ข่าว

สภายุโรปสาวไส้นายกฯโคโซโว

สภายุโรปสาวไส้นายกฯโคโซโว

16 ธ.ค. 2553

สตราบูร์ก-รัฐสภายุโรปแฉนายกฯโคโซโวเป็นหัวหน้าแก๊งค้าอวัยวะมนุษย์ข้ามชาติโดยผ่าเอาไตจากนักโทษชาวเซอร์เบียที่ถูกจับช่วงสงครามกลางเมือง

 เพียง 2 วันหลังจากที่โคโซโวที่แยกตัวเป็นเอกราชจากเซอร์เบียได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ นายดิ๊ก มาร์ตี นักการทูตชาวสวิสซึ่งเป็นทูตพิเศษของรัฐสภายุโรปแถลงเมื่อวันอังคาร (14 ธ.ค.) ว่ากลุ่มกองทัพปลดปล่อยโคโซโว (เคแอลเอ) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธเชื้อสายแอลเบเนียได้หารายได้จากการลอบค้าอวัยวะของนักโทษชาวเซอร์เบียช่วงที่เกิดความขัดแย้งด้านเชื้อชาติเมื่อปี 2542

 ในรายงานหนา 27 หน้า ของรัฐสภายุโรปซึ่งใช้เวลาสอบสวน 2 ปี ระบุว่า มีหลักฐานหลายชิ้นยืนยันว่าหนึ่งในศูนย์กลางการนำอวัยวะของนักโทษชาวแอลเบเนียไปขายในตลาดมืดต่างประเทศก็คือคลินิกแห่งหนึ่งในเมืองฟูเช-ครูเฮ ในเขตยึดครองของชาวแอลเบเนีย ซึ่งนักโทษของเคแอลเอรวมทั้งแนวร่วมบางคนจะถูกยิงตายเพียงเพื่อจะนำไตไปขายในตลาดมืดต่างประเทศ

 รายงานชิ้นนี้อ้างแหล่งข่าวหลายกระแสว่าผู้นำขบวนการอาชญากรรมข้ามชาตินี้จะลักลอบนำอวัยวะของนักโทษออกจากแอลเบเนียและขายให้แก่คลินิกเอกชนโพ้นทะเล อันเป็นส่วนหนึ่งของตลาดมืดข้ามชาติของขบวนการค้าอวัยวะให้แก่ผู้ที่ต้องการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะโดยเฉพาะไต

 รายงานชิ้นนี้ยังได้ระบุชื่อนายฮาชิม ทาซี นายกรัฐมนตรีโคโซโวที่สหรัฐหนุนหลังอยู่ ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำของเคแอลเอช่วงที่เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับทหารชาวเซิร์บว่าเคยเป็นนายใหญ่ของขบวนการลักลอบค้าอวัยวะมนุษย์นี้ ส่วนมือรอง ได้แก่ นายชาอิบ มูฮา หนึ่งในนักรบฝีมือฉกาจของเคแอลเอ ซึ่งขณะนี้มีตำแหน่งเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของนายทาซี

 รัฐสภายุโรปได้ตั้งกรรมการขึ้นมาศึกษาข้อมูลดังกล่าวเพิ่มเติมจากบันทึกความทรงจำของคาร์ลา เดอ ปองติ อดีตหัวหน้าอัยการอาชญากรสงครามแห่งสหประชาชาติที่พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2551 ซึ่งอ้างว่าได้ยินได้ฟังมาจากนักข่าวตะวันตกหลายคน

 อย่างไรก็ดีรัฐบาลของนายทาซี ซึ่งพรรครัฐบาลชนะเลือกตั้งท่วมท้นเมื่อวันอาทิตย์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โต้ว่าเป็นเรื่องที่ปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อทำลายความน่าเชื่อของเคแอลเอและกลุ่มผู้นำ รวมทั้งทำลายภาพลักษณ์ของโคโซโว พร้อมกับขู่จะดำเนินการทุกอย่างรวมถึงการใช้มาตรการทางกฎหมายตอบโต้กลุ่มผู้สร้างข่าวนี้ขึ้นมา

 ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มติดอาวุธโคโซโวและกองกำลังที่ภักดีต่ออดีตประธานาธิบดีสโลโบดัน มิโลโซวิกแห่งยูโกสลาเวีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1.3 หมื่นราย สูญหายโดยไม่ทราบชะตากรรมราว 1,900 คน ก่อนจะจบลงด้วยการที่ยูเอ็นตั้งคณะบริหารเขตพิพาทโคโซโว

 โคโซโวได้ประกาศแยกตัวเป็นอิสระจากเซอร์เบียแต่เพียงลำพังเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2551 โดยได้รับการรับรองจากรัฐบาล 72 ประเทศ แต่เซอร์เบียคัดค้านและยังคงถือว่าเป็นดินแดนตอนใต้ของเซอร์เบียอยู่