ข่าว

อภิสิทธิ์เรียกเคลียร์ปัญหาน้ำมันแพง

อภิสิทธิ์เรียกเคลียร์ปัญหาน้ำมันแพง

16 ธ.ค. 2553

นายกฯ เรียกพลังงาน-คลังถกเคลียร์มาตรการดูแลราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้พุ่งเกิน 30 บาทก่อน กบง.ประชุมวันที่ 16 ธ.ค.นี้ คาดใช้เงินกองทุนพยุงต่อ หลัง "กรณ์" ค้านหัวชนฝาลดภาษีสรรพสามิต เหตุราคาขยับขึ้นตามฤดูกาลหลัง มี.ค.ค่อยว่ากัน

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงาน ถึงการดูแลราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นก่อนที่จะมีการประชุมของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เพื่อกำหนดมาตรการดูแลราคาน้ำมันดีเซลว่า กระทรวงพลังงานยังมีเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้บริหารราคาน้ำมันในประเทศได้และเคยใช้มาแล้ว โดยขณะนี้กองทุนน้ำมันมีเงินสะสมอยู่กว่า 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ จะประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลปัจจุบันใกล้แตะลิตรละ 30 บาท ตามที่รัฐบาลมีประกาศจะดูแลไม่ให้เกินระดับดังกล่าว

 “จะพิจารณาว่าจะใช้นโยบายใดเข้ามาดูแล แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนไป จะพิจารณาตามความเหมาะสม โดยขึ้นอยู่กับเหตุและผล เพื่อช่วยลดภาระให้แก่ประชาชน” นายกรณ์ กล่าวและว่า สาเหตุที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ สืบเนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศตะวันตก ซึ่งปีนี้หนาวมาก และเร็วกว่าปกติ ทำให้มีปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มมากขึ้น แต่ราคาน้ำมันในประเทศยังได้รับผลดีจากการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ไม่ได้ปรับขึ้นไปสูงมากนัก

 นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังยังไม่จำเป็นต้องนำมาตรการภาษีมาใช้ในการดูแลราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศ เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น เป็นการปรับขึ้นตามฤดูกาลที่เข้าสู่ฤดูหนาวจึงมีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น ขณะที่ปัจจุบันยังมีเงินสะสมอยู่ในกองทุนน้ำมัน เพียงพอที่จะนำมาใช้ดูแลราคาน้ำมันในประเทศได้อีกระยะหนึ่ง

 “ในระยะสั้น มาตรการภาษียังไม่มีความจำเป็นต้องนำมาใช้ โดยกรมสรรพสามิตจะพิจารณามาตรการภาษีอีกครั้งหลังพ้นฤดูหนาวไปแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงเดือนมีนาคมปีหน้าว่าราคาน้ำมันจะเริ่มปรับลดลงสู่ภาวะปกติหรือไม่” นายพงษ์ภาณุ กล่าว

 นายศิริศักดิ์ วิทยอุดม รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวถึงนโยบายการแยกราคาแอลพีจีออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ลอยตัวราคาภาคอุตสาหกรรม และ 2.ควบคุมราคาภาคครัวเรือน-ยานยนต์ว่า ขณะนี้ได้ร่างประกาศกระทรวง เพื่อดูแลด้วยการให้ภาคอุตสาหกรรมที่ใช้แอลพีจีมากกว่า 500 กิโลกรัมต่อเดือนเป็นต้นไปปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้จากเดิมใช้ถังแอลพีจีเหมือนครัวเรือน เป็นถังเก็บขนาดใหญ่ ซึ่งจะต้องลงทุนเพิ่มประมาณ 1-2 แสนบาท และจะมีการเติมมาร์กเกอร์ให้มีความแตกต่างระหว่างก๊าซ 2 ประเภทเพื่อป้องกันการถ่ายเทระหว่างกัน