ข่าว

จู่โจมจับแก๊งยาบ้าเครื่อข่ายคลองเปรม

จู่โจมจับแก๊งยาบ้าเครื่อข่ายคลองเปรม

04 เม.ย. 2552

ปส.จู่โจมจับแก๊งค้ายาเครือข่ายคุกคลองเปรม พร้อมของกลาง 1.8 แสนเม็ด

(4เม.ย.) เวลา 16.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.นำโดย พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบก.ปส.1 พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศิริทรัพย์ ผกก.1 บก.ปส.1 พร้อมชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ปส.1 พร้อมอาวุธครบมือ บุกจู่โจมจับกุม เครือข่ายยาเสพติดเรือนจำคลองเปรม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน มี น.ส.นภัสสร เนียมเปรม อายุ 29 ปี นายหิรัณย์ แก้วพรปัญญา อายุ 46 ปี นายอภิวัชร ฤกษ์อนุพงศ์ อายุ 42 ปี และนายมนตรี นันทาธิราช อายุ 44 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) 180,000 เม็ด เงินสด 60,000 บาท จับได้หลังสระน้ำบึงสีกัน ถ.หริภุญไชย หมู่บ้านเมืองทองนิเวศ 1 ซ.แจ้งวัฒนะ 14 แขวงและเขตหลักสี่ กทม.

 พล.ต.ต.อดิเทพ เปิดเผยว่า ทางบช.ปส. เฝ้าติดตามเครือข่ายแก๊งค้ายาเสพติดรายนี้มานานหลายเดือนแล้ว โดยพฤติกรรมของแก๊งนี้จะมีผู้ต้องขัง หรือนักโทษในเรือนจำคลองเปรม เป็นคนบัญชาการสั่งการ และมีนายหิรัณย์ ที่เคยตกเป็นจำเลยคดียาเสพติดจำคุก 3 ปี ต่อมาศาลยกฟ้อง เป็นหัวหน้าเครือข่ายนอกเรือนจำ สั่งการให้ลูกน้องในเครือข่ายค้ายาเสพติด ต่อมาทาง บช.ปส.สืบทราบอีกว่าวันนี้จะมีการซื้อขายยาบ้า โดยนัดหมายส่งของกันที่หลังสระน้ำบึงสีกัน ถ.หริภุญไชย หมู่บ้านเมืองทองนิเวศ 1 ซอยแจ้งวัฒนะ 14 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. จึงวางแผนจับกุม ส่งกำลังไปดักซุ่มบริเวณนัดหมาย และกำลังอีกส่วนไปสะกดรอยนายหิรัณย์ นายอภิวัชร และนายมนตรี จากบ้านพักหลังหนึ่งย่านประเวศ ซึ่งจะเดินทางมารับยาบ้าในที่นัดหมาย

 พล.ต.ต.อดิเทพ กล่าวว่า ทั้งสามใช้รถ 2 คัน โดยนายหิรัญ ขับรถยนต์ฮอนด้าแอคคอร์ท สีเทา ทะเบียน ภธ 3772 กทม. ส่วนนายอภิวัชรและนายมนตรี ใช้รถยนต์กระบะนิสสันเอ็นวี สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ปอ 2217 กทม. ขับจากประเวศมาถึงที่หมาย เมื่อมาถึงมีรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน สว 5279 กทม. มีน.ส.นภัสสร เป็นผู้ขับขี่ โดยขับวนอยู่หลายรอบ กระทั่งเจอรถของผู้ต้องหาทั้ง 2 คัน จอดอยู่ ก็ขับรถมาจอดใกล้ๆ จากนั้น น.ส.นภัสสร ก็หยิบกระเป๋าเสื้อผ้าสีดำออกจากรถ และเดินมาที่รถกระบะนิสสัน เอ็นวี เพื่อส่งมอบยาบ้า เจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มอยู่จึงจู่โจมเข้าแสดงตัวจับกุม ตรวจสอบในกระเป๋าเสื้อผ้าสีดำพบยาบ้าจำนวน 120,000 เม็ด ก่อนจะตรวจค้นรถผู้ต้องหาทั้ง 3 คัน พบยาบ้าอีก 60,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่กระโปงหลัง ของรถยนต์โตโยต้า วีออส ของ น.ส.นภัสสร และพบเงินสดจำนวน 60,000 บาท ที่รถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ท ของนายหิรัณย์ จึงควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดมาสอบสวน ที่บช.ป.ส. ดำเนินคดีตามกฏหมาย

 จากการสอบสวนในเบื้องต้น น.ส.นภัสสร รับสารภาพว่า รับจ้างส่งยาบ้า โดยมีคนคอยโทรศัพท์สั่งการให้ไปรับยาบ้า และไปส่งต่อตามที่นัดหมายไว้ ก่อนหน้าที่จะผันตัวมาเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาเสพติด ตนทำธุรกิจขายเครื่องหนัง แต่ธุรกิจเจ๊ง ซึ่งในระหว่างนั้นก็มีเพื่อนผู้หญิงติดต่อให้ตนรับจ้างขนยาบ้า และในวันนี้เพื่อนได้โทรศัพท์บอกให้ตนไปรับยาบ้ามาจากบ้านพักหลังหนึ่งย่านแจ้งวัฒนะ ให้แบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรกจำนวน 120,000 เม็ดให้มาส่งที่เกิดเหตุ โดยเพื่อนจะเป็นคนโทรบอกรูปพรรณสันฐานรถที่จะมารับยาบ้าจากตน ส่วนยาบ้าในกระโปรงหลังรถ เพื่อนจะโทรบอกอีกทีว่าจะให้ไปส่งตรงไหน ส่วนค่าจ้างในการส่งยาบ้าได้ตกลงกันไว้ว่าจะโอนเข้าบัญชีให้ แต่ยังไม่ระบุจำนวนเงิน ขณะที่นายหิรัณย์ ยอมรับว่าเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้ว แต่ต่อมาศาลได้ยกฟ้อง ซึ่งการจับกุมครั้งนี้นายหิรัณย์ปฏิเสะว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

 ภายหลังจับกุม ปส.แยกสอบสวนขยายผลผู้ต้องหาทั้งหมด ก่อนแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมด มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย ก่อนจะประสานหาข้อมูลกับทางเรือนจำคลองเปรม เพื่อทลายเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำต่อไป