
รื้อหมายจับ.."ล้างโจรกรุง..ปริมณฑล"
"...ต้องเกาะให้ติดไปเรื่อยๆ ทำงานอย่าไปท้อ งานมีทั้งยากและง่าย พอยากก็อย่าไปทิ้งซะกลางคันต้องเดินไปเรื่อยๆ ก็เหมือนกับพายเรือต้องช่วยๆ กัน เดี๋ยวมันก็พายไปถึงที่หมายเอง..." หลักคิดอันหนักแน่นของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 (สบ 10) และรั
จึงไม่น่าแปลกใจในฝีมือของนายตำรวจมือปราบผู้เคยผ่านคดีสำคัญๆ มาแล้วหลายคดี อาทิ คดีสังหารนายศุภฤกษ์ เรือนใจมั่น (โจ ด่านช้าง), คดีคาร์บอมบ์รถอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, คดีจับกุมนายประชา โพธิพิพิธ (กำนันเซียะ) และล่าสุดคดีจับกุมนายนพพล ประสงค์ศิล (จิ๊บ ไผ่เขียว) และคดีวิสามัญฆาตกรรมนายชาญชัย ประสงค์ศิล (โจ๊ก ไผ่เขียว) มือลั่นไกยิงรถยนต์บนท้องถนนจนทำให้ ด.ช.โภคิน ดีผิว หรือ น้องโตมี่ เสียชีวิต
- คดียิงน้องโตมี่มีแนวทางการสืบสวนอย่างไรถึงคลี่คลายได้รวดเร็ว
เราจะใช้ยุทธการหลายๆ อย่างในการสืบสวน มีทั้งการสืบสวนแบบโบราณ คือการหาข่าวจากชาวบ้าน อย่างพวกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และก็พวกผู้นำชุมชนของเขา ซึ่งจะรู้ว่าแถวนั้นใครเป็นขาใหญ่ ขาโจ๋ และการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการสืบสวน เช่น ทิศทางคนร้ายมีปฏิสัมพันธ์กับใครบ้าง ติดต่อโทรศัพท์หาใครบ้าง นอกจากนี้ก็เป็นการสืบสวนทางวิทยาศาสตร์ เช่น การตรวจปลอกกระสุนปืน ลายนิ้วมือแฝงที่ทิ้งไว้ ดีเอ็นเอ สิ่งเหล่านี้มันบิดพลิ้วไม่ได้ หลักฐานที่ได้ทั้งหมดจะถูกนำมาใช้ประกอบกันทุกด้าน จนแน่ใจว่าเป็น "โจ๊ก กับ จิ๊บ" จากการเปรียบเทียบปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ และปลอกกระสุนปืนจากอีกที่หนึ่ง พบว่าเป็นกระสุนปืนชนิดเดียวกัน มาจากอาวุธปืนกระบอกเดียวกัน แต่เรายังไม่รู้ว่าเป็นใครยิงต้องเรียกพยานบุคคลมาถึงระบุได้ว่าเป็น "โจ๊ก กับ จิ๊บ"
- ก่อนคดียิงน้องโตมี่มีเบาะแสเกี่ยวกับ "โจ๊ก กับ จิ๊บ" มาก่อนหรือไม่
ตำรวจคงมีข้อมูลอยู่บ้างเป็นบางส่วน เพราะมีเหตุเกิดและมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์บ้าง แต่ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้าย
- มีแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดคดีลักษณะนี้อย่างไร
ผมได้ออกนโยบายไปแล้วว่าจะมีนโยบายป้องกันอย่างไร คืออย่ารอให้เหตุเกิดแล้วตามจับมันเหนื่อยมาก และเมื่อเกิดเหตุไปแล้วตามจับได้มันก็สูญเสียไปแล้ว จะทำอย่างไรไม่ให้มันเกิดจะดีกว่าไปตามจับ ซึ่งกำลังหามาตราการป้องกันอยู่ ส่วนคนที่ถูกออกหมายจับไปแล้วก็กำลังรื้อค้นมาใหม่ เพื่อสำรวจว่าคดีต่างๆ ทั้งหมายจับคดีลักวิ่งชิงปล้น, คดีลักทรัพย์ในเคหสถาน, คดีโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ คดีเหล่านี้มีเท่าใด ก็จะนำมาคัดแยกและออกคำสั่งให้แต่ละท้องที่รับผิดชอบดำเนินการ แล้วอีกส่วนหนึ่งจะให้กองบังคับการสืบสวนลงไปช่วยทุกจังหวัด ซึ่งเป็นการทำงานที่เข้มข้นและเข้มแข็งขึ้น
- ต้องเน้นกำชับตำรวจในพื้นที่เป็นพิเศษหรือไม่
ตอนนี้เราเน้นเรื่องการป้องกัน ถ้าป้องกันได้ทุกอย่างก็จบ เหมือนผมอยากกินข้าวกับแกงเขียวหวานไก่ คุณจะทำอย่างไรก็ได้ ให้ออกมาเป็นแกงเขียวหวานไก่ ผมไม่ต้องบอกว่าคุณต้องใส่เนื้อกี่ชิ้น ใส่มะเขือเท่าไหร่ ไม่ต้องบอกว่าหวานแค่ไหน เค็มแค่ไหน แค่คุณทำมาให้มันกินแล้วอร่อยพอ ซึ่งเปรียบเหมือนกับมาตรการการป้องกัน โดยได้กำชับใน 9 จังหวัดในพื้นที่ภาค 1 ไปแล้ว รวมทั้งเรื่องหมายจับค้าง ซึ่งเป็นมาตรการที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ซึ่งต้องค่อยๆ ปรับปรุงแก้ไขกันไป
