ข่าว

พบขุนนางพันธุ์ใหม่ได้ที่ อบต.

พบขุนนางพันธุ์ใหม่ได้ที่ อบต.

16 ธ.ค. 2553

หมู่นี้ไม่ทราบว่าเป็นอะไรเราจึงได้ยินแต่ข่าวขึ้นราคาซึ่งนำขบวนโดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นแล้วจะดึงอะไรต่อมิอะไรขึ้นตามกันไปเป็นทิวแถว แต่ค่าบริการบางอย่างที่จ้องจะขึ้นราคาก็มิได้ผูกพันกับราคาเชื้อเพลิงโดยตรง

 เช่น รัฐบาลประกาศจะขึ้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการและลามไปถึงบรรดานักการเมืองทั้งหลาย ค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับผู้ใช้แรงงานก็มีการขึ้นกันทั่วประเทศ ยิ่งกว่านั้นทางราชการจะมีการขึ้นค่าตอบแทนให้กับนายกอบต.เกือบ 7,000 แห่งทั่วประเทศเสียอีก

 การขึ้น “ค่าบริการ” ที่มีชื่อเรียกต่างๆ กันแล้วแต่ฐานะและตำแหน่งนั้นไม่ว่าการขึ้นเงินตำแหน่งให้แก่บรรดา ส.ส. หรือการขึ้นตอบแทนให้แก่นายกอบต. ก็มักจะมีเสียงคัดค้านกันขรม เป็นเรื่องยาวที่ต้องแยกมาคุยกันวันหลัง ในวันนี้ผมจะขอหยิบยกเรื่องค่าตอบแทนของนายกอบต.มาคุยแต่เพียงเรื่องเดียวก่อน เพราะถึงขณะที่เขียนบทความนี้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยดูเหมือนว่าจะคิดไม่เหมือนกัน โดยรมต.มหาดไทยก็ว่าท่านมีอำนาจตามกฎหมายที่จะขึ้นเงินเดือนนายกอบต. ส่วนท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ก็เห็นว่าเป็นประเด็นที่รมต.ต้องฟังนายกฯ หรือครม.

 อันว่าอบต.นั้นเป็นองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในรูปแบบใหม่ซึ่งเริ่มต้นมา 10 กว่าปีแล้ว แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปก็ยังไม่เข้าใจบทบาทของอบต.มากนัก โดยเฉพาะในเขตภูมิภาคก็ยังมีผู้ใหญ่บ้านและกำนันอันเป็นแขนขาของการบริหารงานส่วนท้องถิ่นอยู่เดิมปฏิบัติหน้าที่อยู่และกฎหมายใหม่ที่กำหนดอำนาจหน้าที่ของอบต.นั้น “ครอบจักรวาล” ตั้งแต่ดูแลให้มีระบบโครงสร้างพื้นฐานของตำบลนั้นๆ ไปจนกระทั่งถึงการควบคุมกิจการหลายอย่าง (ต้องขออนุญาตกับอบต.)

 อำนาจของอบต.ตามกฎหมายทั้งทางตรงและที่ซ่อนเร้นนั้นมีความสำคัญต่อพื้นที่ตำบลอย่างยิ่ง

 ผลงานของอบต.ที่เห็นเป็นรูปธรรมนั้นก็มีหลายอย่างพอสมควร แต่ที่แจ่มชัดก็คือที่ทำการของอบต.ส่วนมากสร้างเป็นตึกอาคารผิดแผกไปจากความเป็นอยู่ของชาวบ้านทั่วไป แปลว่าได้นำเงินงบประมาณอันจำกัดของอบต.ไปใช้ประโยชน์กับคนกลุ่มเดียวไม่ใช่ชาวบ้านทั้งตำบล ผมได้เห็นที่ทำการทำนองเดียวกับอบต.ในเมืองจีน เขาใช้บ้านของนายก หรือสมาชิกอบต.เป็นสำนักงาน ก็ดูเรียบร้อยดีและมีสภาพพอเพียงเหมาะกับสภาพหมู่บ้านทั่วไปด้วย

 เมื่อมีสำนักงานหรูหราคนที่เข้าไปอยู่ในสำนักงาน ไม่ว่านายกหรือสมาชิกอบต.ก็ต้องทำตัวให้ภูมิฐานสมฐานะ มีการแต่งเครื่องแบบและพิธีรีตองต่างๆ เลียนแบบ “ขุนนาง” วางตัวเหนือชาวบ้านทั่วไป

 ทั้งหลายทั้งปวงนี้สะท้อนการกระจายอำนาจเพื่อสร้างประชาธิปไตยระดับท้องถิ่นที่ผิดพลาด ซึ่งลามปามไปถึงวิธีคิดค่าตอบแทน กล่าวคือการจัดองค์กรอบต.นั้นผิดพลาดโดยกำหนดหน้าที่นายกอบต.เอาไว้เป็นเสมือน “ซีอีโอ” ของอบต. ซึ่งหน้าที่นั้นควรเป็นของพนักงานอาชีพที่เรียกว่าปลัดอบต. หรือชื่อใดสุดแล้วแต่ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงดูเสมือนว่านายกอบต.ได้กลายมาเป็นซีอีโอของอบต. ต้องทำงานเต็มเวลาและต้องมีการปรับค่าตอบแทนให้ถึง 100% ด้วยแนวคิดที่ผิดมาแต่ต้น

 ในยุคใหม่นี้รัฐบาลทุกประเทศพยายามที่จะให้ขนาดของหน่วยงานของรัฐเล็กลง รัฐบาลไทยหลายยุคมาแล้วก็ได้รับแนวคิดนี้มา แต่ก็เป็นเพียงคำพูด ส่วนในทางปฏิบัติจริงนั้นหน่วยงานของรัฐขยายไปแทบทุกปีมีองค์กรใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น องค์การมหาชน และอบต. เป็นอาทิ เมื่อเพิ่มขนาดของหน่วยงานของรัฐและกระจายอาสาสมัครต่างๆ ให้มีสภาพเหมือนพนักงานของรัฐก็หนีไม่พ้นที่ต้องจ่ายงบประมาณประเภทเงินเดือนสูงขึ้น

 ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปเราชาวบ้านก็เตรียมไว้ควักกระเป๋าจ่ายภาษีในรูปแบบต่างๆ เพิ่มขึ้นต่อไปเถิด

นายหนูใหญ่ /[email protected]