
"มาร์ค"จี้ตร.ปราบยา-ตู้ม้าเป็นของขวัญปชช.
"อภิสิทธิ์"มอบนโยบายผกก.ทั่วประเทศ ปราบยาเสพติด-ตู้ม้า ให้เป็นของขวัญปีใหม่ประชาชน อ้อนตำรวจมีความหมายมากในการทำปชต.ให้เรียบร้อย ระบุ ย้ำผบ.ตร.ทุกคน ไม่เคยคิดเอาตำรวจมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองท่ามกลางบ้านเมืองขัดแย้ง ย้ำพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตร.เดือนหน้า
(18ธ.ค.) เวลา 14.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับตำรวจระดับผู้กำกับทั่วประเทศ 696 ราย ที่เข้าร่วมโครงการสัมมนาเรื่องการเสริมสร้างการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแก่ข้าราชการตำรวจ จัดโดยรัฐสภา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถาบันพระปกเกล้า ในโอกาสที่มาเยี่ยมเยียนโครงการ ว่า โครงการนี้ประธานสภา จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตนเป็นประธานก.ตช.มาประมาณ 2 ปี จึงต้องการแลกเปลี่ยนประเด็นการทำงานเพื่อประชาชน ตนจำได้ว่าได้พูดบนเวทีงานวันตำรวจว่านักการเมือง กับตำรวจมีอะไรคล้ายกันมาก คือ ทำงานใกล้ชิดประชาชน ทำงานโดยเป็นผู้สามารถให้คุณให้โทษกับประชาชนได้ และรับชะตากรรมเดียวกันเพราะหลายครั้งตกเป็นจำเลยของสังคม ของประชาชน เพราะส่วนใหญ่ถ้าทำภารกิจเรียบร้อยราบรื่น ความรับรู้ของคนจำกัด แต่เมื่อใดที่มีเรื่องไม่ดีขึ้นมาเรื่องหนึ่งก็มักจะเป็นปัญหา และสังคมก็มีความเข้าใจในเชิงลบขึ้นมาทันที ไม่เพียงแค่ผู้สร้างปัญหา แต่รวมองค์กรด้วย ดังนั้นเมื่อมีความเหมือนตรงนี้ ตนจึงเน้นย้ำว่าดีที่สุดคือต้องทำงานให้ประชาชนมีความศรัทธา โดยความร่วมมือของประชาชนนั่นเอง
นายกฯ กล่าวว่า จากการที่มีกฎหมายปี 2547 ที่มีการทำโครงสร้างของก.ตร.และก.ตช.นั้นเห็นชัดว่าผู้เขียนกฎหมายพยายามให้องค์กรตำรวจไม่ถูกการเมืองเข้าแทรกแซง มีผู้ทรงคุณวุฒิ ในสัดส่วนที่สูง มีตัวแทนองค์กรตำรวจ ช่วยถ่วงดุลให้คณะกรรมการกำหนดนโยบาย บริหารงานบุคคล อื่นๆในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ก็ต้องยอมรับว่าในฐานะที่อยู่ฝ่ายการเมือง และผลักดันนโยบายหลายครั้งทำให้การจะผลักดันอะไรไม่ง่ายเท่าที่ควร ซึ่งต้องเข้าใจ และเผื่อว่าคนที่มาใช้กฎหมายนั้นมีทั้งคนดี ไม่ดี จึงต้องพยายามเขียนกันไม่ให้คนไม่ดีทำสิ่งไม่ดี แต่บางครั้งการทำเช่นนั้นจึงทำให้คนดีๆอยากทำอะไรก็ทำยากเช่นกัน แต่ถ้าเปิดให้คนดีทำได้สะดวก คนไม่ดีเข้ามาก็สะดวกเหมือนกัน ดังนั้นตนจึงเข้าใจโครงสร้างกฎหมาย ทำให้เราต้องทำความเข้าใจกันให้มากขึ้นเพื่อให้งานเดินไปได้
นายกฯ กล่าวว่า ในระยะหลัง หลังจากที่พล.ต.อ.วิเชียรเข้ามา เราได้ตัวช่วยเพิ่มขึ้น คือตนตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเพื่อสานต่องานที่เคยทำค้างไว้ตั้งแต่ปี 2550 ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้นำข้อเสนอของกรรมการชุดนั้นเข้าสู่การพิจารณาของ ก.ตช. และเห็นสอดคล้องว่าต้องปรับแก้จุดอ่อน อาทิ เสริมสร้างขวัญกำลังใจอย่างไร ทำให้ข้าราชการตำรวจมีความก้าวหน้าได้อย่างไร โดยเฉพาะชั้นประทวน ปัญหาตกค้างเรื่องวุฒิปริญญาตรีในการที่จะเลื่อนไหล การกระจายอำนาจไปสู่โรงพัก ทำอย่างไรงานสืบสวนสอบสวนที่เป็นหัวใจสำคัญจะได้รับการส่งเสริม
“ในวันที่ 22 ธ.ค. จะมีการประชุมก.ตช. ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะนำข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปเข้าสู่การพิจารณา และในเย็นวันเดียวกันนั้นคณะกรรมการปฏิรูปก็จะประชุมครั้งสุดท้ายเช่นเดียวกัน ซึ่งตนจะไปร่วมด้วย และตั้งใจว่าในวันเดียวกันนั้น หรือไม่ก็วันถัดไปจะมีการแถลงถึงแนวทางความก้าวหน้าการปฏิรูปตำรวจทั้งหมด” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลพยายามส่งเสริมสนับสนุน เช่น การทำงานของ กต.ตร. ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายในเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาใช้กลไกนี้ไม่มากเท่าที่ควรในการที่จะดึงประชาชนมาเป็นแนวร่วมกับตำรวจเพื่อให้ทำงานสนองประชาชนในพื้นที่ได้ ตนเข้าใจว่าการทำงานของตำรวจอยู่ภายใต้แรงกดดันตลอดเวลา แต่หลายครั้งในหลายพื้นที่นักการเมืองเองจะได้รับเรื่องร้องเรียนมามาก และหลายครั้งการทำงานของฝ่ายการเมืองและตำรวจในพื้นที่ก็อาจจะมีการกระทบกระทั่งกันด้วย ซึ่งเวลาเกิดปัญหาขึ้นก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ปัจจุบันตนได้หารือกับผบ.ตร. และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจ กรณีที่มีเสียงบ่นปัญหายาเสพติด และตู้ม้า ตอนนี้มีมาก และขณะนี้ทางผู้เกี่ยวข้องกำลังเข้มงวดกวดขันในเรื่องนี้ ตนหวังว่าเราจะทำเรื่องนี้เป็นรูปธรรม เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนจำนวนมาก ที่ร้องเรียนเข้ามาว่าได้รับความเดือดร้อน จึงหวังว่าจะได้รับความร่วมมือในเรื่องนี้ด้วย
นายกฯ กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่เราอยู่ภาวะของความขัดแย้งทางการเมืองอย่างน้อยเป็นปีที่ 4-5 แล้ว ตนเข้าใจดีถึงความยากลำบากคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด รวมทั้งคนที่อยู่ต้นทางคือข้าราชการตำรวจ ตนย้ำว่าเข้ามาทำงานและย้ำกับผบ.ตร.ทุกท่านตั้งแต่ พล.ต.อ.พชรวาท วงศ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. จนถึงปัจจุบัน ว่า ตนไม่มีแนวความคิดที่จะเอาตำรวจมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพราะนั่นจะเป็นการทำลายทั้งตำรวจ และทำลายการเมือง แต่ตนก็คาดหวังว่าการรักษากฎหมายต้องเข้มงวด ตรงไปตรงมา แม้ว่ามีความยากและมีแรงกดดัน เพราะไม่อย่างนั้นประชาธิปไตยเดินไม่ได้
นายกฯ กล่าวว่า เมื่อวันก่อนตนมีโอกาสคุยกับแกนนำคนใหม่ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ตนได้บอกว่าหากใช้สิทธิเสรีภาพอยู่ในกรอบกฎหมายก็ไม่มีใครไปทำอะไรเขาได้ แต่ถ้าเขาทำผิดกฎหมายก็ไม่มีสิทธิอยู่เหนือกฎหมาย เพราะถ้ามีสิทธินั่นคือสองมาตรฐาน ดังนั้นศาลย่อมมีแนวคำวินิจฉัย เช่นใครจะชุมนุมเรียกร้องโดยปิดถนน ข่มขู่ คุกคามผู้คนก็ชัดเจนว่าไม่ใช่การชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าชุมนุมด้วยความสงบแล้วคนจำนวนมาก็ต้องมาบริหารจัดการเรื่องการจราจร ซึ่ง 2 เดือนที่ผ่านมาต้องขอบคุณตำรวจที่ได้ไปตกลงกับผู้ชุมนุมว่าจะชุมนุมกี่โมงถึงกี่โมง ใช้พื้นที่ไหนอย่างไร อะไรทำได้ไม่ได้ โดยส่วนใหญ่ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าทำได้อย่างนี้ก็จะช่วยค่อยๆคลายปัญหาการชุมนุม หรือความขัดแย้งทางการเมืองที่บั่นทอนการพัฒนาประเทศ หากจัดการให้เกิดความเข้มแข็งอย่างนี้ได้เราก็เหมือนสังคมประชาธิปไตยอื่นๆ อาทิ ฝรั่งเศส อังกฤษ หรือแม้แต่เกาหลี
นายกฯ กล่าวว่า ตนคาดหวังว่าทุกคนจะช่วยกันทำงานและประคับประคอง หากท่านใดมีปัญหาเรื่องการปฏิบัติภารกิจ ติดขัดอะไร ก็มีช่องทางหลายช่องทางที่จะดำเนินการเช่น เรื่องโยกย้ายแต่งตั้งที่ร้องเรียนกันมากตนก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา จนได้ข้อเสนอเรื่องการเพิ่มสัดส่วนอาวุโสเป็น 33% ทั้งที่แท้จริงฝ่ายการเมืองไม่ชอบเพราะทำให้สัดส่วนที่จะใช้ดุลพินิจลดลง แต่เพื่อคุ้มครองความเป็นธรรมก.ตร.ก็ยอมรับ การประกาศบัญชีผู้อาวุโส ผู้เหมาะสมให้ตรวจสอบได้ ก.ตร.ก็ให้ดำเนินการ แต่ถ้ามีการย้ายข้ามอาวุโส หรือไม่เป็นไปตามปกติก็มีมติว่าต้องให้เหตุผลให้ชัด ชี้แจงเพื่อความโปร่งใส ในช่วงสั้นๆที่ตนมาดูแลก.ตร.ช่วงที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ลาออกจากรองนายกรัฐมนตรี นั้นตนได้มาดูแลเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้งชุดหนึ่งก็ให้ยึดถือตามแนวทางนี้ หากไม่เป็นไปตามแนวทางนี้ก็ยังสามารถร้องเรียนได้ และในส่วนที่จะทำชุดต่อไปประมาณ เดือนหน้านี้ยังคงให้ยึดถือหลักเกณฑ์ต่างๆเหล่านี้ และกำชับให้ปฏิบัติโดยเคร่งครัดทุกพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสบายใจ
นายกฯ กล่าวว่า ตนขอถือโอกาสนี้ขอความร่วมมือว่าตำรวจทุกคนมีความหมายมากในการที่จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ให้ประชาธิปไตยเดินไปข้างหน้า ยืนยันว่าหากมีอะไรที่รัฐบาลสามารถสนับสนุนให้การปฏิบัติภารกิจของตำรวจดีขึ้นขอให้แจ้งมา และในฐานะสมาชิกสภายืนยันว่าอะไรที่สภาสามารถทำได้ เช่น ออกกฎหมาย และกรรมาธิการ ขอให้ใช้กลไกเหล่านี้อย่างเต็มที่



