ข่าว

"เจ๊เกียว"ลั่นขอพบอธิบดีขนส่งหลังปีใหม่

"เจ๊เกียว"ลั่นขอพบอธิบดีขนส่งหลังปีใหม่

14 ธ.ค. 2553

"เจ๊เกียว" เจ้าของรถโดยสารลั่นไม่ปรับค่าโดยสาร มอบเป็นของขวัญปีใหม่ แต่จะขอพบอธิบดีกรมการขนส่ง ภายหลัง เพื่อขอให้ปรับค่าโดยสารให้สอดคล้องกับราคาดีเซล วอนเห็นใจผู้ประกอบการ ไม่รวยทุกคน เงินกำไรที่จะเหลือจะนำมาปรับปรุงบริการ เลขาหออีสาน สอนมวย รัฐ

(14ธ.ค.) นางสุจินดา  เชิดชัย หรือเจ้เกียว นายกสมาคมรถโดยสารแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับราคาขายน้ำมันดีเซล ที่มีแนวโน้มจะทยอยขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ว่า ขอยืนยันจะไม่ขึ้นราคาค่าโดยสารในช่วงนี้ โดยจะยอมตรึงราคาเดิมไปก่อน เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ ให้แก่ประชาชน หลังปีใหม่จึงจะนัดผู้ประกอบการ ฯ หารือเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อขอเข้าพบอธิบดีกรมการขนส่งทางบกชี้แจงปัญหา ความจำเป็นที่จะขอปรับราคาค่าโดยสารขึ้นตามขั้น ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกับกระทรวงคมนาคม ปัจจุบันใช้ขั้นที่ 12 คิดราคาน้ำมันดีเซล ในราคาลิตรละ 24.71 บาท แต่ส่วนต่างราคาน้ำมัน ฯ ในขณะนี้ เกินกว่า 6 บาท จะต้องใช้ขั้นที่ 17 แต่จะปรับขึ้นเท่าไรยังตอบไม่ได้

 นางสุจินดา กล่าวว่า  ฝากถึงผู้ที่ไม่รู้จริง ตั้งคำถามทำไมไม่เปลี่ยนไปใช้ก๊าซะได้ลดต้นทุน ข้อจำกัดในการใช้ก๊าซ มีหลายอย่างเริ่มตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงต่อคันไม่ต่ำกว่า 4 แสนบาท และ รถโดยสารส่วนใหญ่ เป็นสายยาว แต่ละเที่ยวต้องวิ่งทางไกลไม่ต่ำกว่า 400 กม. ปั๊มก๊าซ ในต่างจังหวัด มีไม่เพียงพอกับความต้องการ ที่สำคัญ ผู้ประกอบการ ฯ ไม่มีทุนที่จะเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิง 
  "อยากให้รัฐบาล เห็นใจ หันมามองพวกเราบ้าง ผู้ประกอบการ ฯ ไม่ได้ร่ำรวยกันทุกคน หลายรายยังมีหนี้สิน ต้องเสียดอกเบี้ย ผ่อนส่งชำระค่ารถโดยสาร ทีอย่างอื่น รัฐบาลประกาศปรับขึ้นเงินเดือนกัน แต่ทำไมไม่ยอมปรับราคาค่าโดยสารกันบ้าง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เงินกำไรที่เหลือ ผู้ประกอบการ ฯ จะได้นำมาปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้น " เจ้เกียว กล่าว ขอความเห็นใจ     
 
 นายทวิสันต์  โลณานุรักษ์ เลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ณ วันนี้เรามีข้อสงสัยในกรณีของการซื้อน้ำมันโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนในค่าเงินดอลล่าร์ โดยต้องใช้เงินบาท ไปซื้อน้ำมัน แต่ปัจจุบันค่าเงินบาทได้แข็งตัวขึ้น สภาพความเป็นจริงน่าจะสามารถซื้อน้ำมันได้ในปริมาณที่มาก และ ราคาเหมาะสมกว่าที่เป็นอยู่ เมื่อราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

 อย่างนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน โดยตรง คือจะเกิดปัญหาสินค้า การบริการ การขนส่ง สิ่งอุปโภค บริโภคต่างๆ จะมีราคาแพงขึ้น เพราะต้นทุนการขนส่งสินค้าจะสูงขึ้น โดยเฉพาะในภาคอีสานที่มีการขนส่งสินค้า โดยใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหลักในการดำเนินการ เราจึงอยากข้อเสนอให้รัฐบาลกลับไปคิดทบทวนในการดึงงบประมาณกองทุนจากกระทรวงพลังงานที่ยังเหลืออยู่กว่า 2 หมื่นล้านบาท มาใช้เพื่อตรึงราคาน้ำมันในช่วงนี้ให้ผ่านพ้นไปก่อน หากมีความจำเป็นต้องลดการเก็บภาษีสรรพสามิตได้ รัฐบาลต้องจำเป็นต้องทำ ตามที่หลายฝ่ายภายในโครงสร้างการบริหารประเทศของรัฐบาล กล่าวอ้างว่าประเด็นที่เราพยายามเรียกร้องเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องมีการปรึกษาหารือ ใช้เวลาในการพิจารณาทบทวนมากพอสมควร สุดท้ายแล้วภาระเหล่านี้ก็จะตกสู่พี่ น้อง ประชาชน รัฐบาลต้องตระหนักตามคำขวัญที่เคยให้สัญญาไว้ว่าประชาชนต้องมาก่อน ประชาชนต้องสามารถดำรงอยู่ได้