
ชูพัฒนาข้าวไทย-รักษาแชมป์ส่งออกนายกฯเน้นเพิ่มคุณภาพ-ดูแลชีวิตชาวนา
นายกฯ ห่วงเกษตรกรไทย ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการอาหารโลกที่สูงขึ้น ชู 3 ข้อพัฒนาข้าวไทย รักษาความเป็นหนึ่งการส่งออกข้าว มุ่งเน้นคุณภาพพร้อมดูแลชีวิตชาวนาให้ดีขึ้น ระบุต้องปรับนโยบายครั้งใหญ่ในเชิงรายได้และสวัสดิการ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง "นโยบายรัฐกับงานวิจัยข้าวไทย" ซึ่งจัดโดยมูลนิธิข้าวไทย ว่าการกำหนดกลยุทธ์ด้านข้าวมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากข้าวจะเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศแล้ว ยังเป็นอาหารของประชากรกว่าครึ่งโลก โดยปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ผลิตข้าว 58-60 ล้านไร่ การผลิตข้าวจึงเป็นกิจกรรมหลักของประชาชนจำนวนมาก แต่ก็มีปัญหาตามมาเป็นระยะ ทั้งภัยธรรมชาติ การบริหารจัดการน้ำ คุณภาพของข้าว โรค ล้วนเป็นปัญหาที่ต้องจัดการต่อเนื่องต่อไป
ในด้านการค้า การส่งออกข้าวของไทยถือเป็นอันดับหนึ่ง แต่ในด้านมูลค่าเพิ่มของข้าวยังอยู่ในระดับต่ำ ขาดการวิจัยตลาด เปรียบเทียบโครงสร้างกำหนดราคา การใช้ความได้เปรียบเชิงโลจิสติกส์ ส่วนกระบวนการผลิตและการค้า แม้จะมีศักยภาพสูงแต่ยังมีข้อจำกัดที่สุดท้ายก็ต้องแก้ไขต่อไป เพราะไทยเองมีคู่แข่งจำนวนมากในอาเซียน โดยเฉพาะในอนาคตจะมีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จึงเป็นสิ่งที่ทำให้การวิจัยการพัฒนาต้องมีต่อเนื่อง
"แม้ไทยจะมีจุดแข็งในด้านคุณภาพ และประเทศคู่ค้าคุ้นเคยไว้วางใจ แต่ก็ยังอยากเห็นการพัฒนาข้าวไทยใน 3 ประการคือ 1.ให้ไทยคงความเป็นอันดับหนึ่งในการส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์ 2.รักษาชื่อเสียงด้านคุณภาพข้าวที่ดี และในอนาคตควรเพิ่มผลผลิตภายใต้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 3.ชาวนาต้องมีมาตรฐานการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ หลายปีที่ผ่านมาโครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงชัดเจน มูลค่าของภาคการเกษตรเทียบเป็นสัดส่วนของประชากรมวลรวมก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนประชากรภาคการเกษตรลดลง สิ่งที่ห่วงใยคือในภาวะที่โลกมีความกังวลเรื่องอาหาร แทนที่ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์และตอบโจทย์ของทั่วโลกได้ แต่ปรากฏว่าภาคการเกษตรไทยยังยากจน มีปัญหาต่อเนื่อง อายุของชาวนามากกว่า 50 ปี และอนาคตของลูกหลานน้อยรายที่จะสานต่ออาชีพการทำนา ดังนั้น จึงต้องมีการปรับนโยบายครั้งใหญ่เชิงรายได้และสวัสดิการ
"ทุกคนคงอยากเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวอันดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่สำคัญเท่ากับการทำให้ข้าวสร้างมูลค่าเพิ่ม และรายได้ให้เกษตรกรให้มากที่สุด เราอาจจะเป็นหรือไม่เป็นอันดับหนึ่งในปริมาณ แต่ด้านมูลค่าเพิ่มและคุณภาพจะเป็นยุทธศาสตร์ของข้าวไทย เพราะอนาคตจะมองเรื่องปริมาณอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองการพัฒนาทุกด้านทั้งเทคโนโลยี การลดต้นทุน การเชื่อมโยงการผลิตให้ถึงการตลาด และเรื่องของคุณภาพที่เป็นจุดแข็งเป็นทุนของประเทศ เราไม่เพียงแต่รักษาแต่ต้องปรับปรุงและพัฒนาเพื่อคงความได้เปรียบของชื่อเสียงข้าวไทยต่อไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว



