
"เรือใบ"เจ๊า"ม้าลาย"ลิ่วรอบ32ทีมศึกยูโรปา ลีก
"เรือใบสีฟ้า"แมนเชสเตอร์ ซิตี ไล่ตี"ม้าลาย"ยูเวนตุส 1-1 ทะลุรอบ 32 ทีมสุดท้าย ศึกยูโรปา ลีก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม
ยูเวนตุส จากกัลโชเซเรีย เอ อิตาลี เปิดสนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยือนของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในศึกฟุตบอลยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เกมนี้ไม่มีผลอะไรต่อสองทีมเนื่องจาก ยูเวนตุส ตกรอบไปแล้ว
ลุยจิ เดล เนรี กุนซือเจ้าบ้านส่งผู้เล่นสำรองหลายคนทั้งอเล็กซ์ แมนนิเกอร์ ผู้รักษาประตูรวมถึงนิโกลา เลกรอตตาเย, ซเดเนก กรีเกรา และ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร เป็นต้น เช่นเดียวกับ โรแบร์โต มันชินี ที่ส่ง เชย์ กิฟเวน ยืนเฝ้าเสา ส่วนแนวรุกมี เจมส์ มิลเนอร์ และ อดัม จอห์นสัน ทำเกมทางริมเส้นคอยเปิดบอลให้คู่หัวหอก โช และ อเล็กซ์ นิเมลี
ครึ่งแรก แมนฯ ซิตี เดินเกมบุกเข้าใส่ทันที ไมกาห์ ริชาร์ดส์ เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนเปิดเรียดมาหน้าประตู บอลย้อนหลัง โช จนยิงไม่ได้ก่อนถูกกองหลังเจ้าถิ่นเคลียร์ทิ้งออกไป ถัดมานาที 6 เวย์น บริดจ์ เปิดบอลจากกราบซ้ายเข้าเขตโทษ โมฮาเหม็ด ซิสโซโก โหม่งบอลเกือบเข้าประตูตัวเอง แต่ยังดี อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ ปฏิกิริยาไวลอยตัวปัดทิ้งออกหลัง
เกมผ่านมาถึงนาที 13 จากลูกฟรีคิก อดัม จอห์นสัน โยนบอลไปเข้าหัว อเล็กซ์ นิเมลี โขกหลุดกรอบเล็กน้อย แต่หลังจากนั้น ยูเวนตุส ค่อยๆตั้งเกมของตัวเองขึ้นมากระทั่งก่อนหมดครึ่งแรก 3 นาทีกลับเป็นฝ่ายทำประตูออกนำก่อน 1-0 จากจังหวะที่ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร โยกหลอก ริชาร์ดส์ ก่อนเปิดบอลให้ นิโกโล จานเนตติ ซัดผ่านตัว เชย์ กิฟเวน เข้าสู่ก้นตาข่าย
ครึ่งหลังแมนฯ ซิตี เป็นฝ่ายเริ่มต้นเกมดีกว่าเหมือนเดิม จอห์นสัน วางบอลมาให้ โช ซัดในเขตโทษออกหลังไป ถัดมานาที 51 จอห์นสัน ก็จ่ายบอลให้ โช เจ้าเก่าหลุดเข้าไปยิงอีกครั้ง แต่ถูกผู้กำกับเส้นยกธงล้ำหน้าก่อน อีกสามนาทีถัดมาคราวนี้ โช เป็นฝ่ายจ่ายบอลให้ จอห์นสัน หลุดเข้าไปยิงบาง แต่บอลแฉลบ ซเดเนก กรีเกรา ข้ามคานออกไป
ยูเวนตุส ตอบโต้กลับในนาที 57 หลังจาก เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายบอลพลาดถูก มิลอส คราซิช ตัดบอลได้ ก่อนที่มิดฟิลด์ชาวเซิร์บจะสับไกยิงบริเวณกรอบเขตโทษติดเซฟ กิฟเวน จังหวะเตะมุมถัดมา เดล ปิเอโร เปิดบอลมาให้ นิโกลา เลกรอตตาเย สไลด์บอลไปแฉลบ เจอโรม บัวเต็ง แต่ยังดีบอลกระดอนเข้ามือ กิฟเวน รับไว้ได้
เกมผ่านหนึ่งชั่วโมง "เรือใบสีฟ้า" มีจังหวะโต้กลับเร็วอีกครั้ง จอห์นสัน ทำเกมขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนตบเข้ากลาง นิเมลี ซัดหน้าเขตโทษไปถูกแขนของ จอร์โจ คิเอลลินี แต่กรรมการไม่ให้เป็นจุดโทษ หลังจากนั้นนาที 71 มิลเนอร์ ผ่านบอลเรียดให้ โช ซัดไปติดเซฟของ แมนนิงเกอร์ เหมือนเดิม
แต่ความพยายามของทีมเยือนก็มาประสบความสำเร็จในนาที 77 จอห์นสัน เลี้ยงบอลตัดจากฝั่งขวา ก่อนจ่ายเข้ากลางให้ โช ซัดเรียดในผ่านมือ แมนนิงเกอร์ เข้าสู่ก้นตาข่ายจนสกอร์เท่ากัน 1-1 อีกสองนาทีถัดมา จอห์นสัน ปั่นฟรีคิกเข้าไปหน้าประตู ริชาร์ดส์ ชาร์จตรงเสาสองไม่ทันจนบอลผ่านหน้าประตูออกไป หลังจากนั้นทั้งสองทีมทำประตูเพิ่มไม่ได้จบ 90 นาทีแบ่งกันทีมละคะแนน แมนฯ ซิตี มีคะแนน 11 แต้มเท่ากับ เลช พอชนัน แต่ประตูได้เสียดีกว่าคว้าแชมป์กลุ่มเอ
รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
ยูเวนตุส : อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์, นิโกลา เลกรอตตาเย, ซเดเนก กรีเกรา, จอร์โจ คิเอลลินี, อาร์มองด์ ตราโอเร, มิลอส คราซิช, โมฮาเหม็ด ซิสโซโก, เฟลิเป เมโล, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร, ซิโมเน เปเป, นิโกโล จานเนตติ
แมนฯ ซิตี : เชย์ กิฟเวน, เวย์น บริดจ์, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, เจอโรม บัวเต็ง, เดดริก โบยาตา, ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์, ปาทริก วิเอรา, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม จอห์นสัน, โช, อเล็กซ์ นิเมลี
ผลฟุตบอลยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม
กลุ่มเอ
ซัลบวร์ก (ออสเตรีย) แพ้ เลช พอชนัน (โปแลนด์) 0-1
ยูเวนตุส (อิตาลี) เสมอ แมนฯ ซิตี (อังกฤษ) 1-1
แมนฯ ซิตี และ เลช พอชนัน ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 1 และ 2 ของกลุ่มตามลำดับ
กลุ่มบี
อาริส (กรีซ) ชนะ โรเซนบอร์ก (นอร์เวย์) 2-0
เลเวอร์คูเซน (เยอรมนี) เสมอ แอตเลติโก มาดริด (สเปน) 1-1
เลเวอร์คูเซน และ อาริส ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 1 และ 2 ของกลุ่มตามลำดับ
กลุ่มซี
ลีลล์ (ฝรั่งเศส) ชนะ เกนท์ (เบลเยียม) 3-0
เลฟสกี โซเฟีย (บัลแกเรีย) ชนะ สปอร์ตติง ลิสบอน (โปรตุเกส) 1-0
สปอร์ติง ลิสบอน และ ลีลล์ ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 1 และ 2 ของกลุ่มตามลำดับ
กลุ่ม จี
อันเดอร์เลทช์ (เบลเยียม) ชนะ ไฮดุ๊ก สปริท (โครเอเชีย) 2-0
เออีเค เอเธนส์ (กรีซ) แพ้ เซนิต (รัสเซีย) 0-3
เซนิต และ อันเดอร์เลทช์ ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 1 และ 2 ของกลุ่มตามลำดับ
กลุ่ม เอช
สตุทการ์ท (เยอรมนี) ชนะ โอเดนเซ (เดนมาร์ก) 5-1
เกตาเฟ (สเปน) ชนะ ยัง บอยส์ เบิร์น (สวิตเซอร์แลนด์) 1-0
สตุทการ์ท และ ยัง บอยส์ เบิร์น ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 1 และ 2 ของกลุ่มตามลำดับ
กลุ่ม ไอ
เดเบรเซน (ฮังการี) ชนะ ซามพ์โดเรีย (อิตาลี) 2-0
พีเอสวี ไอน์ดโฮเฟน (ฮอลแลนด์) เสมอ เมตาลิสต์ (ยูเครน) 0-0
พีเอสวี และ เมตาลิสต์ ผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 1 และ 2 ของกลุ่มตามลำดับ
ทั้งนี้ การจับสลากประกบคู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลยูโรปา ลีกจะมีขึ้นในคืนวันศุกร์ที่ 17 ธันวาคมนี้ เช่นเดียวกับรอบน็อกเอาท์ของศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก



