ข่าว

ผู้การฯยันคลิปสั่งยิงซ้ำไม่ใช่เสียงตร.

ผู้การฯยันคลิปสั่งยิงซ้ำไม่ใช่เสียงตร.

18 ธ.ค. 2553

ผู้การฯอยุธยา สั่งล่า"ไอ้หม่อง"มือขวา"โจ๊ก ไผ่เขียว"กำความลับไว้เยอะ ระบุ คลิปสั่งยิงซ้ำ ไม่ใช่เสียงตำรวจ

(18ธ.ค.) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.อรุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา ได้เรียกพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนในการทำคดีนายโจ๊กและนายจิ๊บ ไผ่เขียว มาสอบถามความคืบหน้าการทำคดี อีกทั้งยังให้ความสนใจเรื่องของการสอบสวนหาที่มาของคลิปวีดีโอที่เผยแพร่ ซึ่งมีการหารือกันกว่า 1 ช.ม.จากนั้นจนท.ก็แยกย้ายกันออกไป โดยไม่ได้มีการเปิดเผยอะไร

 พ.ต.อ.นฤนาท พุทไธสง ผกก.สส.ภจว.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ต้องเดินทางไปประชุมที่ บชภ.1 ในเรื่องมาตรการการป้องกันเหตุร้ายบนท้องถนน ส่วนเรื่องการติดตามคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุกับนายโจ๊ก หรือร่วมขบวนการค้ายาบ้านั้นขณะนี้ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา(สส) รรท.ผบช.ภ 1 เป็นผู้ควบคุม และสั่งการให้ดำเนินการขยายไปยังเครือข่าย ซึ่งขณะนี้สภ.อุทัย บางปะอิน และพระอินทร์ราชา พื้นที่เป้าหมายจะเป็นหลักในการติดตามประวัติและออกหมายจับ ตนคงรับหน้าที่ในการติดตามหมายจับและกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในข่าย ซึ่งยืนยันว่าไม่ทิ้งและคงจะสาวไปยังหัวโจกใหญ่ได้

 ด้านพ.ต.ท. สืบศักดิ์ ผินแสง สว.สส.สภ.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการตามตัวนายอภิชาต หรือหม่อง วังประทุม อายุ 35 ปี บ้านอยู่ 61/13 ม. 4 ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งนายหม่องมีพยานยืนยันว่าเป็นเพื่อนสนิทที่ขับรถให้นายโจ๊กประจำ โดยจะใช้รถปิกอัพอีซูซุที่ตำรวจยึดมาได้จากสมายแมนชั่น ต.คานหาม อ.อุทัย ซึ่งนายหม่องยังอยู่ในเหตุการณ์ที่ยิงประชาชนที่ขับรถบนถนนสายเอเชียหลายราย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีเหตุการณ์ที่คนร้ายขับรถปิกอัพไล่ยิงสองรายคือ

 เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากนายธนาคาร สินนิคม อายุ 22 ปี อยู่ 62/62 ม 19 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่าขณะที่ขับปิกอัพยี่ห้ออีซูซุดีแม๊กตอนเดียว สีบอนทอง ทะเบียน ถล 1860 กทม. มาตามถนนพหลโยธินช่องทางลงด่วนเลนกลาง ขาออกจาก กทม.ผ่านตลาดประตูน้ำพระอินทร์ ก่อนถึงบริษัทมินิแบ มีคนร้ายขับอีซูซุดีแมกซสีขาว 4 ประตู ขับแซงด้านขวา และคนร้ายนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับ ลดกระจกด้านเบาะซ้ายลง แล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่รถนายธนาคาร 5 นัด ถูกรถของนายธนาคาร 3 นัด แต่โชคดีที่ไม่ถูกนายธนาคาร จากนั้นรถคนร้ายก็หลบหนีไป

 ต่อมาวันที่ 25 ก.ย.รถแท็กซี่เลขทะเบียน ทย 6136 กทม.รับผู้โดยสาร 6 คนจากร้านอาหารที่ประตูน้ำพระอินทร์เพื่อมุ่งหน้าไปส่งนวนคร เมื่อถึงทางต่างระดับบางปะอิน ม.9 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน มีคนร้าย 3-4 คนขับรถปิกอัพยี่ห้ออีซูซุดีแมกซ์สีขาว 4 ประตู ขับประกับขึ้นมาแล้ว ก็ระดมยิงเข้ารถแท็กซี่ กระสุนถูกล้อหน้าขวา กันชนข้าง กระสุนถูกน.ส.พจน์จะนี ขยันดี บ้านอยู่ 165 ม.8 ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณข้อมือขวา

 ทั้งสองร้ายมีพยานยืนยันว่านายหม่องเป็นคนขับรถซึ่งขณะนี้ตำรวจตามตัวใกล้ชิด โดยลงไปที่ อ.อุทัย ซึ่งเป็นบ้านพ่อนายหม่องและไปที่อ.บางปะอิน บ้านแม่นายหม่อง แต่ยังไม่พบตัวและเชื่อว่านายหม่องออกนอกพื้นที่ไปแล้ว เนื่องจากไม่พบรถโตโยต้ายาริสสีขาว ซึ่งเป็นรถที่นายโจ๊กเคยนั่งไปกับนายหม่อง ใช้ในการส่งยาบ้าตามสถานที่ต่างๆ ขณะนี้ได้แจ้งรูปพรรณและเลขทะเบียนรถไปตามท้องที่ต่างๆแล้ว คาดว่าน่าจะพบตัวเร็วๆนี้ ซึ่งนายหม่องนับว่าเป็นตัวละครที่สำคัญอีกคนหนึ่งที่กำความลับนายโจ๊กมากพอสมควร และน่าจะขยายผลไปยังเครือข่ายยาเสพติดได้อีก โดยอาจมีการออกหมายจับเพิ่มอีก 2-3 คน ที่อยู่ในรถปิกอัพที่ก่อเหตุยิง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

 ด้านนางประยงค์ ประสงค์ศิล มารดาของนายโจ๊ก พร้อมญาติ นำพระภิกษุ 1 รูปมาประกอบพิธีเชิญวิญญาณนายโจ๊ก ที่บริเวณหน้าทางเข้าอาพาร์ทเม้นสมายแมนชั่น เมื่อเวลา 07.00 น.วันเดียวกัน ซึ่งเป็นจุดที่นายโจ๊กถูกยิงเสียชีวิต โดยนางประยงค์ ไม่ได้พูดอะไร และมีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลาท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่พักอยู่ที่อาพาร์ทเม้นดังกล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต. อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา สั่งให้มีการสอบสวนกรณีคลิปที่มีการเผยแพร่เรื่องการวิสามัญนายโจ๊ก โดยหาที่มาเสียงและผู้ถ่ายภาพ ซึ่งได้พบตัวผู้ถ่ายภาพแล้ว แต่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และยืนยันว่าคนที่ตะโกนสั่งให้ยิงซ้ำก็ไม่ใช่ตำรวจ โดยผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และตะโกนด้วยความตกใจไม่คิดว่านายโจ๊กจะเสียชีวิตแล้ว ซึ่งจนท.ได้สอบปากคำและบันทึกเหตุการณ์ทั้งผู้ที่ถ่ายภาพและตำรวจที่เกิดเหตุเกือบทั้งหมด เพื่อเป็นหลักฐานในการประกอบการดำเนินคดี