ข่าว

ป.ป.ช.ชี้คดีคลองด่านไม่ขาดอายุความ

ป.ป.ช.ชี้คดีคลองด่านไม่ขาดอายุความ

18 ธ.ค. 2553

ป.ป.ช. แจงคดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ไม่ขาดอายุความ ชี้ คดีมีพยานกว่าร้อยปาก เอกสารอีก 30,000 แผ่น เชื่อต้นปี 54 วินิจฉัยได้

(18ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (ส.ท.ช.) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  (ป.ป.ช.)  เพื่อขอให้ชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการ ในคดีทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษ (คลองด่าน) จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยว่าคดีดังกล่าวจะขาดอายุความแล้ว ที่ประชุม ป.ปช.จึงมีมติให้ชี้แจงว่า คดีดังกล่าวมีการกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. 2 เรื่องคือ 1. การกล่าวหา นายวัฒนา  อัศวเหม  รมช.มหาดไททย กับพวก  ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต  ในการรวบรวมที่ดินในเขตท้องที่จังหวัดสมุทรปราการเพื่อขายให้กรมควบคุมมลพิษ เพื่อนำมาใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน  ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว และมีมติชี้มูลความผิดทางอาญา นายวัฒนา  และได้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 

 ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก นายวัฒนาเป็นเวลา 10 ปี  แต่เนื่องจากนายวัฒนา  ได้หลบหนี ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  จึงได้ออกหมายจับเพื่อนำตัวมารับโทษในคดีดังกล่าว  แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถจับกุมได้

 เรื่องที่ 2 เป็นการกล่าวหา นายวัฒนา เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ  เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน  และเอกชนหลายราย  ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต  ในการดำเนินการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียเขตควบคุมมลพิษ (คลองด่าน) จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมี นายวิชัย  วิวิตเสวี ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการ และมี ศ.เมธี ครองแก้ว ป.ป.ช. เป็นอนุกรรมการ นอกจากนี้ ยังได้แต่งตั้งอนุกรรมการจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ประกอบด้วย พนักงานอัยการ ผู้ทรงคุณวุฒิจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  

 ซึ่งคณะอนุกรรมการไต่สวนได้มีการดำเนินการไต่สวนปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ประมาณ 130 ราย รวมทั้ง ได้รวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีจำนวนมากกว่า 30,000 แผ่น   ปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเอกชนจำนวนหลายรายมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการโดยมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต  จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ได้รับทราบและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา  ขณะนี้ อยู่ในระหว่างการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและนำสืบแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาวินิจฉัยได้ภายในช่วงต้นปี 2554  ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังไม่ขาดอายุความฟ้องคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง