่เป็นแผนที่จะมุ่งลดความเหลื่อมล้ำต่าง ๆ เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนครับ

สำหรับงานทางด้านการปฏิรูปนอกเหนือจากในส่วนของประชาวิวัฒน์ที่ได้คุยกันไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้นะครับ ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วเป็นเรื่องค่าครองชีพ เป็นเรื่องของกลุ่มคนผู้ใช้แรงงานที่อยู่นอกระบบ และเรื่องความปลอดภัย สัปดาห์นี้มี 3 เรื่องครับที่ผมได้มีการไปติดตามและมีความก้าวหน้า เรื่องแรกเลยคือเรื่องของระบบสวัสดิการและปัญหาของผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่าง ๆ นอกเหนือจากที่จะได้ชมที่ผมไปติดตามงานของสวัสดิการชุมชนแล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการของพี่น้องประชาชน ได้มีการไปสำรวจตรวจสอบว่าขณะนี้การจัดระบบสวัสดิการต่าง ๆ ให้แก่พี่น้องประชาชนนั้นมีความครอบคลุมแค่ไหนอย่างไร ตั้งแต่นโยบายเรียนฟรี ตั้งแต่นโยบายที่เราให้เบี้ยคนพิการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือการรักษาฟรี ซึ่งประเด็นสำคัญที่ได้มีการสรุปออกมาก็คือว่า จุดที่ยังคงเป็นช่องว่างอยู่นี้จะเป็นจุดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเด็กเล็ก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการดูแลแม่และเด็กตั้งแต่ช่วงของการตั้งครรภ์ ไปจนช่วงประมาณ 3 - 4 ปีแรกของชีวิตนะครับ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะฉะนั้นที่จะต้องเสริมเข้าไปในเชิงมาตรการ ก็จะเป็นเรื่องของการดูแลทั้งหญิงที่ตั้งท้องจนถึงดูแลเรื่องของเด็กเล็ก โดยเฉพาะในเรื่องของโภชนาการ เพราะว่าเป็นที่ชัดเจนนะครับ งานวิจัยทั่วโลกก็เขียนเอาไว้ ค้นพบมาอย่างต่อเนื่องว่าในช่วงดังกล่าวเป็นช่วงที่มีความสำคัญที่สุดต่อการพัฒนาของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือพัฒนาการทางด้านสมอง ก็บังเอิญว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาครับ ก็มีการไปร่วมรณรงค์ในเรื่องของไอโอดีน ซึ่งผมได้ไปด้วยตัวเอง เพราะว่าเรื่องนี้ผมได้ติดตามอย่างใกล้ชิดกับทางกระทรวงสาธารณสุขครับ เรื่องของไอโอดีนนั้นเป็นเรื่องที่เป็นปัญหา ปรากฏว่าในประเทศไทยของเราก็ยังคงมีเด็กและพี่น้องประชาชนที่ตรวจแล้วพบว่ายังขาดสารไอโอดีนอยู่มาก อันนี้เป็นเรื่องที่มีผลกระทบโดยตรงกับพัฒนาการทางสมอง

สิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วในขณะนี้ก็คือการที่ให้มีการประกาศกฎกระทรวงครับ ต่อไปนี้ในเรื่องของเกลือ ในเรื่องของน้ำปลา ในเรื่องของซอสปรุงรสต่าง ๆ นี้จะต้องมีสารไอโอดีนครบถ้วน วิธีนี้จะเป็นวิธีการที่จะทำให้พี่น้องประชาชนโดยทั่ว ๆ ไปและรวมทั้งเด็กและเยาวชนได้รับการไอโอดีนได้ครบถ้วน ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด มีการดำเนินการประกาศกฎกระทรวงนี้ไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม แต่ว่าเรื่องของการที่จะบังคับใช้ และจะมีผลในการตรวจสอบลงโทษต่อไปนี้ก็จะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปีใหม่ ขณะเดียวกันครับเราก็ได้ขอให้ อสม. ทำหน้าที่เป็นทูตไอโอดีนด้วย ก็คือไปทำความเข้าใจรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนได้รับสารไอโอดีนครบถ้วน ส่วนกรณีของหญิงที่ตั้งครรภ์ ตั้งแต่ฝากท้อง เราก็จะมีการแจกสารไอโอดีน รวมกับอีก 2 สารก็คือ ธาตุเหล็ก เพื่อที่จะให้หญิงที่ตั้งครรภ์สามารถที่จะได้รับสารในด้านนี้ครบถ้วน ซึ่งจะเป็นมาตรการสำคัญอีกมาตรการหนึ่ง ขณะเดียวกันครับผมก็ได้กำชับครับว่า ขั้นต่อไปก็ต้องให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาหารสัตว์ เพื่อที่จะให้มาครบถ้วนเป็นวงจร ในการที่เราบริโภคเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากสัตว์ ให้มีการที่ครบถ้วนด้วย อันนี้ก็เป็นงานด้านหนึ่งที่ได้ทำไปแล้ว

