ข่าว

'บิ๊กตู่'ชงครม.ใช้กม.มั่นคงสัปดาห์หน้า

'บิ๊กตู่'ชงครม.ใช้กม.มั่นคงสัปดาห์หน้า

15 ธ.ค. 2553

“ประยุทธ์” เผย ชง”นายกฯ”ใช้พ.ร.บ.มั่นคงแทนพ.ร.ก.สัปดาห์หน้า ลั่นจำเป็นใช้กม.พิเศษป้องคนชั่วใช้ช่องโหว่กมป่วน ยันมีกลุ่มไม่ต้องการปชต.-ทำชาติวุ่น แนะเรื่องภายในควรแก้เอง อย่าฟ้องชาติอื่น รับห่วงปีใหม่ แต่มีแผนรองรับเต็มที่

(15ธ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยช่วงปีใหม่ ว่า ได้หารือเพื่อเตรียมการเรื่องนี้ในที่ประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แล้ว โดยพิจารณาว่าหากยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราจะปฏิบัติหน้าที่อย่างไรให้เกิดความสงบเรียบร้อย รวมถึงการดูแลความปลอดภัยในช่วงปีใหม่ด้วย สิ่งแรกที่เราจะต้องทำ คือ การร่วมมือกันในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ซึ่งใน กทม.จะเป็นกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก ทหารและเจ้าหน้าที่เทศกิจเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ประเด็นสำคัญถ้ามีประชาชนช่วยเฝ้าระวังจะสามารถป้องกันการก่อเหตุร้ายได้

 ส่วนกฎหมายเดิมที่มีอยู่เราก็ยังใช้อยู่ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับความปลอดภัย และให้ประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าให้ได้ ขอร้องว่า ถ้าทุกคนอยากให้มีการยกเลิก พ.ร.ก.โดยเร็ว พวกเราทุกคนต้องช่วยกันร่วมมือแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ต้องไม่มีการทำผิดกฎหมาย ไม่มีการดูถูกดูหมิ่นสถาบัน และช่วยกันเฝ้าระวังไม่ให้คนไม่ดีออกมาทำความไม่เรียบร้อยให้บ้านเมืองเรา

 “แม้เราจะเป็นห่วงสถานการณ์ช่วงปีใหม่ แต่เราต้องพยายามทำให้ดีที่สุด โดยใช้กฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งหากยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้วจะมีการประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงขึ้นมาซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ ศอฉ.และหน่วยงานด้านความมั่นคงพิจารณาเห็นว่าเหมาะสม โดยเป็นการลดระดับการใช้กฎหมายตามปกติ ความจริงแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากกฎหมายปกติ เพียงแต่ให้อำนาจหน้าที่ให้ทหารสามารถนำกำลังออกมาปฏิบัติงานช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากมีความวุ่นวายเกิดขึ้น มีการกระทำนอกกฎหมาย หรือการกระทำที่ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย เราพร้อมจะประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินได้ตลอดเวลา ส่วนข้อเสนอยกเลิก พ.ร.ก.นั้นคาดว่าจะสามารถส่งให้นายกรัฐมนตรีนำเข้า คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศอฉ.แล้วว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายในช่วงปีใหม่ ไหนๆก็ปีใหม่แล้วก็อยากให้ประชาชนมีความสุข ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงหน้าที่ความรับผิดชอบหลักเป็นของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการ และเป็นผอ.รมน.อยู่ ในกรอบผู้บริหารก็มีตนเป็นรอง ผอ.รมน. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก เป็นเลขาธิการ รมน.ส่วนกรอบของคณะกรรมการอำนวยการก็มีทั้งหมด 23 คน ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นรองประธาน และมีผู้บัญชาการเหล่าทัพอยู่ด้วย

 ดังนั้นในระหว่างที่ไม่มี ศอฉ.คณะกรรมการอำนวยการก็จะมีหน้าที่กำกับดูแลในการดำเนินการภายใต้กรอบของ กอ.รมน. ถ้ามีปัญหาอะไรขึ้นมาก็ประกาศพื้นที่ ซึ่ง พ.ร.บ.ความมั่นคงมี 2 หมวด หมวดที่ 1 ไม่ได้ประกาศพื้นที่ เป็นเพียงการติดตามสถานการณ์และการเตรียมกำลังไว้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ ศูนย์ติดตามสถานกาณ์ (ศตส.) หมวด 1 ส่วนหมวด 2 หากเมื่อไรที่สถานการณ์เริ่มมีความรุนแรงจะประกาศพื้นที่เฉพาะจุด ซึ่งหากถึงขั้นนั้นจะมี ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ทั้งนี้หากสามารถผ่านช่วงปีใหม่ไปได้ด้วยดีก็ไม่จำเป็นต้องเป็นต้องประกาศใช้ทั้ง พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพราะไม่มีใครอยากจะใช้กฎหมายอะไรเพิ่มเติม ทุกคนมีหน้าที่มีภารกิจอยู่

 “ ถ้าไม่อยากให้ใช้กฎหมายพิเศษต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายปกติ เช่น ต้องไม่สร้างความรำคาญให้ผู้อื่น ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ซึ่งกฎหมายปกตินั้นมี แต่ถามว่ากลัวหรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่กลัว ซึ่งทุกคนเห็นกันอยู่ เหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคมยังทำผิดกฎหมายกัน คนไม่ดีทำกัน ส่วนคนดีไม่ได้เดือดร้อนอยู่แล้ว กฎหมายออกมา 100 ฉบับถ้าไม่ได้ทำความผิดแล้วจะกลัวทำไม ผมไม่ได้ทำความผิดผมไม่ต้องกลัวเลย คนที่กลัวกฎหมายคือคนที่จะทำความผิดหาช่องว่างของกฎหมายที่มีอยู่แล้วทำความผิดดังนั้นกฎหมายพิเศษที่ออกมาจะไปอุดช่องว่างของกฎหมายเหล่านั้น ซึ่งจะทำให้คนไม่ดีทำอะไรไม่ได้ นั่นคือข้อเท็จจริงในเวลานี้ ไม่ใช่ว่าเจ้าหน้าที่อยากจะมีอำนาจล้นฟ้า ไม่ใช่หรอก จะมีไปทำไม มีให้เหนื่อยยากทำไม กฎหมายปกติถ้าเชื่อฟังกันมันก็จบแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นคนที่ปฏิบัติตามกฎหมาย อยากเห็นประเทศชาติก้าวหน้า และให้ประเทศไทยเดินไปในกรอบของประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่ยังมีคนบางกลุ่มที่ไม่ต้องการ แต่ต้องการประชาธิปไตยอีกแบบหนึ่ง ทุกคนทราบดี ผมไม่อยากจะกล่าวถึงว่าเป็นใครบ้าง แต่อยากถามว่าที่ทำมาทั้งหมดนั้นได้อะไรมาบ้าง นอกจากเสื่อมเสียชื่อเสียง ต่างประเทศก็ไม่ยอมรับ จะไปโทษใครก็ทำกันเอง เรื่องของเราภายในประเทศเราก็ต้องแก้กันเองภายในประเทศให้ได้ ไม่ต้องให้คนอื่นมาแก้ อยากขอร้องสื่อว่าช่วยกันพูดให้คนเหล่านี้หยุดสักที ใครที่คิดจะทำอะไร บ้านเมืองมันหยุดช้ากว่านี้ไปสักพักคงจะแย่กว่านี้เยอะ”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า ทำอย่างไรให้กลุ่มที่ไม่ต้องการประชาธิปไตยในแบบที่ถูกต้องกลับมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องสร้างความเข้าใจและให้ประชาชนส่วนใหญ่คิดทบทวนกลับมาว่า ที่เรามีประเทศมามันกี่ปีแล้ว มันพัฒนามาตามลำดับ คิดว่าการจะไปแก้สิ่งต่างๆนั้นคงไม่มีประโยชน์ถ้าไม่มีใครปฏิบัติ หาช่องว่างของกฎหมายกันอยู่ มันก็จะต้องแก้ไปตลอดไม่ว่าจะออกกฎหมายใหม่มากี่ฉบับ แก้ไปแก้มาก็ทำอะไรไม่ได้เพราะบริหารไม่ได้ ซึ่งการเขียนอะไรที่ล็อคตัวเองมากไปมันบริหารยาก ทำงานยาก โดยเฉพาะกับรัฐบาลที่จะต้องทำงาน ใครเป็นรัฐบาลก็ต้องทำ