อย่างเดือนหน้าจะมีการอบรมระดับผู้บังคับการด้านการสืบสวนจากนครบาล 1-9 และกองบังคับการปราบปราม รวมทั้งตำรวจสืบสวนทั่วประเทศ ก็จะมาคุยกันเรื่องกลุ่มอิทธิพล มือปืนรับจ้าง ฯลฯ จะมีการนำทฤษฎีการทำงานใหม่ๆ การสืบสวนแบบใดจึงจะประสบความสำเร็จ เพื่อนำความคิดไปปรับใช้ ซึ่งจะนำความรู้จากประสบการณ์มาสอน เพราะงานสืบสวนมันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ซึ่งคำว่าศาสตร์ คือเชิงวิชาการ และศิลป์ คือเทคนิคในการทำงาน สองสิ่งนี้สำคัญต้องทำควบคู่กัน
- คดีนี้สะท้อนปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 อย่างไร
พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ก็เปรียบเหมือน "ไข่ขาวหุ้มไข่แดง" ไข่แดงก็คือกรุงเทพฯ แล้วตำรวจภูธรภาค 1 ภาค 2 ภาค 7 เหมือนไข่ขาวที่หุ้มกรุงเทพฯ ไว้ ซึ่งตำรวจภูธรภาค 2 ก็มีพื้นที่ จ.ชลบุรี จ.ฉะเชิงเทรา ตำรวจภูธรภาค 7 มี จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร และตำรวจภูธรภาค 1 มี จ.สมุทรปาการ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี คือพื้นที่เหล่านี้มันเหมือน "ภูบาล” (ภูธร + นครบาล) ซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่จำนวนมาก เมื่อมีคนหมู่มากก็ย่อยมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ตำรวจก็ต้องคอยแยกแยะและหาทางป้องกันต่อไป ตอนนี้ก็ได้หารือกับรองผู้บัญชาการต่างๆ ให้มาช่วยกันคิดหารือกัน พร้อมทั้งเชิญผู้บังคับการแต่ละจังหวัดมารับนโยบายเพื่อให้ไปถ่ายทอดสู่ผู้ใต้บังคับบัญชาแล้ว ทั้งเรื่องการตั้งด่าน มาตรการการสืบสวนหาข่าว การเข้าไปทำประวัติแต่ละชุมชน และทำประวัติคนที่น่าเฝ้าจับตา คอยเก็บข้อมูลต่างๆ เป็นแบบฐาน "ข้อมูลท้องถิ่นเชิงรุก" เวลาเกิดเหตุจะง่ายต่อการติดตามตัวคนร้าย
-กรณีคลิปวิสามัญโจ๊ก ไผ่เขียว มีความเห็นอย่างไร
ผมไม่ได้ใส่ใจนะ ไปเอามาจากไหนไปตัดต่อ ถ่ายมาตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อย แล้วเอามาเรียงลำดับใหม่ คือมันไม่มีมาตรฐานอะไรเลย แล้วที่พูดว่ายิงซ้ำ ผมก็ไม่รู้ว่าใครพูด ซึ่งคลิปกำลังเป็นที่สนใจอยู่ในยูทูบ ผมก็ไม่ได้กลัวว่าคนจะมองตำรวจไม่ดีนะ ถ้าเราบริสุทธิ์ใจ จะว่าเราแกล้งไปยิงให้เขาตาย แต่ทำไมเราไม่ยิงน้องเขา (จิ๊บ ไผ่เขียว) ด้วยล่ะ เมื่อน้องเขาก็มีปืนอยู่ ก็เพราะว่าเขาไม่ได้สู้ ทุกคนก็รักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น จิ๊บเขาไม่สู้ เราก็ไม่ได้ทำอะไรเขา ยุงสักตัวยังไม่ได้กัดเขาเลย สมมติว่าจะทำเขาจริงๆ ในฐานะที่ผมก็นับถือศาสนาพุทธ ก็ไม่รู้จะทำไปทำไม ไม่ได้มีเรื่องโกรธเคืองกัน ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน และไม่มีใครได้ประโยชน์อะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น และที่ท่าน ผบ.ตร. (พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี) ก็เคยเน้นย้ำว่า ถ้าเขาต่อสู้ก็ต้องมีการระมัดระวังป้องกันตัวเองด้วย เพราะมีเหตุตำรวจถูกยิงตายมาเยอะแล้ว
-มีคำแนะนำประชาชนอย่างไร ให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์ลักษณะนี้
ประชาชนเขาก็ไม่ค่อยระวังตัว เพราะว่าเขาบริสุทธิ์ใจ แต่คนที่มากระทำเขาก็แค่คนส่วนหนึ่ง ตอนนี้ก็พยายามที่จะสืบสวนปราบปรามให้มันหมดไป เพื่อทำให้ประชาชนเกิดความอบอุ่นอยู่ในสังคมด้วยความสงบสุขใจ เวลาสัญจรไปมาก็ไม่ต้องห่วงอะไร ซึ่งเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ในคนหมู่มากนั้นก็ต้องมีคนไม่ดีปะปนอยู่ แต่เราจะทำอย่างไรให้คงสภาพคนดีไว้ และคนไม่ดีให้ช่วยแก้บุคลิกภาพของตัวเขาเองมาเป็นคนดีให้ได้ หน้าที่ตำรวจก็คือต้องทำอย่างไร ให้อาชญากรรมมันลดลงเรื่อยๆ นั่นคือตำรวจต้องเร่งรัดทำงานให้มากขึ้น



