
เปิดโพย10ธุรกิจดาวเด่นปีกระต่าย "การแพทย์-แก๊ส"มาแรง-รับเหมารายเล็กส่อแววร่วง
ม.หอการค้าเปิดโผ 10 ธุรกิจเด่นปี 54 ชี้การแพทย์-แก๊ส-สถาบันการเงินนำหน้า เหตุคนหันดูแลสุขภาพมากขึ้น ต่างชาติมั่นใจระบบการรักษาพยาบาลของไทย ส่วนรับเหมาก่อสร้างรายเล็กมองเป็นดาวร่วง กรุงเทพโพลล์เผยเซียนเศรษฐกิจมองจีดีพีปีหน้าโต 5%
นายวชิร คูณทวีเทพ อาจารย์ประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ เปิดเผยว่า ธุรกิจเด่น 10 อันดับ ในปี 2554 ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการทางการแพทย์ และยา มีปัจจัยหนุนมาจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศและธรรมชาติ ทำให้คนสุขภาพไม่ดีนัก และคนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาจากการให้สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลแก่ประชาชน ต่างชาติมีความมั่นใจต่อระบบการรักษาพยาบาลของไทยและราคาไม่แพง รวมถึงการรวมกลุ่มในเครือข่ายและการสร้างแพ็กเกจท่องเที่ยวเกี่ยวกับการรักษาในประเทศไทย
2.ธุรกิจสถานบริการและจำหน่ายแก๊สแอลพีจี และเอ็นจีวี เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจภายใน ระดับราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับสูง 3.สถาบันการเงิน ได้รับปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจภายในและต่างประเทศฟื้นตัว ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์บริการ ที่เครือข่ายและช่องทางบริการครอบคลุมทั่วประเทศ และมี พ.ร.บ.สถาบันการเงินในการกำกับดูแลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน 4.กระดาษและสิ่งพิมพ์ มีปัจจัยหนุนจากการเลือกตั้งใหม่ การที่ภาครัฐเร่งประชาสัมพันธ์และจัดโครงการรณรงค์นำเสนอนโยบายของรัฐ
5.เคมีภัณฑ์ 6.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 7.พลังงานทดแทน ส่วนอันดับ 8 มีสองธุรกิจคือ ยานยนต์ และธุรกิจการศึกษา 9.ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง สำหรับอันดับ 10 มีอีกสองธุรกิจคือ ธุรกิจการเกษตร และธุรกิจร้านทอง ซึ่งได้รับแรงส่งมาจากการเก็งกำไรทอง
สำหรับธุรกิจดาวร่วงในปี 2554 คือรับเหมาก่อสร้างขนาดเล็ก เนื่องจากมองว่าธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บ้านและคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน เริ่มอิ่มตัว และภาคธุรกิจที่ใช้แรงงานจะเป็นธุรกิจดาวร่วงในปีหน้าเช่นกัน ได้แก่ สิ่งทอ โรงงานทอผ้า เฟอร์นิเจอร์ อุตสาหกรรมฟอกย้อม เป็นต้น รวมทั้งร้านค้าโชห่วย ของเล่นเด็ก สถานบันเทิงขนาดเล็ก
ขณะที่ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือกรุงเทพโพลล์ เผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรชั้นนำ 26 แห่ง เรื่อง "คาดการณ์เศรษฐกิจปี 2554" ระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2554 จะอยู่ที่ 3.9% และเศรษฐกิจไทยจะมีอัตราการขยายตัว 5.0% โดยปัจจัยเสี่ยงที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอันดับแรกคือปัญหาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ตามมาด้วยปัญหาการเมืองในประเทศ/การชุมนุมประท้วง/เสถียรภาพของรัฐบาล และอันดับ 3 เป็นปัญหาด้านอัตราแลกเปลี่ยน
นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ได้มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐและหน่วยงานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องในการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจในปี 2554 ด้วย โดยต้องการให้ภาครัฐรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และอัตราแลกเปลี่ยน โดยใช้นโยบายการเงินและการคลังที่เหมาะสมแต่ละช่วงเวลา รวมทั้งให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศให้เพิ่มขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก



