ข่าว

ผบช.ภ.7ล้างบางตร.นอกรีตเสริมไฮเทคเพิ่มเขี้ยวเล็บ

ผบช.ภ.7ล้างบางตร.นอกรีตเสริมไฮเทคเพิ่มเขี้ยวเล็บ

19 ธ.ค. 2553

กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 นับว่าเป็นกองบัญชาการหลักที่มีความสำคัญในการดูแลพื้นที่ 8 จังหวัดตั้งแต่ จ.นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งการดูแลพื้นที่แต่ละแห่งจะมีความแตกต่างกันตามประเพณีวัฒนธรรม แต่

 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 แม่ทัพใหญ่ในการดูแลพื้นที่ทั้ง 8 จังหวัด ในฐานะผู้ที่มาคุมบังเหียนในพื้นที่ภูธรภาค 7 จึงต้องมีความสามารถและมีศักยภาพสูง ทั้งด้านมุมมองวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการที่จะเข้ามาควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อยในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะการอารักขาขบวนเสด็จ ที่นับว่าเป็นภารกิจหลักของตำรวจภูธรภาค 7 ที่จะต้องคอยถวายการอารักขาความปลอดภัยตลอดเส้นทางการเดินทางขบวนเสด็จ ตั้งแต่ผ่านเข้าเขต อ.พุทธมณฑล ไปตามถนนเพชรเกษม จนสุดปลายทางที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาร่วมใช้ในการเพิ่มศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ด้วยหลักการบริหารและดูแลพื้นที่ในความรับผิดชอบอย่างไร

 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ : นโยบายของตำรวจภาค 7 ได้ยึดหลักตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีการแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะแรก ให้เกิดความสามัคคี ระยะที่ 2 ต้องเห็นผลในระยะ 6 เดือน ระยะที่ 3 ให้เห็นผลในระยะ 1 ปี และระยะที่ 4 ให้เห็นผลภายใน 3 ปี นอกเหนือจากภารกิจหลักในการอารักขาตลอดเส้นทางขบวนเสด็จของทุกๆ พระองค์

 -รูปแบบของการดำเนินการตามนโยบาย

 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ : สำหรับนโยบายระยะแรกกับระยะที่สอง เป็นระยะที่สั้นมาก คือ จะเน้นในเรื่องความสามัคคีในสถาบัน เรื่องของกิจกรรม โครงการพระราชดำริ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวพันกับการพัฒนาบุคลากร อย่างกรณี ตำรวจที่ไม่เอาใจใส่ในหน้าที่การงาน การใช้วาจาพูดจาไม่สุภาพ เราต้องปรับปรุงตั้งแต่ตอนนี้ ให้เปลี่ยนบุคลิกใหม่ ให้อิสระในการเตรียมพร้อมที่จะทำความพึงใจความประทับใจให้แก่ประชาชน เช่น โครงการโรงพักประชาชนจะมีการสุ่มตรวจพฤติกรรมต่างๆ อาจจะดูในเรื่องงานของโรงพัก เรื่องของการให้บริการ เรื่องของการรับโทรศัพท์แจ้งความ การตั้งด่านตรวจซุ่มตรวจ ด้านความสามัคคีก็มีการวางนโยบายในเรื่องของสภากาแฟ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ให้ตำรวจมาร่วมกันพูดคุยกัน ใครมีปัญหาอะไรก็เปิดอกให้มีโอกาสถามพูดคุย ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องจิตอาสา เรามีการจัดกิจกรรมทำความสะอาดรอบคลอง กวาดวัด ซึ่งให้ตำรวจได้ทำกิจกรรมร่วมกันดังนั้นมันก็ให้ความรู้สึกที่ดีแก่ประชาชน

- ช่วงเห็นผลภายใน 1 ปี ทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่

 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ : การทำงานในระยะที่ 3 กับที่ 4 คือให้เห็นผลภายใน 1 ปี และ 3 ปี มันเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ การทดสอบ การเตรียมการ เพราะฉะนั้นโดยร่วมหนึ่งปี จะเป็นเรื่องของตัวเลขของการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ที่ผ่านมาตำรวจในสังกัดภาค 7 ทุกโรงพัก มีความสามารถควบคุมดูแลตัวเลขการเกิดอาชญากรรมและจับกุมได้ใกล้เคียงกัน ซึ่งจากการทดสอบและการให้คะแนนนับว่าส่วนใหญ่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ ส่วนปัญหาก็มีอยู่ว่า ในทางทฤษฎีการประเมินโรงพักได้คะแนนเต็ม แต่ในความพึงพอใจของประชาชน ผลออกมาว่าประชาชนก็ยังไม่พึงพอใจ ไม่ว่าในด้านการให้บริการของโรงพักหรือด้านการสอบสวนก็ตาม ก็ยังไม่เป็นที่พึงพอใจ และปัญหาส่วนใหญ่ที่ภูธรภาค 7 ได้รับเยอะมากก็คือ การร้องเรียนถึงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

-ต้องยกเครื่องอบรมพฤติกรรมตำรวจใหม่

 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ : ขณะนี้ก็กำลังดำเนินการแก้ปัญหาของตำรวจ โดยเริ่มจากการพัฒนาด้านจิตใจ ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งผมก็แค่หวังให้ตำรวจทุกนายตั้งใจและเต็มใจที่จะบริการประชาชน และพร้อมบริการช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมแค่นี้ก็พอแล้ว ซึ่งเราพยายามออกกฎเพื่อพัฒนาเรื่องคุณธรรมให้มากขึ้น

 - ในปี 2554 นี้ จะมีการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ มาเสริมการทำงานอย่างไร

 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ :  หลังจากปีใหม่นี้ จะมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 7 อย่างปฏิทินหมายจับ เราจะมีการใช้ QR.CODE ติดไว้ที่ภาพถ่ายของผู้ต้องหา และสามารถใช้แสงไฟส่องสแกนอ่านประวัติข้อมูลเพิ่มเติมของผู้ต้องหาได้ทันที ซึ่ง QR.CODE นี้ จะเก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดีที่คนร้ายก่อเหตุ ประวัติส่วนตัว ครอบครัว ซึ่งจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผู้ที่จะตรวจสอบข้อมูลคนร้ายในหมายจับต้องใช้แสงไฟสำหรับส่องดู QR.CODE จึงจะเห็นข้อมูลดังกล่าว

 นอกจากนี้ยังเตรียมนำการใช้เทคโนโลยีสเก็ตช์ภาพคนร้าย แบบระบบ CONFERRENCE ที่ผู้เสียหายไม่ต้องเดินทางไกลไปสเก็ตช์ภาพที่กองพิสูจน์หลักฐาน หรือสำนักงานวิทยาการ หรือที่กองบังคับการ แต่จะใช้การสเก็ตช์ภาพทางไกลผ่านจอคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงกับทางสถานีตำรวจที่เกิดเหตุ ซึ่งผู้เสียหายจะได้รับความสะดวกและเห็นภาพคนร้ายตามลักษณะที่บอกกล่าวได้เช่นเดียวกัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการสเก็ตช์ภาพก็จะทำงานได้เสมือนผู้เสียหายมานั่งให้รายละเอียดอยู่ด้วยกัน ซึ่งการสเก็ตช์ภาพออนไลน์ จะทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามจับกุมคนร้ายมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 - มีการตรวจที่เกิดเหตุแบบออนไลน์ด้วยจะมีประสิทธิภาพเพียงใด

 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ : เทคโนโลยีไฮเทคของการตรวจสถานที่เกิดเหตุแบบออนไลน์ จะใช้วิธีการดูภาพสถานที่เกิดเหตุจากกล้องออน ไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อความรวดเร็วในการประชุม สั่งการติดตามคนร้ายโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางข้ามจังหวัด ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกระชับ รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในคดีนั้นๆ หรือพนักงานสอบสวน ซึ่งกำลังตรวจสถานที่เกิดเหตุ สามารถใช้กล้องออนไลน์ภาพผ่านคอมพิวเตอร์มายังห้องประชุม เพื่อวางแผน วิเคราะห์สถานที่เกิดเหตุได้ทันที และผมได้เตรียมจะจัดโครงการอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจในการใช้เทคโนโลยีไฮเทคเหล่านี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนมีความสามารถใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างชำนาญและมีประสิทธิ ภาพในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสูงสุด

     อริย์ธัช พรอัศวโยธิน  : รายงาน