
ปปส.จับตา3จว.เหนือ-ใต้-กทม.ระวังยาเสพติด
"สุเทพ"เรียกประชุมปปส.เน้นพื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย เเม่ฮ่องสอน กทม.จังหวัดชายเเดนใต้เเละ175 อำเภอระวังยาเสพติด
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 ธ.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นายพีระพันธุ์ สารีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการปปส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดครั้งที่ 10/2553
หลังการประชุมเสร็จสิ้น เอกสารข่าวของสำนักงานปปส.ระบุว่า รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดภายใต้ปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ที่ผ่านมาแล้วสองระยะ ล่าสุดเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมาปปส.ได้มอบให้มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญสำรวจความพึงพอใจประชาชนซึ่งพบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานของรัฐบาลร้อยละ 75 ซึ่งใกล้เคียงกับระยะที่หนึ่ง และปฏิบัติการประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันระยะที่สามซึ่งครม.ให้ความเห็นชอบไปและมีระยะเวลาตั้งแต่พ.ย. 2553- ก.ย. 2554
โดยเป้าหมายสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการลดการขยายตัวของปัญหายาเสพติดในภาพรวมทั่วประเทศและพื้นที่เป้าหมายสำคัญไม่ให้ปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบความมั่นคง และประชาชนปลอดภัย เป้าหมายของปฏิบัติการฯระยะที่สามจะมุ่งเน้นการแก้ไขแบบบูรณาการ ต่อยอดและครบวงจร ปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของมาตรการ นำนโยบายใหม่ของการแก้ปัญหายาเสพติดมาใช้อย่างเหมาะสม รวมทั้งพัฒนากระบวนการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เอกสารระบุว่า จุดเน้นของปฏิบัติการฯระยะที่สามคือ ยังคงยึดแนวทางของการดำเนินการยุทธศาสตร์ 5 รั้ว 9 โครงการหลักเป็นสำคัญ แต่จะให้ความสำคัญกับการกำหนดจุดสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วนในแต่ละรั้วและโครงการมากขึ้น เช่น รั้วชายแดนที่กำหนดพื้นที่ชายแดนภาคเหนือตอนบน และพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ภาคกลางเป็นเป้าหมายรอง รั้วชุมชน กำหนดหมู่บ้านและชุมชนที่ยังคงมีปัญหาเป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องแก้ไขและพัฒนาหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินให้เข้มแข็ง เป็นแนวป้องกันยาเสพติด รั้วสังคม กำหนดปัจจัยเสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในแต่ละอำเภอ/จังหวัด เป็นเป้าหมายสำคัญและเร่งรัดแก้ไขปัญหาปัจจัยเสี่ยงที่อยู่ใกล้สถานศึกษา รั้วโรงเรียน กำหนดสถานศึกษาที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยง/เสี่ยงสูงในแต่ละพื้นที่เป็นเป้าหมายสำคัญและแก้ไขปัญหา รั้วครอบครัว กำหนดให้ครอบครัวที่มีปัญหายาเสพติดเป็นความเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ
“3 จังหวัดคือ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่เป้าหมายหลักในการสกัดกั้นยาเสพติดที่ต้องเร่งรัดเป็นพิเศษ รวมทั้งกทม. จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 175 อำเภอมุ่งเน้น โดยส่งเสริมบทบาทภาคประชาชนและประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไข ส่วนปฏิบัติการฯระยะที่สามจะให้ความสำคัญกับการลดความต้องการที่เป็นเป้าหมายสำคัญโดยเฉพาะป้องกันกลุ่มเสี่ยงและผู้เสพติดรายใหม่ไม่ให้เข้ากระบวนการ ” เอกสารระบุ
เอกสารระบุว่า โครงการปราบปรามยาเสพติดและลดความเดือดร้อนของประชาชนที่กำหนดจุดปราบปรามเครือข่ายและกลุ่มค้ายาเสพติดทุกระดับรวมทั้งพื้นที่เป้าหมาย โครงการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด โดยเน้นการสมัครใจและชักชวน รวมทั้งมีระบบติดตาม ช่วยเหลือ ดูแลอย่างครบวงจร โครงการสถานบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด กำหนดสถานประกอบการที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงในแต่ละพื้นที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข โครงการบริหารจัดการแบบบูรณาการที่ต้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันพัฒนากลไกให้เป็นเอกภาพ



