
เอสเอ็มอีแบงก์ลั่นตรึงดอกเบี้ยเงินกู้อ้อนขอคลังเพิ่มทุน
เอสเอ็มอีแบงก์ลั่นตรึงดอกเบี้ยช่วยผู้ประกอบการ พร้อมเดินหน้าปล่อยสินเชื่อแตะแสนล้านบาทปีหน้า เล็งขอคลังเพิ่มทุน 2.5- 5 พันล้าน หันรับเงินฝากจากประชาชนรายย่อย
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ในฐานะประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวระหว่างการเปิดงานสัมมนา “เศรษฐกิจไทยฟ้าในปี 54” ว่า เอสเอ็มอีแบงก์มีการปล่อยสินเชื่อคงค้างในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นับว่ามีการเติบโตสูงมาก จากยอดสินเชื่อ 4.3 หมื่นล้านบาทในปี 2551 เพิ่มเป็น 8 หมื่นล้านบาทในปี 2553 ดังนั้นแผนการดำเนินงานในปี 2554 จึงตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อให้ได้ 1 แสนล้านบาท นับว่าเป็นการเติบโตถึง 1 เท่าตัว หรือเติบโต 100% สำหรับยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ลดลงจาก 51% เหลือ 23% หรือประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท จะเน้นจ้างผู้เชี่ยวชาญมาบริหารจัดการแทนการขายหนี้ออกทั้งหมด
ส่วนแผนการบริหารงานในปี 2554 จะเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ด้วยการปล่อยสินเชื่อให้แก่รายย่อยและสนองนโยบายของรัฐ แต่ยอมรับว่าในช่วงนี้สินเชื่อมีการเติบโตสูงมาก อาจทำให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ลดต่ำลงเหลือ 8.5% จากที่เคยเกิน 10% จึงจะเสนอกระทรวงการคลังเพื่อขอเพิ่มทุนอีก 2,500-5,000 ล้านบาท รวมทั้งการเปิดรับฝากเงินจากประชาชนรายย่อย เพื่อเป็นแหล่งทุนในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารเพิ่มเติม
นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จักการ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ในปี 2553 มีผลดำเนินงานเติบโตอย่างก้าวกระโดดมีกำไรสุทธิต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จำนวน 300 ล้านบาท ส่วนปีหน้ามุ่งปล่อยสินเชื่อให้ได้ 1 แสนล้านบาท และลดหนี้เอ็นพีแอลเหลือ 17% เน้นปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีให้ครอบคลุมทุกกลุ่มไม่เลือกเฉพาะรายที่มีการเติบโตสูงสุดเพื่อดูแลเอสเอ็มอีอย่างทั่วถึง ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยปีหน้าเชื่อว่าจะไม่สูงเกิน 0.5% และอัตราเงินเฟ้อคงไม่ปรับสูงมากนัก ดังนั้นดอกเบี้ยเงินกู้เอสเอ็มอีแบงก์คงตรึงไว้ได้นานเพื่อดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอี



