ข่าว

อภิสิทธิ์ปิดปฏิบัติการประชาวิวัฒน์

อภิสิทธิ์ปิดปฏิบัติการประชาวิวัฒน์

17 ธ.ค. 2553

"นายกฯ” ปิดโครงการระดมสมอง ”ปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ คิดนอกกฎ บริหารนอกกรอบ” แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำในสังคมเพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ก่อนนำหารือครม.เห็นชอบ ก่อนประกาศม.ค.54 เป็นของขวัญรับปีใหม่

 เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ธ.ค.ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ  ถ.แจ้งวัฒนะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานปิดโครงการการระดมสมอง ”ปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ คิดนอกกฎ บริหารนอกกรอบ” ซึ่งเป็นการระดมความคิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 30แห่ง ซึ่งแบ่งการทำงานอกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่

 กลุ่มค่าครองชีพ แบ่งเป็นกลุ่มอาหารและพลังงาน กลุ่มเศรษฐกิจนอกระบบ แบ่งเป็น กลุ่มจักรยานยนต์ กลุ่มหาบเร่แผงลอย และกลุ่มเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชน กลุ่มสวัสดิการสังคมและกลุ่มการรวมอาชีพ กลุ่มเข้าถึงแหล่งเงินทุน ที่ได้เข้าห้องห้องปฏิบัติการ เพื่อระดมสมองและกำหนดรายละเอียดปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.-17ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยแผนดังกล่าวเป็นการเตรียมพร้อมให้นายกรัฐมนตรีแถลงผลงานในเดือนมกราคม 54

 ทั้งนี้มีนายกรณ์ จากติกวณิช รมว.คลัง น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบรายงานและแผนจากการระดม

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวทางในการปฏิรูปประเทศ โดยมุ่งเน้นแก้ปัญหา เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในกลไกของรัฐว่าสามารถทำได้จริง ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผลการระดมสมองครั้งนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ โดยรัฐบาลจะรับไปดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเปล่า เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าน่าเสียดาย ที่ลงทุนและได้คำตอบที่จะแก้ปัญหาแล้ว แต่สุดท้ายการดำเนินการไปเกิด เพราะความภูมิใจจะเกิดขึ้นได้เมื่อประชาชนได้สัมผัสกับการทำงานที่เป็นรูปธรรมของรัฐบาล ส่วนการประกาศให้ประชาชนรับทราบอย่างเป็นทางการนั้นต้องขอดูกำหนดวันที่ชัดเจนอีกครั้ง อย่างไรก็ตามสำหรับเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องที่เสียสละมาทำงานเป็นเวลา 5 เดือนนั้น ตนได้ชี้แจงครม.ไปแล้วว่าความดีความชอบต้องเกิด ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการต่อยอดผลการศึกษาในท้องถิ่นอื่นๆต่อไป

 ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนของตนจะเน้นหนักเรื่องในประเด็นเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่นอกระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการในทุกระดับต้องเข้าถึงแหล่งเงินทุกอย่างเท่าเทียมกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องร่ำรวยเท่ากัน การเข้าถึงอย่างเท่าเทียมคือการให้ทุกคนมีโอกาส ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ต้องเข้าไปแก้ไขเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ที่ผ่านมา อาจมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะการทำงานในลักษณะข้ามกระทรวง ทำให้การทำงานอาจมีปัญหาบ้าง ดังนั้น ทุกฝ่ายควรเข้ามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนครั้งนี้ อย่างไรก็ตามจุดประสงค์ของแผนการดำเนินงานครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในสังคม ซึ่งตนยังไม่ได้คาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นให้จีดีพีของประเทศดีขึ้นแต่อย่างใด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแผนการระดมสมองเป็นการเตรียมการของภาครัฐที่จะนำไปใช้แก้ปัญหาของประชาชนที่ถูกสะสมมานาน และไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยจะแบ่งออกเป็น 4 มิติ ได้แก่ มิติที่หนึ่ง เป็นการประมวลความเห็นจากการเปิดรับความความเห็น ตามโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด ที่รัฐบาลดำเนินการไปก่อนหน้านี้ และนำความต้องการเร่งด่วนที่สอบถามจากประชาชน มาต่อยอดเพื่อสรุปแนวทางส่งมอบให้รัฐบาลรับมอบไปดำเนินการ เพื่อให้เข้าถึงต้นตอของปัญหา ใน 3 หัวข้อ คือเศรษฐกิจนอกระบบ การลดค่าครองชีพ การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งรวมถึงเศรษฐกิจนอกระบบกลุ่มย่อย คือกลุ่มหาบเร่แผงลอย กลุ่มประกันสังคมและกลุ่มการรวมอาชีพ กลุ่มเข้าถึงแหล่งเงินกู้ กลุ่มจักรยานยนต์และแท็กซี่ ที่จะต้องแก้ไขโดยด่วน

 มิติที่สอง คือการระดมการทำงานของเจ้าหน้าที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน หารือและจัดทำแผนงานในห้องปฏิบัติการในลักษณะบูรณาการการทำงานร่วมกัน จากนั้นมิติที่สาม คือผู้นำรัฐบาล ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เข้าร่วมติดตามการทำงานระดมความคิดเห็น และรับฟังข้อเสนอแนะ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ระบุว่า จะนำผลสรุปของคณะทำงานระดมความคิดเห็น ชี้แจงครม.เพื่อกำหนดเป็นนโยบาย และสุดท้ายมิติที่สี่ คือการกำหนดมาตรการ แนวทางการแก้ปัญหา ที่สามารถดำเนินการได้จริง เพื่อประกาศให้ประชาชนรับทราบ