ส่วนที่จะต้องทำต่อไปในงานของการปฏิรูปก็คือ จะมีการดำเนินการแผนนี้ให้มีการรณรงค์และมีการส่งเสริมสนับสนุนให้หญิงที่ตั้งครรภ์ไปจนถึงหญิงที่ให้นมลูกในช่วง 3 - 6 เดือนแรก ไปจนถึงเรื่องของโภชนาการของเด็กนั้นมีความครบถ้วนนะครับ ปัจจุบันนี้ผมทราบครับว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งได้มีการดำเนินการโครงการในลักษณะนี้อยู่แล้ว แต่เราจะดูแลว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นทั่วประเทศ เพื่อที่จะเป็นการดูแลสวัสดิการของเด็กแรกเกิด หรือตั้งแต่ก่อนเกิด เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ครบถ้วน ขณะเดียวกันในส่วนของเด็กเล็ก งานอีกด้านหนึ่งซึ่งจะมีการผลักดันอย่างต่อเนื่องก็คือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กครับ ขณะนี้สำรวจตรวจสอบแล้วหลังจากที่รัฐบาลผลักดันไป ก็ยังพบว่ามีอยู่ประมาณ 400 กว่าตำบลซึ่งยังไม่มีเรื่องของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพราะฉะนั้นแผนเร่งด่วนในการปฏิรูปประการหนึ่งก็คือจะดูแลให้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กครบถ้วนในทุกตำบล ขณะเดียวกันมาตรการที่จะต้องเข้ามาเสริมในเรื่องของการที่จะให้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือศูนย์รับเลี้ยงดูเด็กในสถานประกอบการ ในที่ทำงาน ก็จะเป็นงานสำคัญอีกด้านหนึ่ง และจะไปเชื่อมโยงกับการช่วยส่งเสริมเรื่องของสถานภาพของผู้หญิงในที่ทำงานต่าง ๆ ซึ่งความจริงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมก็ได้มีโอกาสประชุมผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลเรื่องของความเสมอภาคของหญิงชาย และมีการมอบนโยบายเช่นเดียวกัน

อันนี้ก็เป็นด้านแรกที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสวัสดิการ และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเราได้ดูแลเป็นพิเศษขณะนี้ แล้วก็จะหยิบยกขึ้นมาเป็นเรื่องเร่งด่วนสอดคล้องกับที่งานของคณะกรรมการปฏิรูป ที่ท่านอดีตนายกฯ อานันท์ทำอยู่กำลังดำเนินการก็คือให้ความสำคัญกับเรื่องของปัญหาที่ทำกิน โดยเฉพาะก็คือจะต้องมีแผนเข้าไปช่วยเหลือกรณีที่มีพี่น้องประชาชนขัดแย้งกับภาครัฐ แล้วขณะเดียวกันก็คือหาแนวทางในการช่วยเหลือพี่น้องที่ไม่มีที่ทำกิน สัปดาห์ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติอีก 2 เรื่องนะครับ ซึ่งถือว่าเป็นความคืบหน้าอย่างมากในการแก้ปัญหานี้ และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ในรัฐบาลนี้

เรื่องแรกก็คือการดำเนินการในเรื่องของการที่จะโอนที่ไปให้สหกรณ์คลองโยงนะครับ ซึ่งจะเป็นพื้นที่แรกที่เราจะดำเนินการในรูปแบบของโฉนดชุมชน อันนี้ก็ผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้วนะครับ เรื่องที่สองก็คือเรื่องของการที่จะมีการจัดตั้งองค์การมหาชนที่เป็นสำนักงานในการบริหารจัดการธนาคารที่ดินครับ ซึ่งตรงนี้จะเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากรอคอย ก็คือแนวคิดเรื่องของธนาคารที่ดิน และตรงนี้ในปีหน้าเราจะพยายามผลักดันเรื่องของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจะเป็นแหล่งที่มาของเงินจำนวนหนึ่งสำหรับธนาคารที่ดินด้วย อันนี้ก็คืองานด้านแรกที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปที่มุ่งไปเรื่องของสวัสดิการ แล้วก็เรื่องของผู้ด้อยโอกาสครับ

ด้านที่สองก็คือด้านที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ตรงนี้นอกเหนือจากงานปฏิรูปการศึกษาซึ่งก็มีการดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ก็ได้วางยุทธศาสตร์เกือบครบถ้วนในทุก ๆ ด้าน สัปดาห์ที่ผ่านมาผมก็ได้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมด้วยแล้วนี้ ก็จะมีสองประเด็นครับที่ถูกหยิบยกออกมาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรากำลังมีความเป็นห่วงในเรื่องของคุณภาพการศึกษา และความสามารถที่เราจะทำให้คนของเราได้มีการเรียนรู้อย่างทั่วถึง สองประเด็นที่ถูกหยิบยกออกมาเป็นพิเศษนะครับ ประเด็นแรกก็คือกลุ่มเด็กเยาวชน หรือแม้แต่ประชาชนที่ยังขาดโอกาสในเรื่องของการศึกษา เพราะฉะนั้นได้มีการจัดทำแผนในการที่จะเข้าถึงและสร้างการศึกษาทางเลือก หรือกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นทางเลือกให้กับคนเหล่านี้ คนเหล่านี้คือใครบ้างนะครับ ก็มีตั้งแต่เด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดารในชนบท ซึ่งยังคงมีปัญหาในเรื่องของโอกาสทางการศึกษาอยู่ กลุ่มที่สองก็คือกลุ่มของเด็กซึ่งมีปัญหาเพราะว่าครอบครัวโยกย้ายถิ่นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงงานที่มีการโยกย้ายกันไปกันไป ไซด์ก่อสร้างอะไรต่าง ๆ ก็จะมีการจัดทำแผนเพื่อดูแลว่าเด็กที่อยู่กับผู้ปกครองหรือพ่อแม่ในพื้นที่เหล่านี้ได้รับการศึกษาด้วยเช่นเดียวกัน กลุ่มที่สามก็คือเด็กและเยาวชนครับ ซึ่งความจริง เดิมอยู่ในระบบโรงเรียนนะครับ แต่ปรากฏว่าในช่วงสมมติว่าเข้าไป ป.1 ปรากฏว่ากว่าจะถึง ม.ปลาย มีเด็กจำนวนมากมีการประมาณการสูงถึง อาจจะถึงกับร้อยละ 40 ที่ในที่สุดแล้วไม่สามารถที่จะเรียนจนครบ จนถึง ม.ปลายได้ ออกมาอาจจะเป็นเพราะว่ามีปัญหาเรื่องการเรียน มีปัญหากับสถานศึกษา เด็กเหล่านี้ก็เป็นเด็กที่ขาดโอกาส และหลายคนเลยเข้าไปอยู่ในวงจรของเรื่องของอาชญากรรม เรื่องของปัญหาการค้าขายยาเสพติด หรือเรื่องอื่น ๆ ซึ่งตรงนี้ก็จะมีการดำเนินการจัดทำแผนพิเศษ ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงเด็กในสถานพินิจด้วย กลุ่มต่อมาคือกลุ่มเด็กพิการ ซึ่งควรจะได้รับโอกาสในเรื่องของการเรียนร่วม ก็เช่นเดียวกันครับ จะมีแผนในเรื่องของการดูแลว่าอย่างน้อยในทุกจังหวัดจะต้องได้มีสถานศึกษาที่จัดให้มีการเรียนร่วมได้สำหรับเด็กพิการและเด็กปกติ อันนี้คือด้านแรกที่เกี่ยวกับการศึกษาที่จะไปเติมให้เต็มในเรื่องของแนวคิดของการปฏิรูป เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

ส่วนที่สองครับ คือปัญหาที่ไปเชื่อมโยงกับเรื่องของครู เรื่องของครูนี้ที่เป็นปัญหาคือปัญหาที่ครูต้องทำเรื่องของผลงานเลื่อนวิทยฐานะ แล้วก็พบความเป็นจริงครับว่าสูญเสียเวลาไปจากการเรียนการสอน แล้วก็นอกจากนั้นแล้วพบว่างานที่ทำทางด้านนี้ในที่สุด ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อสนับสนุนในเรื่องของการเรียนการสอนนี้ค่อนข้างน้อย เพราะฉะนั้นเราก็มีโครงการที่จะเติมเต็มที่มาจากงานทางด้านการปฏิรูป ก็คือเรื่องของการที่จะดึงเอาครูให้กลับมาเป็นครูที่สอนนักเรียนนักศึกษา นอกจากโครงการคืนครูให้นักเรียน เราบอกว่าครูสอนดี โดยเราจะให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพื้นที่ เป็นผู้ที่คัดสรรครูที่ได้ทุ่มเทการทำงานทางด้านการเรียนการสอนเป็นพิเศษ และจะมีแรงจูงใจตอบแทนในการที่จะทำให้บุคคลเหล่านี้สามารถที่จะทุ่มเทเวลาได้มากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการปรับปรุงทางด้านการเรียนการสอนและให้เวลากับนักเรียนอย่างแท้จริง งานทั้งสองส่วนนี้ก็เป็นงานของการปฏิรูป

เรามีกลไกใหม่นะครับที่จะเข้ามาช่วยทำงานทางด้านนี้อีกกลไกหนึ่ง ที่เรียกสั้น ๆ ว่าเป็น สศค. ก็จะเป็นองค์กรคล้าย ๆ กับ สสส. ได้มีการประชุมครั้งแรกไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน ตรงนี้เราจะมีเงินจากภาษีเหล้า ภาษีบุหรี่เข้ามาเพื่อสนับสนุนในเรื่องของการเข้าไปเพิ่มในเรื่องของคุณภาพการเรียนรู้ของคน ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มต้นแล้ว มีการได้เงินมาจากกองทุน สสส. ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายที่ตั้งองค์กรนี้โดยกฎหมาย ก็ใช้สำนักงานของ สสส. ได้รับเงินสนับสนุนมา 120 ล้าน ขณะนี้ก็เริ่มเข้าไปในเรื่องของโครงการ ในการที่จะปรับปรุงคุณภาพการเรียนรู้ในโรงเรียนต่าง ๆ โดยทำงานร่วมกับทางท้องถิ่น และก็ภาคเอกชนและภาคประชาชนอย่างใกล้ชิด อันนี้ก็เป็นอีกด้านหนึ่งของงานทางด้านการปฏิรูปที่มีความคืบหน้าไป

