ข่าว

 เงินเดือนกับคุณภาพงาน

เงินเดือนกับคุณภาพงาน

16 ธ.ค. 2553

องค์กรตำรวจเป็นหน่วยงานที่มีความชัดเจนที่สุด ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับเงิน

 ภารกิจหลักของตำรวจคือการไล่ล่าจับกุมคนร้าย งานป้องกันปราบปราม อย่างหลังถ้าได้นายตำรวจที่ชาญฉลาดเข้ามาบริหาร ก็ใช้เงินไม่มาก

 ส่วนงานสืบสวนจับกุมคนร้าย ต้องใช้เงินสูง มีทั้งค่าสาย ซื้อข่าว ค่าเดินทาง ที่พักแรม กินอยู่สารพัด บางคดีเกาะติดกันเป็นเดือน คดีไหนสื่อสนใจเกาะติดหรือกระทบความรู้สึกคนในสังคม ยิ่งต้องใช้เงินมากต่อเนื่อง

 ถ้ามีนายตำรวจผู้ใหญ่ลงมาคุมก็โชคดีไป

 ดูอย่างกรณีน้อง "โตมี่" พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) รักษาการ ผบช.ภ.1 ลงมาสั่งการด้วยตัวเอง ก็ไปได้เร็ว แถมนั่งรักษาการ แทนผู้บัญชาการด้วยแล้ว ต้องสนับสนุนเรื่องงบเต็มที่

 สุดท้าย 2 พี่น้องระห่ำเมืองก็ไปไม่รอด ตายชดใช้กรรมไป 1 คน น้องถูกจับเป็น

 นี่เป็นกรณีที่สื่อจับจ้อง สังคมจับตา เรื่องราวเลยง่ายเข้าสำหรับนายตำรวจชั้นผู้น้อย

 หากสืบสาวประวัติค้างเก่าจะพบว่า พี่น้องคู่นี้เคยก่อคดีลักษณะนี้มาก่อน คนที่ขับรถผ่านไปมาหลายรายตกเป็นเหยื่อ ถนนหลวงแถวอยุธยากลายเป็นเส้นทางเฉียดนรก ไม่รู้วันไหนที่สองพี่น้องออกมาลงมือ ใครขับรถมาช่วงนั้นก็ถือว่าซวย

 แจ้งความไว้ก็ไม่มีความคืบหน้า สำนวนคดีถูกสะสม ทั้งๆ ที่เป็นพฤติกรรมอันตรายต่อสังคม

 ทั้งคู่ล้วนมีชื่ออยู่ในบัญชีนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ อายุเพียง 20 ปีเศษ มีบ้าน ทรัพย์สิน เงินสดรวมๆ 50 ล้านบาท วงจรเครือข่ายต้องไม่ธรรมดา

 แต่ทำไมการติดตามจับกุมของตำรวจท้องที่ ตำรวจสืบสวนภาค ไม่ลงมาดำเนินการหรือสืบสวนเอาความ

 อาจเข้าใจได้ว่ากำลังดำเนินการอยู่ แต่ทำไมเมื่อนายตำรวจใหญ่ลงไปจี้ สื่อเกาะติด คดีน้อง "โตมี่" ถึงปิดแฟ้มได้รวดเร็ว ยังไม่นับถึงการขยายผลที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด

 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คงต้องไปไล่เรียงระบบการทำงานดู

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ดำเนินการเรื่องขึ้นเงินเดือนข้าราชการเสร็จสิ้น จะมีผลปีหน้า ถ้าจะให้ดี ต้องดูเรื่องคุณภาพงานควบคู่ไปด้วย

 ธรรมชาติของตำรวจนอกจากเงินเดือนแล้ว ยังมีเงินนอกระบบที่ใช้ขับเคลื่อนการทำงานควบคู่ไปด้วย

 หรือการที่ติดตามคนร้ายไม่ต่อเนื่อง ไม่เกาะติด พับเก็บใส่แฟ้มเพราะเงินส่วนนี้หายไป เรียกง่ายๆ ว่านายอม กินรวบ ไม่กินแบ่ง งานเลยติดๆ ขัดๆ ชะงักไปด้วย!!