
"ปราบมาเฟีย"ขอเป็นของขวัญปีใหม่
ประเทศไทยมีประชากร 64 ล้านคน แต่มีแรงงานในระบบ ประมาณ 9 ล้านคน ส่วนแรงงานนอกระบบประเมินกันว่ามีจำนวนสูงถึง 20 ล้านคน รัฐบาลอภิสิทธิ์เล็งเห็นช่องว่างตรงนี้ จึงผลักดันมาตรการดูแลแรงงานนอกระบบ โดยเฉพาะ "วินมอเตอร์ไซค์-แท็กซี่-แม่ค้าหาบเร่" แต่คำถามคือ คนเหล่
มาตรการช่วยเหลือเบื้องต้นนั้น จะแตกต่างกันไป เช่น "จักรยานยนต์รับจ้าง" จัดให้มี 1.จัดทำป้ายเหลือง และขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ลดภาระการจ่ายค่าเช่าเสื้อวินไปประมาณเดือนละ 1,000-2,000 บาท 2.ตั้งวินจักรยานยนต์ใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย และมีที่พักสะอาด น้ำดื่ม ฯลฯ ส่วน "รถแท็กซี่" นั้น จัดให้ผ่อนรถในราคาไม่เกิน 400-500 บาทต่อวัน พร้อมวงเงินประกันชีวิตแท็กซี่ 2,000 คนในวงเงิน 1,600 ล้านบาท จัดให้มีแท็กซี่วีไอพียกระดับการบริการที่สูงขึ้น ฯลฯ สำหรับ "หาบเร่แผงลอย" จะเน้นไปที่เปิดจุดผ่อนผันถูกกฎหมาย 200 จุด ภายใน 3 เดือน และเพิ่มเป็น 1,000 จุดภายใน 1 ปี ให้จ่ายค่าแผงไม่เกิน 3,000-5,000 บาทต่อเดือน มีการออกใบอนุญาตค้าขายด้วย
นอกจากนี้ นายกฯ อภิสิทธิ์ยังระบุว่า รัฐบาลจะเปิดทางเลือกให้แรงงานนอกระบบสามารถเข้าถึงสิทธิประกันสังคมได้ เช่น การลดเงินที่แรงงานจะจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมตามมาตรา 40 และอาจให้จ่ายเงินสมทบน้อยลง แลกกับการไม่ได้รับสิทธิบางอย่าง เช่น เงินบำเหน็จชราภาพ ฯลฯ
"คม ชัด ลึก" ออกสำรวจความคิดเห็นของแรงงานนอกระบบกลุ่มเป้าหมาย พบว่า บางคนถูกใจแต่บางคนยังสงสัยว่าจะเป็นแค่นโยบายหาเสียงเท่านั้น
นายนรินทร์ ร่มลำดวน วัย 37 ปี ขับแท็กซี่มานานกว่า 4 ปี เชื่อว่า เป็นนโยบายที่ดีหากแท็กซี่จะมีประกันสังคมและมีรถเป็นของตัวเอง ทุกวันนี้เขามีค่าใช้จ่ายเช่ารถวันละ 600 บาท ค่าแก๊สและล้างรถ 200 บาท มีรายได้ประมาณวันละ 1,000 กว่าบาท หักรายจ่ายแล้วเหลือประมาณวันละ 300-400 บาท อยากให้รัฐบาลช่วยให้มีรถแท็กซี่เป็นของตัวเอง ส่วนเรื่องแท็กซี่วีไอพีควรวิ่งตามท้องถนนได้ ไม่ควรต้องจอดรอเรียกอย่างเดียว เพื่อให้มีลูกค้าตลอดวัน เช่นเดียวกับ นายวิทยา เนตรนวล คนขับรถแท็กซี่ วัย 40 ปี อยากให้รัฐบาลควบคุมปริมาณแท็กซี่ ส่วนแท็กซี่วีไอพีนั้น อยากให้วิ่งหาผู้โดยสารตามท้องถนนได้เหมือนแท็กซี่ทั่วไป เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้โดยสารที่อยากนั่งรถสบายกว่าแท็กซี่ปกติทั่วไป
ส่วนมุมมองของจักรยานยนต์รับจ้างนั้น ส่วนใหญ่อยากให้มีการปราบปรามมาเฟีย เพราะในแต่ละเดือนพวกเขาต้องจ่ายเงินให้พวกนี้ไม่ต่ำกว่า 700 บาทถึง 7,000 บาท แล้วแต่จำนวนผู้โดยสาร เช่น วินจักรยานยนต์เซ็นทรัลบางนา จ่ายเงินให้มาเฟียเดือนละ 700 บาท ขณะที่วินจักรยานยนต์หน้าซอยอ่อนนุชต้องจ่ายถึงเดือนละ 6,000 บาท หากเป็นหน้าซอยทองหล่อต้องจ่ายสูงถึง 7,000 บาทต่อเดือน "ชัย" จักรยานยนต์รับจ้างบริเวณรถไฟฟ้าอ่อนนุช เล่าว่า นโยบายที่รัฐบาลออกมาเป็นสิ่งที่ดี แต่กลัวว่าจะไม่ต่อเนื่องถ้าเปลี่ยนรัฐบาล สิ่งที่อยากได้ในตอนนี้คือให้กำหนดหลักเกณฑ์การขึ้นป้ายทะเบียนให้ชัดเจน ส่วนเรื่องการลดค่าเช่าเสื้อวินนั้น อาจทำให้จำนวนจักรยานยนต์รับจ้างเพิ่มมากขึ้นจนแย่งลูกค้ากันเอง นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ควบคุมราคาให้แน่นอนว่ากิโลเมตรละเท่าไร ที่ผ่านมา กำหนดราคากิโลเมตรแรก 20 บาท แต่หลังจากนั้นให้กำหนดกันเอง ซึ่งควรจะกำหนดให้ชัดเจนเลยว่ากิโลเมตรต่อไปจะคิดราคาเท่าไร
ด้านกลุ่มหาบเร่แผงลอย อย่างนางบุญชุม แม่ค้าปลาเค็ม วัย 57 ปี ที่หากินในซอยอ่อนนุช เห็นด้วยกับนโยบายขึ้นทะเบียนแม่ค้าและสามารถกู้เงินได้ แต่อยากให้มีดอกเบี้ยต่ำ เพราะตอนนี้กู้นอกระบบร้อยละ 10 ต่อเดือน ส่วนเรื่องจุดผ่อนผันขายสินค้านั้น คงทำไม่ได้เพราะแม่ค้าหาบเร่ไม่ได้มาเดินขายที่เดิมทุกวัน ขณะที่แม่ค้าขายขนมจีนในตลาดนัดแห่งหนึ่งเปิดเผยว่า ตนและสามีขายขนมจีนเฉพาะกลางวัน เสียค่าเช่าแผงวันละ 350 บาท หักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วเหลือเงินประมาณเดือนละหมื่นกว่าบาท ซึ่งไม่ค่อยจะพอค่าใช้จ่ายในบ้าน บางครั้งต้องกู้เงินดอกร้อยละ 20 บาทต่อเดือน
"เห็นด้วยกับเรื่องให้แม่ค้ามีประกันสังคม แต่ควรจ่ายไม่เกินเดือนละ 500 บาท ส่วนเรื่องจุดผ่อนผันที่ถูกกฎหมายนั้น รัฐบาลคงทำไม่สำเร็จเพราะที่ผ่านมาเคยไปลองขายในพื้นที่ที่จัดให้แล้ว แต่ไปได้ไม่เกิน 3-5 วันก็เลิกไป เพราะไม่มีคนมาซื้อ ถ้ารัฐบาลมีนโยบายจัดจุดผ่อนผันก็ควรเลือกพื้นที่ค้าขายที่มีลูกค้ามาเดินเยอะๆ ด้วย ส่วนค่าเช่าแผงไม่จำเป็นต้องถูกมากก็ได้ ต่อให้วันละ 1,000 บาทก็พร้อมจ่าย ขอให้เป็นแหล่งที่มีลูกค้ามาจับจ่ายซื้อของ ถ้ารัฐบาลทำได้จะถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนหาเช้ากินค่ำจริงๆ" แม่ค้าขนมจีนกล่าวทิ้งท้าย



