
คลังหวั่นปีหน้าปัจจัยเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจบาทแข็งต้นทุนน้ำมันพุ่ง-ทีดีอาร์ไอแนะปรับตัว
"กรณ์" รับปีหน้ามี 2 ปัจจัยน่าห่วงฉุดเศรษฐกิจ ทั้งเงินบาทผันผวนและต้นทุนน้ำมันสูง กระทบผู้ประกอบการ แต่ยันปีนี้จีดีพีไทยโตไม่ต่ำ 7.5% แนะให้เอกชนปรับตัวใช้หยวนมากขึ้น ด้านทีดีอาร์ไอมองปี 54 มีความไม่แน่นอนสูง
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในปี 2554 ยังมีประเด็นทางเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวโยงกันอยู่ 2 เรื่อง คือ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งมีผลทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลง และต้นทุนจากการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการส่งออกมีภาระเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีต้นทุนสูงตามไปด้วย รวมถึงค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มขึ้นด้วย แต่สำหรับเศรษฐกิจในปี 2553 นี้ ยังมั่นใจว่าจะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 7.5% อย่างแน่นอน
"ช่วงปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนย้ายและการอัดฉีดเงินจากสหรัฐ ซึ่งในระยะต่อไปมองว่าค่าเงินบาทยังคงผันผวนอยู่ รวมทั้งจะแข็งค่าขึ้นอีกเมื่อเทียบดอลลาร์ ซึ่งในส่วนของค่าเงินนั้น แบงก์ชาติได้เข้ามาดูแลการเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว โดยประสานกับธนาคารกลางประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด จึงมั่นใจว่า ธปท.จะดูแลไม่ให้เงินบาทผันผวนมากจนเกินไป" นายกรณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เห็นว่าขณะนี้เงินหยวนของจีนเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยจีนมีความพร้อมที่จะให้เงินหยวนเป็นสกุลอ้างอิงในการค้าขายกับต่างประเทศ นับเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เศรษฐกิจโลกจะอิงกับเงินดอลลาร์ลดน้อยลงใน 5-10 ปีข้างหน้า ดังนั้นในส่วนของผู้ประกอบการภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับเงินหยวนมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการอ่อนค่าลงของดอลลาร์
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านพัฒนาการเศรษฐกิจส่วนรวมและกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2553 ว่า น่าจะเติบโตในระดับ 7% ถือเป็นการฟื้นตัวเร็วในรูปตัววี ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2554 มองว่ามีความไม่แน่นอนสูง จึงประเมินจีดีพีไว้ 3 ระดับ ระดับสูง 7.1% ปานกลาง 5.1% และระดับต่ำที่ 3.5% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อประเมินไว้ 3 ระดับ เช่นกันคือ 3.6% 2.6% และ 2% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ทีดีอาร์ไอคาดว่าในปีหน้าจะเกิดการลงทุนระลอกใหม่ในภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง เพราะขณะนี้การลงทุนมีแนวโน้มดีขึ้นทั้งในประเทศและนอกประเทศ แต่รัฐบาลต้องสร้างบรรยากาศในการลงทุน และไทยยังต้องเน้นเรื่องคุณภาพแรงงาน เนื่องจากมีปัญหาขาดแคลนแรงงานมีฝีมือ ไม่มีรู้ภาษาอังกฤษ และการใช้เทคโนโลยียังมีปัญหาอยู่มาก และไทยยังมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาต่ำมาก ขณะที่ปัจจัยด้านการเมืองมีความเสี่ยงลดลงและโอกาสเกิดความรุนแรงลดลง แต่อาจมีความขัดแย้งภายในพรรคร่วมสูงขึ้น



