
เรียงความสำคัญ
สัญญาต้องเป็นสัญญาครับ
สัปดาห์นี้ถือโอกาสตอบอีเมลฉบับหนึ่ง อ่านแล้วน่าสนใจเป็นกรณีศึกษาได้ดี แต่ด้วยมารยาทและสิทธิ์ส่วนบุคคล ก็ขอไม่เปิดเผยนาม แต่ไม่ต้องห่วงครับ ผมได้ขออนุญาตเจ้าของเมลแล้ว
เพราะจะว่ากันไป เคสนี้ไม่ใช่ของเขาโดยตรง แต่บังเอิญรับรู้มา เกิดความสงสัย ก็เลยเขียนมาถาม
เรื่องของเรื่อง สมมติให้มีตัวละครนายหนึ่ง ฐานะตอนเด็กไม่จัดว่าดีนัก แต่อาศัยขยันขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย จนจบปริญญาโทได้สมใจ
จวบจนปัจจุบัน เข้าใจว่าทุกอย่างเดินไปได้สวย หน้าที่การงานใหญ่โต ทำงานอยู่บริษัทข้ามชาติเงินเดือนใช้ได้เลย หลักเฉียดแสน
แต่ปัญหาอยู่ที่ไม่มีเงินเก็บ เพราะต้องใช้หนี้บัตรเครดิตที่กดเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายสมัยเรียนโท แถมยังมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนอีกสารพัด ตั้งแต่กินอยู่ ค่าน้ำมัน ค่าท่องเที่ยว
อ่านๆ ไปก็ดูเหมือนราบรื่น เป็นชีวิตปกติที่เห็นได้ จะมาสะดุดก็ตรงย่อหน้าท้ายๆ ที่พระเอกคนนี้ชอบเล่นพระ ที่บ้านสะสมไว้มากมาย เช่ามาถูกบ้างแพงบ้าง
แม้จะเคยโดนถามว่าทำไมไม่เอาเงินก้อนเดียวกันสำรองไว้ใช้ ก็ได้รับคำตอบว่าพระเครื่องนับวันจะมีแต่เพิ่มมูลค่า เกิดฉุกเฉินก็ขายได้ และอีกอย่างถือเป็นเสบียงก้อนใหญ่ เป็นหลักประกันให้ลูก
ก่อนอื่นต้องบอกว่าผมเคารพการตัดสินใจของทุกคน และเชื่อว่าวิจารณญาณในการใช้เงินมีแตกต่างไป ผมจึงไม่ได้ต้องการชี้ผิดถูก เจตนาเพียงแค่ขอเป็นอีกมุมมองให้ขบคิดครับ
ส่วนตัวผมเล่น “พระเครื่อง” ไม่เป็น แต่เคยได้ยินว่าเป็นของสะสมที่มีราคาค่างวด ถึงขนาดบางทีถ้าดีมานด์มาก ราคาก็สูงลิ่ว การสะสมไว้จึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย จะมองเป็นการลงทุนตามที่บอกก็ไม่ผิด
หรือจะมองให้เป็นการออม ผมก็อนุโลม เพราะแม้จะไม่มีดอก หรือศักดิ์ศรีไม่เท่า “เงินฝาก” แต่สภาพคล่อง เข้าใจว่าไม่ขึ้เหร่ เปลี่ยนเป็นเงินสดง่ายยากแตกต่างกัน ตามพระเครื่องแต่ละรุ่น
แต่มีได้ก็มีเสียครับ ตราบใดที่เบสิกยังลุ่มๆ ดอนๆ มีหนี้บัตรเครดิตที่ต้องจ่าย ชีวิตดิ้นรนแบบทู่ซี้ เอาจริงๆ ผมชวนให้ตั้งคำถามว่านี่คือ “การลงทุน” หรือแท้จริงเป็นเหตุผลสนับสนุน “ความชอบ” ส่วนตัว
ไม่ผิดหรอกครับกับการจ่ายบัตรเครดิตแบบขั้นต่ำ หลายคนก็เลือกวิธีนี้ เพราะได้กดเงินมาเรียน หรือใช้บัตรซื้อของมาหมุนในธุรกิจ เพราะผมมองโลกแง่ดี นี่คือการใช้เงินแบบมีเหตุมีผล ซื้ออนาคต
แต่เคสนี้คาบเกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบประมาท มองข้ามช็อตไปไกลเกิน จนหลงลืม และละเลย “เงินเก็บ” ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้
น่าห่วงครับ หากเกิดฉุกเฉินขนาดหนัก และต้องใช้เงินก้อนใหญ่ขึ้นมา ผมไม่แน่ใจว่าการเอาพระขายในตลาดพระช่วงเวลาเร่งด่วน จะได้ราคาสูงตามเจตนา หรือถูกกดราคาก็ได้
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ที่พูดมาทั้งหมด ก็เท่ากับ “ล้มทั้งเพ”
ที่สำคัญ แม้ผมไม่เคยมองดอกเบี้ยเป็น “ศัตรู” แต่ก็ไม่ยอมให้เป็นความคุ้นเคยจนหนีไม่พ้น ผมจะไม่ยอมเป็นหนี้ ถ้าไม่จำเป็น
คีย์เวิร์ดคือ ต้องเรียงความสำคัญใหม่ครับ หลักของผม รีบกลบหนี้ให้หมดก่อน จากนั้นเริ่มทยอยสำรองเงินเก็บไว้ถึงระดับหนึ่ง คราวนี้จะลงทุนหรือสะสมอะไรที่ชอบก็ทำซะ แต่อย่าประมาท
ยังไม่ต้องเชื่อผมก็ได้ แค่เปิดใจคิด แล้วลองปรึกษาผู้ใหญ่ที่ใจเป็นกลาง ก็จะดีไม่น้อยครับ
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



