ข่าว

แหล่งผลิตปัญญาชน?

แหล่งผลิตปัญญาชน?

15 ธ.ค. 2553

ปรับตัวให้รอดเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต การปรับตัวทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่อาจเปลี่ยนไปในทางที่สังคมบอกว่าดีขึ้น หรือปรับเปลี่ยนแล้วกลับได้รับการนิยามความหมายว่า แย่กว่าเดิม ในโลกของตำรวจนั้นมักกล่าวอ้างกันอยู่เสมอว่า

 เขาทำกันจนเป็นวัฒนธรรมสืบต่อๆ มา เขาทำกันหมด เราเป็นน้องใหม่ คนใหม่ เราจะไม่ทำเหมือนเขา เขาก็จะว่าเราดื้อด้าน แข็งขืน เราก็อยู่ไม่ได้เป็นกาดำ ซึ่งหากพิจารณาจากความหมายแล้วการยืนยันที่จะปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีดังเรื่องราวข้างต้นนั้นน่าจะใช้คำว่า “หงส์ในฝูงกา” มากกว่า หากการปรับตัวเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะทำให้มีชีวิตรอดแล้วนั้น การที่คนคนหนึ่งซึ่งถูกเรียกว่าปัญญาชนเลือกที่จะจบชีวิตด้วยการทำร้ายตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา หรืออีกนัยหนึ่งน่าจะต้องถูกพิจารณาว่าเป็นปัญหาที่จะต้องทบทวนทำความเข้าใจและแก้ไข

 ดูจะเป็นการกล่าวแบบง่ายๆ เกินไปหรือไม่ หากจะบอกว่า มหาวิทยาลัยมีตึกต่างๆ มากมาย ดังนั้นการป้องกันจะไม่ให้นักศึกษามากระโดดตึกจึงเป็นเรื่องยาก! ในฐานะของการเป็นกลุ่มผู้นำทางสังคม เป็นปัญญาของแผ่นดิน เป็นผู้ชี้นำทิศทางของสังคมนั้น เราควรที่จะมีวิธีคิด วิธีเข้าใจสภาพของปัญหาและวิธีการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างชาญฉลาดด้วยหรือไม่ มหาวิทยาลัยได้ทบทวนบทบาทของตนเองทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น มีมาตรการในการดูแลการเรียนการสอนและการใช้ชีวิตของนิสิต นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่จะต้องมีวิธีคิดต่อการดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพที่ดีอย่างไร?

 การมุ่งคำนึงถึงแต่เพียงรูปแบบโดยละเลยความสำคัญของเนื้อหา อย่างเช่น สนใจแต่การสร้างตึก แต่ไม่สนใจที่จะเอื้ออำนวยการใช้ประโยชน์จากห้องต่างๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นห้องคลายเครียด ห้องให้คำปรึกษา ห้องที่สวยงาม มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัยครบครัน แต่ถูกใช้ประโยชน์น้อยมาก และมีขั้นตอน หรือกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อนเกินกว่าที่คนมีทุกข์คนหนึ่งจะเดินฝ่าด่านเข้าไปเพื่อขอรับการช่วยเหลือเยียวยาให้คลายทุกข์

 ครั้นจะเหลียวมองหาครูผู้ทำตัวเป็นเสมือนพี่สาว พี่ชาย หรือเพื่อนต่างวัยก็ช่างแสนยากเย็นเนื่องจาก ณ ดินแดนแห่งนี้มีแต่อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทรงภูมิปัญญา และผู้คุมกฎระเบียบ ดูเหมือนว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมีความสุขอยู่กับการสร้างกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาปฏิบัติตามมากกว่าที่จะวางสถานะความสัมพันธ์ในแนวระนาบเพื่อสร้างความรู้สึกอบอุ่นใกล้ชิดและผูกพัน

 ระบบต่างๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ดูเหมือนว่าทำเพื่อช่วยเหลือดูแลนิสิตก็เป็นไปเพียงแค่รูปแบบ แต่ไร้ซึ่งคุณภาพ เพียงเพื่อให้สามารถนำมาใช้เป็นรายการเพื่อขอคะแนนให้ผ่านเกณฑ์การประกันคุณภาพโดยมิได้สนใจว่าเนื้อหาของการช่วยเหลือดูแลนิสิตจะมีคุณภาพมากน้อยเพียงใด มหาวิทยาลัยต้องเป็นผู้นำทางความคิดของสังคม ต้องรู้ว่าปัญหาคืออะไร สาเหตุเกิดจากอะไร และต้องรู้วิธีแก้ไขปัญหาที่ประสบความสำเร็จด้วย การที่มหาวิทยาลัยจะชี้นำสังคมได้นั้น มหาวิทยาลัยจะต้องทำสังคมภายในของตนเองให้ประสบความสำเร็จก่อน หากไม่เป็นเช่นนั้นก็ไม่อาจคาดหวังได้ว่าจะสามารถชี้นำสังคมนอกมหาวิทยาลัยได้เลย ดังนั้น สิ่งแรกที่ควรทำคือผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคคลที่เกี่ยวข้องจะต้องกลับมาเปิดใจ และให้ความสนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อทำความเข้าใจให้แจ่มแจ้ง จากนั้นจึงระดมความคิด และความรู้ต่างๆ เพื่อดำเนินการอย่างจริงจังและจริงใจในการป้องกันและแก้ไขปัญหา

 หรือว่าปรากฏการณ์ของกระบวนการป้องกันและแก้ปัญหาการโดดตึกตายของนิสิตนักศึกษาจะเป็นภาพสะท้อนของความล้มเหลวในการพัฒนาความเป็นมนุษย์ของปัญญาชนในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง การดำรงอยู่ของมหาวิทยาลัยจึงน่าจะยังไม่มีคุณค่าหรือความหมายเพียงพอต่อชาวบ้านและสังคม ศาสตร์แห่งความคิด จิตใจ อารมณ์ของคนที่ถูกผลิตสร้างและสั่งสอนกันในรั้วมหาวิทยาลัยดูเหมือนจะไม่สามารถใช้งานได้จริง ล้มเหลวอย่างไร้กระบวนท่า เพราะคำว่าคุณค่าย่อมหมายถึงความมีคุณประโยชน์ที่ก่อให้เกิดขึ้นกับคนรอบข้าง คนตัวเล็กตัวน้อย และสังคมในภาพรวม มิใช่มุ่งหวังแต่เงินตรา อำนาจ และเกียรติยศที่จอมปลอม!

ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข