ข่าว

 บทเรียนไม่มีผู้นำตัวจริง

บทเรียนไม่มีผู้นำตัวจริง

15 ธ.ค. 2553

ผลการเลือกตั้งซ่อม 5 เขต แบ่งเป็นภาคอีสาน 3 เขต ภาคกลาง 1 เขต และกรุงเทพมหานคร 1 เขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้งครบทุกเขต แต่ได้รับเลือกตั้งมาเพียงเขตเดียว คือ เขตเลือกตั้งที่ส่ง

 "ปรีชาพล พงษ์พานิช" ลูกชายของเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีต รมช.มหาดไทย และเป็นเขตพื้นที่แดงจ้า ลงสมัครรับเลือกตั้งเท่านั้นที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา ที่เหลืออีก 4 เขตเลือกตั้งพ่ายแพ้ให้แก่คู่ต่อสู้ ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา พื้นที่สำคัญที่เป็นตัวบ่งชี้ หรือดัชนีการเมืองในภาคอีสาน คือความพ่ายแพ้ในนครราชสีมา และสุรินทร์ ให้แก่พรรคภูมิใจไทย

 ก่อนหน้าการเลือกตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เป็นคนนำทัพพรรคเพื่อไทยลงสู้ศึกคู่กับ "พายัพ ชินวัตร" ในฐานะประธาน ส.ส.ภาคอีสาน ต่างพากันมั่นใจว่า จะชนะการเลือกตั้งแน่นอนใน 3 เขต ไม่ว่าจะเป็น นครราชสีมา ขอนแก่น และสุรินทร์ กับการชูนโยบาย "นำทักษิณกลับบ้าน" และนโยบายประชานิยมที่เคยได้รับความนิยมอย่างสูง จนพรรคไทยรักไทยได้รับชัยชนะเหนือคู่แข่งอย่างประชาธิปัตย์มาแล้วหลายสมัย แต่ด้วยภาวะการนำของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมนโยบายใกล้เคียงเพียงเล่นคำว่าเป็นนโยบายสวัสดิการสังคม ไม่ว่าจะเป็น "ประกันราคาพืชผล เบี้ยยังชีพคนชรา เงินเดือน อสม." และนโยบายช่วยเหลือค่าครองชีพคนจนที่กำลังจะประกาศออกมา ทำให้ประชาธิปัตย์ฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อย

 การฟื้นตัวปรากฏให้เห็นจากคะแนนของ "อธิปปรัชญ์ ทัดพิชญางกูร" ที่ได้คะแนนเพิ่มกว่าเดิม 5 เท่าตัว ทั้งๆ ที่เป็นนักการศึกษา ไม่ใช่นักการเมืองมาก่อน และเป็นนักการศึกษาต่างถิ่นที่ไปฝังตัวทำงานอยู่ในเขตเลือกตั้งมานาน การได้คะแนนเพิ่มของพรรคประชาธิปัตย์ในเขตขอนแก่น และการพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งที่มั่นใจทั้งนครราชสีมา และสุรินทร์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทำให้สมาชิกพรรคหวั่นไหวไปกับกระแสที่มาในเวลาไม่ไกลจากการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงกลางปีหน้า และเป็นการเลือกตั้งที่จะชี้ชะตาอนาคตว่า ใครจะได้เป็นรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน

 จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะได้ยินเสียงสมาชิกออกมาแสดงความคิดเห็นเชิงเสนอแนะให้พรรคหาผู้นำตัวจริงที่แท้จริงชูโรงเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป "ไชยา พรหมา" ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย เสนอว่า พรรคเพื่อไทยต้องนำผลเลือกตั้งครั้งนี้มาวิเคราะห์ ทบทวนปรับยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางการเมือง อย่ามองข้ามความมั่นใจในอนาคตของพรรคจะนำนโยบายของพรรคไปสู่เป้าหมายได้รับชัยชนะกลับมาเป็นรัฐบาลได้ ถึงเวลาแล้วที่พรรคต้องมีความชัดเจน จึงขอเรียกร้องให้พรรคประกาศตัวผู้นำพรรคที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต นำนโยบายของพรรคขับเคลื่อนไปสู้กับรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์