
จัดสัมมนาแก้ปัญหาเขตแดนไทย-พม่า
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จัดสัมมนาหาทางออกปัญหาเขตแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดระนอง-เกาะสอง
นายสุรพงษ์ ชัยนาม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีว่าการ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในระหว่างการเดินทางลงพื้นที่จ.ระนองเป็นประธานเปิดสัมมนาเรื่องเขตแดนไทย-พม่า และการดำเนินการตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ จัดขึ้น ที่โรงแรมทินิดี จ.ระนอง กล่าวว่า ปัญหาเขตแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นมรดกที่สืบทอดมาจากยุคล่าอาณานิคม ซึ่งมีปัญหาอยู่หลายลักษณะทั้งในแง่ของการเมือง กฎหมาย เทคนิค และการสำรวจแผนที่ รวมทั้งความสมบูรณ์ของประวัติศาสตร์ การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้านทุกด้านมีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกันคือ เพื่อให้มีแนวเส้นเขตแดนที่ชัดเจนให้เป็นที่ยุติและยอมรับระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับความสนับสนุนและความเข้าใจจากข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อความเป็นเอกภาพในการแก้ไขปัญหา
นายวศิน ธีรเวชญาณ ประธานคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-พม่า ฝ่ายไทย กล่าวว่า เส้นเขตแดนไทย-พม่า มีความยาวทั้งสิ้น 2 , 401 กิโลเมตร แบ่งเป็นเขตแดนทางบก 1 , 687 กิโลเมตร เขตแดนในแม่น้ำ 714 กิโลเมตร ซึ่งที่จริงมีหลักเขตแดนหมดแล้ว แต่จากความไม่ชัดเจนของเขตแดนเนื่องจากแผนที่ และสนธิสัญญาต่าง ๆ ในอดีตยังไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่มีความละเอียด จึงทำให้แนวเขตแดนมีปัญหา รวมทั้งการกัดเซาะชายฝั่งของแม่น้ำระหว่างประเทศ ซึ่งมีสนธิสัญญาและแผนที่ที่เกี่ยวข้องกับเขตแดนไทย-พม่า รวม 8 ฉบับ แต่ที่หลัก ๆ อยู่ 3 ฉบับ แต่เกี่ยวข้องกับเขตแดนจังหวัดระนอง 1 ฉบับคือ อนุสัญญาปี ค.ศ.1868 สำหรับนโยบายหลักของไทยในการแก้ไขปัญหาเขตแดนกับพม่ามี 4 ข้อหลัก คือ สืบสิทธิ์ตามสนธิสัญญา การแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยการเจรจาตกลงกันและความร่วมมือใกล้ชิดกับพม่า การแยกประเด็นด้านเขตแดนออกจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้านอื่น และการประชาสัมพันธ์ ส่วนกลไกในการแก้ไขปัญหาด้านเขตแดน ได้มีการตั้งคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-พม่า หรือ JBC ซึ่งขณะนี้กำลังรอรายชื่อคณะกรรมการจากฝ่ายพม่า
นายอิทธิพร บุญประคอง อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กล่าวว่า ชายแดนด้านจังหวัดระนองมีปัญหาเรื่องเกาะสามเกาะบริเวณปากแม่น้ำกระบุรีที่ทั้งไทยและพม่าต่างก็อ้างสิทธิ์ คือเกาะหลาม เกาะคัน และเกาะขี้นก เนื่องจากไม่ได้ระบุไว้ในแผนที่เขียว-แดง ที่แนบท้ายอนุสัญญาระหว่างสยามกับอังกฤษ ที่ทำขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1868 นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องเกาะตายิ้มเนื้อที่ 7 ไร่ ในแม่น้ำกระบุรีหรือแม่น้ำปากจั่น ที่บ้านหาดจิก ต.ปากจั่น อ.กระบุรี ที่พม่าก็อ้างสิทธิเช่นกัน และปัญหาการก่อสร้างเขื่อนกันตลิ่งบริเวณแม่น้ำกระบุรี ในพื้นที่ตำบลมะมุ อ.กระบุรี จำนวน 3 จุดที่พม่าประท้วงฝ่ายไทยมาโดยตลอด



