
คลังถอนใบอนุญาตประกันภัยเอ.พี.เอฟ.
คปภ.แจงคลังลงดาบถอนใบอนุญาตบริษัทประกันวินาศภัย เอ.พี.เอฟ. ตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. เหตุมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ค้างค่าสินไหมผู้เอาประกันจำนวนมาก หวั่นปล่อยไว้กระทบประชาชน
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แจ้งว่า ตามที่นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท เอ.พี.เอฟ.อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา สำนักงาน คปภ.ขอสรุปข้อเท็จจริง คือบริษัท เอ.พี.เอฟ. มีฐานะการเงินดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย มีสินทรัพย์สภาพคล่องไม่เพียงพอแก่การชำระหนี้ และมีค่าสินไหมทดแทนค้างจ่ายแก่ผู้เอาประกันภัย หรือประชาชนจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทอยู่ในฐานะที่มีหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2553 จำนวน 265.13 ล้านบาท ซึ่งทาง คปภ.ได้ให้โอกาสในการแก้ไขปัญหามาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว
หากบริษัทสามารถระดมเงินทุนใหม่จะทำให้บริษัทสามารถชำระหนี้สินที่มีต่อเจ้าหนี้ได้ แต่บริษัทไม่สามารถแก้ไขปัญหาฐานะการเงินได้ และยังคงค้างจ่ายค่าสินไหมทดแทนอีกจำนวนมาก จึงอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน รมว.คลังจึงใช้อำนาจตามมาตรา 59 แห่ง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 สั่งเพิกถอนใบอนุญาตเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชน หรือผู้เอาประกันภัยได้รับความเสียหายเพิ่มเติม โดยการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของ เอ.พี.เอฟ.ครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทประกันวินาศภัยอื่น ๆ
ทั้งนี้ คปภ.ได้รับความร่วมมือจากบริษัทประกันภัยให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยในกรณีกรมธรรม์ที่ยังมีระยะเวลาคุ้มครองเหลืออยู่ให้ทำประกันภัยกับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการให้ความช่วยเหลือ โดยสามารถซื้อความคุ้มครอง 1 ปี แล้วบริษัทประกันภัยจะขยายระยะเวลาความคุ้มครองเพิ่มเติมให้เท่ากับระยะเวลาประกันภัยที่เหลืออยู่ตามกรมธรรม์ประกันภัยเดิม หรือบริษัทประกันภัยอาจให้ส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาคุ้มครองที่เหลืออยู่ โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องโอนสิทธิที่จะได้รับเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่เหลือ สำหรับรายชื่อบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของ คปภ. www.oic.or.th หรือสอบถามได้ที่สายด่วนประกันภัย 1186