ด้านที่สามที่ได้มีการติดตามก็คือเรื่องของความยุติธรรมครับ ปัญหาที่พี่น้องประชาชนยังมีปัญหาในเรื่องของการเข้าถึงบริการที่จะช่วยอำนวยให้ได้รับความยุติธรรมเวลาเกิดเรื่อง เกิดปัญหา เกิดข้อพิพาท ไม่ว่าจะเป็นการมีปัญหาพิพาทกันเอง หรือเป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับภาครัฐ ผมก็ขอเรียนครับว่า แนวทางที่เราจะทำก็คือสนับสนุนสิ่งที่เราเรียกว่ายุติธรรมชุมชนครับ จะมีกลไกเข้าไป เข้าไปในชุมชนต่าง ๆ ขยายไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นศูนย์ที่จะให้คำแนะนำพี่น้องประชาชนในเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบ เป็นศูนย์ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ต่าง ๆ และจะมีการปรับปรุงกระบวนการในการติดตามการร้องทุกข์ที่ไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งมีความจำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดนโยบายแนวทาง มาตรฐาน ที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่องราวร้องทุกข์ต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาจะพบว่าหลายเรื่องจะล่าช้ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่า เรื่องใดก็ตามที่พี่น้องประชาชนร้องมาแล้ว จะช่วยเหลือได้ต้องมีการปรับแก้กฎระเบียบ ต้องมีการตัดสินใจในเชิงนโยบาย ที่ผ่านมาจะมีความล่าช้าก็จะมีการปรับปรุงกระบวนการนี้ 3 เรื่องนี้นะครับเป็นเรื่องที่จะได้ไปติดตามควบคู่กับเรื่องของประชาวิวัฒน์ จัดทำเป็นแผนปฏิรูปทั้งหมด พร้อมที่จะถือว่าเป็นของขวัญให้กับพี่น้องประชาชนในช่วงปีใหม่

ผมขอย้ำนะครับว่าทั้ง 3 ด้านที่พูดในวันนี้ กับอีก 1 ด้านที่ได้พูดก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลายคนไปเข้าใจว่าเป็นการลดแลกแจกแถมอะไร ที่จริงถ้าดูให้ดีนะครับ มาตรการเหล่านี้ใช้งบประมาณน้อยมากครับ แต่เรากำลังเข้ามาแก้ไขในเชิงของโครงสร้าง เพื่ออำนวยในเรื่องของความเป็นธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ในสังคม นั่นคืองานทางด้านการปฏิรูป ความจริงมีงานด้านอื่น ๆ นะครับที่เป็นความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องกับแผนปรองดองด้วย ผมได้ไปรับข้อเสนอในเรื่องของการปฏิรูปสื่อจากคณะทำงานเรียบร้อย จะมีการดำเนินการเร่งรัด ปรับปรุงกฎหมายทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับดูแลทั้งในเรื่องของการที่จะเร่งรัดกฎหมายการคุ้มครองวิชาชีพ รวมไปจนถึงการปรับปรุงให้องค์กรวิชาชีพซึ่งมีหน้าที่ในการกำกับดูแลสื่อด้วยกันเองนั้น มีเขี้ยวเล็บหรือมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันนี้ก็เป็นความคืบหน้าในเกือบทุก ๆ ด้านของงานทางด้านของแผนปรองดองนะครับ

ส่วนงานทางด้านนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คืองานทางด้านเศรษฐกิจ ก็มีเรื่องที่อยากจะเล่าให้กับพี่น้องประชาชนฟังคือว่า ประการแรก รัฐบาลเห็นเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะต้องสกัดกั้นไม่ให้ต้นทุนราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นจากปัญหาเรื่องของราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในตลาดโลก ในที่สุดแล้วขณะนี้ก็ได้ข้อยุติครับว่า ในช่วงหน้าหนาวจากนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ทางกองทุนน้ำมันจะเข้าไปดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มเกิน 30 บาท ซึ่งก็จะทำให้เรื่องของการขนส่ง เรื่องของการขอขึ้นราคาสินค้าจะได้ไม่ตามมา เราถือว่าทำอันนี้คุ้มค่า เพราะไม่งั้นแล้วปัญหานี้จะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน และในที่สุดก็จะลุกลามบานปลายเป็นปัญหาในเรื่องของเงินเฟ้อ ไปกระทบกับเรื่องของแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยตรง ซึ่งผมขอเรียนครับว่า ไม่ต้องห่วงนะครับว่าการทำเรื่องนี้จะขาดเรื่องของวินัย ผมได้บริหารจัดการดูแลร่วมกับทางกระทรวงพลังงาน และกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอดครับ ......