ข่าว

ส่งตัว"จิ๊บ ไผ่เขียว"ฝากขังแม่ครวญไม่เห็นหน้าลูก

ส่งตัว"จิ๊บ ไผ่เขียว"ฝากขังแม่ครวญไม่เห็นหน้าลูก

15 ธ.ค. 2553

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 15 ธ.ค. พ.ต.อ.อนุสรณ์ วะยาคำ ผกก.สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และกำลังตำรวจ นปพ. 30 นาย นำตัว นายนพพล ประสงค์ศิล หรือจิ๊บ ไผ่เขียว ไปขออำนาจศาลจังหวัดพระนครศรีอยุ

 โดยนายนพพลถูกควบคุมตัวมาในรถยนต์ตู้ของตำรวจ ซึ่งเข้าทางด้านหลังของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมี นางประยงค์ ประสงค์ศิล แม่ของนายจิ๊บ มาเฝ้ารอเพื่อจะพบหน้าลูก แต่ปรากฏว่าจนท.ตำรวจได้กันไม้ให้แม่และสื่อมวลชนเข้าไปถ่ายทำบริเวณจุดควบคุมผู้ต้องหา ที่อยู่ด้านหลังศาล โดยจนท.ได้คัดค้านการให้ประกันตัว และขออำนาจฝากขังโดยมีกำลังตำรวจคุมเข้มงวดระหว่างรอการพิจารณาฝากขัง

 นางประยงค์ เปิดเผยว่า ตนมาเฝ้าเยี่ยมลูกตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากลูกทำแผนแล้ว และถูกนำไปควบคุมตัวที่ สภ.อุทัย ตนก็ตามไปโดยซื้อข้าวกล่องไปสองกล่อง น้ำ 1 ขวด แต่ทางตำรวจไม่ให้เข้าไปเยี่ยม ตนก็ขอให้เรียกลูกมาที่ลูกกรงให้ตนเห็นจากด้านนอกก็ได้ แต่ตำรวจก็ไม่ยอมโดยอ้างว่าผู้บังคับบัญชาสั่งห้ามเยี่ยมเด็ดขาด ตนจึงต้องกลับ และเมื่อทราบว่าลูกจะมาฝากขังก็รีบมาดักรอตั้งแต่เช้า โดยไปซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าแตะมาให้ใหม่ แต่ก็ไม่ได้พบอีก รู้สึกเสียใจอย่างมาก ช่วงที่พ้นโทษมาเมือ่ปี 52 หลังจากติดอยู่ 3 ปี จิ๊บและโจ๊กไม่ค่อยไปหาแม่ที่พระอินทร์ราชา ลูกๆจะอยู่กันที่อยุธยา โดยบอกว่ารับจ้างดูแลร้านอาหารมีเงินเดือนๆละ 1 หมื่นกว่าบาท นานๆก็จะไปหาแม่ แล้วให้เงินครั้งละ 3-5 พันบาท แล้วก็ไม่ค่อยคุยอะไร จะอยู่เพียง 30 นาทีหรือ 1 ช.ม.ก็กลับ ตอนที่ลูกชายคนโตถูกยิงตนก็เสียใจ

 นางประยงค์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องของจิ๊บก่อนหน้าที่จะถูกจับก็นัดหมายให้ไปรับตัว ตนก็พานักข่าวไปด้วย แต่ระหว่างทางโทรศัพท์มาถามว่าแม่ให้คนมารับเหรอ จากนั้นเมื่อไปถึงก็ไม่พบลูกแล้ว จนกระทั่งลูกมาถูกจับ เรื่องนี้ก็ไม่ได้ถามลูกว่าจริงๆแล้วลูกมาที่อยุธยาอย่างไรกันแน่ อย่างไรก็ตามตนไม่อยากติดใจ ถ้าเขาทำจริงก็อยากที่จะขอโทษพ่อแม่ของน้องโตมี่ให้อโหสิด้วย ตนไม่ได้ไปเยี่ยมเพราะตนก็ยุ่งเรื่องลูกสองคนเหมือนกัน ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ก็จะฌาปนกิจศพของนายโจ๊ก ที่วัดคุณหญิงส้มจีน

 นางประยงค์ ยังเปิดเผยต่อด้วยว่า ตนคงไม่ขอประกันตัวลูกเพราะรู้ว่าตำรวจก็คงคัดค้านเพราะเป็นคดีสำคัญ แต่ก็เป็นห่วงว่าลูกจะถูกซ้อมหรือเปล่า ตนเคยถามลูกว่าไปยุ่งเกี่ยวกับยาบ้าหรือเปล่าลูกก็บอกว่าไม่เคยไปยุ่งเกี่ยว แต่ตนก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงเพราะไม่ได้อยู่กับลูก อยากจะบอกว่ารักและห่วงลูกทั้งสองคนมาก พยายามไปหาไปพบแต่ก็ไม่ได้พบ กลัวว่าลูกจะไม่เข้าใจคิดว่าแม่ไม่สนใจ แต่หากทำจริงก็ขอให้รับกรรมไป แล้วยังมีโอกาสกลับตัวได้ แม่ทุกคนก็อยากให้ลูกได้ดีทุกคน นายประยงค์กล่าว