
มติครม.ขึ้นเงินเดือนขรก.-ส.ส.-ส.ว.
ครม.มีมติเห็นชอบขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอนุมัติขึ้นเงินเดือนนักการเมือง ส.ว.มีผล 1 เม.ย. 54 ส่วนส.ส.หลังเลือกตั้งครั้งหน้า ตีกลับขึ้นเดือนอบต.ทบทวนอีกสัปดาห์หน้า นายกฯชี้เลื่อนขึ้นเงินเดือนอบต.ไม่กระทบประกาศราชกิจจานุเบกษา
(14ธ.ค.) นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันนี้มีมติเห็นชอบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปี 54 ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้างเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำฉบับที่ 5 หลังจากที่คณะกรรมการฯได้ประชุมและพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่นที่กฎหมายกำหนดเมื่อ 9 ธ.ค. 53 และมีมติเห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างทุกคน โดยให้มีผลทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 54 เป็นต้นไป สำหรับจังหวัดที่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุด คือ จ.ภูเก็ต อยู่ที่ 221 บาท/วัน ส่วนจังหวัดที่มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำน้อยสุด คือ จ.พะเยา อยู่ที่ 159 บาท/วัน
"นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายหลังหารือกับ รมว.แรงงานแล้ว จากที่บอกว่าจะพยายามทำให้ได้ 250 บาท/วัน แต่เนื่องจากเหตุผลความจำเป็นบางประการจึงได้สูงสุดแค่เพียง 221 บาท/วัน" นายวัชระ กล่าว
นอกจากนี้คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติตามที่คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ หรือ กงช. เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชกฤษฎีกา 9 ฉบับ อาทิ ร่างพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการพลเรือน ข้าราชการรัฐสภา ข้าราชการฝ่ายการเมือง เพื่อปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน และร่างพระราชกฤษฎีกาเงินประจำ และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ ที่จะปรับเพิ่มเงินประจำตำแหน่ง ของประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้าน ส.ว. ส.ส. พร้อมบัญชีค่าตอบแทนของประธานกรรมการ และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อปรับขึ้นเงินเดือนพร้อมกันทั้งระบบ
โดยข้าราชการ และ ส.ว.นั้น จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2554 ส่วน ส.ส.จะเริ่มตั้งแต่หลังการเลือกตั้งในครั้งหน้าต่อไป ส่วนการขึ้นเงินเดือนให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต.นั้น นายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบการพัฒนาส่วนอื่น อาทิ เทศบาล ส.ก. และ ส.ข
นายปณิธาน วัฒนายากร ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐบาลกล่าวว่า การขึ้นเงินเดือนครั้งนี้มีการชี้วัดเรื่องประสิทธิภาพการทำงานอยู่แล้ว โดยเรื่องนี้เป็นเพราะรัฐบาลต้องการจัดระบบเงินเดือนให้เป็นสากลเมื่อเทียบกับประเทศที่มีศักยภาพแบบประเทศไทย อีกทั้งต้องเทียบเคียงในเชิงระบบ ไม่ใช่ขึ้นตรงนี้แล้วตรงนั้นมาร้อง โดยต้องทำไปพร้อมๆกัน ทั้งข้าราชการประจำ ข้าราชการการเมือง ข้าราชการท้องถิ่น ข้าราชการส่วนกลางจะต้องมีระบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ให้เกิดหลายมาตรฐาน
ในส่วนการขึ้นค่าตอบแทนรายเดือนให้กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และสมาชิกนั้น ที่ประชุมครม.มีมติให้เลื่อนการพิจารณาออกไปอีก 1 สัปดาห์เพื่อกลับศึกษาว่าการเพิ่มเงินเดือนให้กับผู้บริหาร อบต. จะกระทบต่องบพัฒนาในแต่ละท้องถิ่นหรือไม่ โดยเฉพาะในท้องถิ่นที่มีงบพัฒนาน้อย ผู้บริหารท้องถิ่นต้องอธิบายกับประชาชนถึงปัญหาที่จะตามมาได้ และต้องบริหารงบประมาณที่มีอยู่ให้ดีที่สุด
นายกฯชี้เลื่อนขึ้นเงินเดือนอบต.ไม่กระทบ
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การขึ้นค่าตอบแทนรายเดือนให้กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และสมาชิกนั้น ในการประชุมคณะรัฐมนตรีได้เชิญรองอธิบดีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามารายงาน ถึงเหตุผลการปรับขึ้นค่าตอบแทนอบต.ทั่วประเทศ โดยอธิบดีกรมการปกครองยืนยันว่า ได้จัดสรรในส่วนที่เป็นเงินรายได้ของท้องถิ่นเอง ไม่ใช่เป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาลและใช้งบเพียงแค่พันกว่าล้านบาทเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ขอให้กระทรวงการคลัง มหาดไทย และสำนักงบประมาณ กลับไปตรวจสอบให้รอบคอบอีกครั้งภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ในส่วนที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูร รมว.มหาดไทย ได้ลงนามในระเบียบเตรียมขึ้นเงินเดือนไปแล้ว และมีการประสานกับทางสำนักเลขาธิการครม.ในการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผลบังคับใช้อย่างทันทีนั้น นายกฯเห็นว่า ไม่มีผลกระทบ เพราะภายใน 1 สัปดาห์ ที่ให้ไปศึกษาน่าจะเพียงพอกับช่วงเวลาในการประกาศอย่างเป็นทางการได้



