
'จิ๊บ ไผ่เขียว'อ้างเหตุยิงขอทางไม่ให้
"จิ๊บ ไผ่เขียว" ระบุ เหตุยิงรถของ"น้องโตมี่"เพราะขอทางแล้วไม่ให้ พี่ชายจึงโมใหยิงใส่ทันที "วิชียร"ชมตร.ที่รวบได้ ด้านเลขาธิการ ป.ป.ส.เล็งยึดทรัพย์"โจ๊ก-จิ๊บ ไผ่เขียว" ถ้าญาติและภรรยาแจงที่มาทรัพย์สินไม่ได้
(14ธ.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ.10 พร้อมด้วยนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดอยุธยา ได้ร่วมกันแถลงข่าว ภายหลังเข้าจับกุมนายนพพล ประสงค์ศิล หรือ จิ๊บ ไผ่เขียว ผู้ต้องหาคดีร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงเด็กชายโภคิน ดีผิว หรือน้องโตมี่ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยทางพล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า การเข้าจับกุมครั้งนี้เป็นความตั้งใจของตำรวจที่จะให้ความเป็นธรรม ไม่มีเจตนา ที่จะวิสามัญ ฆ่าแกงกัน ถือว่าเป็นการดีที่สามารถจับกุมได้ โดยผู้ต้องหาไม่ได้ขัดขืน ไม่ได้ต่อสู้ จึงทำให้ไม่ต้องเสียชีวิต
"จากการสอบสวนนายจิ๊บซึ่งถือว่าเป็นลูกผู้ชายได้รับสารภาพว่าเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 3 ครั้ง เวลาที่มีการขับรถแซงกันไปมา ประกอบกับพี่ชายนายโจ๊กเป็นคนอารมณ์ร้อน จึงก่อเหตุขึ้น" พล.ต.อ.อัศวินกล่าว
ด้านนายนพพล กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมพี่ชายกำลังนั่งจักรยานยนต์ไปเก็บเงินจากลูกค้าที่ซื้อยาบ้า เมื่อรถวิ่งจึงจุดเกิดเหตุได้ขอทางจะเบี่ยงเข้าทางด้านขวา แต่รถของน้องโตมี่ไม่ยอมให้ทางพี่ชายจึงเกิดความโมโหยิงเข้าใส่ทันที 3 นัด จากนั้นได้ขี่รถแซงขึ้นไปด้านหน้าก่อนสาดกระสุนใส่กระจกหน้าอีก 10 นัด โดยที่ไม่รู้ว่าภายในรถคันดังกล่าวมีเด็กนั่งมาด้วย
"รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น อยากขอโทษครอบครัวของน้องโตมี่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทางครอบครัวและญาติจะว่าอย่างไรบ้าง" นายนพพลกล่าว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายนพพลไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เชิงสะพานต่างระดับบางปะอิน ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ
ด้านพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการจับตัวนายนพพล ประสงค์ศิลป์ อายุ 23 ปี หรือจิ๊บ ไผ่เขียว คนร้ายก่อเหตุยิงเด็กชายโภคิน ดีผิว หรือน้องโตมี่ เป็นการเข้าจับกุมโดยละมุนละม่อม ไม่มีการยิงต่อสู้จากคนร้าย ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้ขับจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ โดยมีนายชาญชัย หรือโจ๊ก ประสงค์ดี พี่ชาย ซึ่งถูกวิสามัญฆาตกรรมไปก่อนหน้านี้เป็นผู้ลงมือยิง ซึ่งตำรวจจะขยายผลว่ามีบุคคลอื่นร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่ โดยจากพยานหลักฐานขณะนี้เชื่อว่า ผู้ต้องหาเป็นหนึ่งในเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ โดยจะมีการประสานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบเส้นทางทางการเงินต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าพฤติการณ์ของคนร้ายมีลักษณะเป็นแก๊งมาเฟียรายใหญ่ ตำรวจท้องที่มีข้อมูลมาก่อนบ้างหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตำรวจมีงานความมั่นคงมากทำให้ดูแลอาชญากรรมทำได้ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธร 1 แต่เชื่อว่าเมื่อบ้านเมืองดีขึ้น ตำรวจจะหันกลับมาป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติดได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้นและจะเห็นผลปราบปรามได้อย่างเป็นรูปธรรมในไม่ช้า
นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. กล่าวถึงกรณีการจับกุมนายนพพล ประสงค์ศิล หรือจิ๊บ ไผ่เขียว ผู้ต้องหาฆ่า ด.ช.โภคิน หรือ น้องโตมี่ ดีผิว อายุ 12 ปี ขณะนั่งในรถยนต์พร้อมครอบครัวที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า ป.ป.ส.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบอายัดทรัพย์สินเครือข่ายของ“จิ๊บ ไผ่เขียว” ตาม พ.ร.บ.ปราบปรามผู้กระทำผิดคดียาเสพติด พ.ศ.2534 เบื้องต้น ได้ทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 35 ล้านบาท
ประกอบด้วย เงินสด กว่า 8 ล้านบาท บัญชีทรัพย์สินในชื่อญาติและแฟนจิ๊บ ไผ่เขียว รวม 10 บัญชี เป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท บ้าน 4 หลัง รถยนต์ 1 คัน รถกระบะ 1 คัน จักรยานยนต์ 2 คัน และทองรูปพรรณ อีกจำนวนมาก โดยทรัพย์สินที่เป็นบัญชีธนาคาร ป.ป.ส. ได้ทำการห้ามเบิกถอนหรือเคลื่อนไหวทางบัญชี และได้สั่งการเจ้าหน้าที่ ขยายผลติดตามอายัดทรัพย์สินอื่นต่อไป
เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวอีกว่า นายนพพล หรือจิ๊บ และ นายชาญชัย ประสงค์ศิล หรือ โจ๊ก ไผ่เขียว มีรายชื่อแบล็กลิสต์ในบัญชีนักค้ายาเสพติดของป.ป.ส. ภาค 1 ซึ่งรับผิดชอบเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ภาค 1 อยู่ระหว่างติดตามจับกุมอยู่แล้ว ขั้นตอนต่อไป ภายหลังอายัดทรัพย์สิน ป.ป.ส.จะประกาศจำแนกทรัพย์สินแต่ละประเภทและเปิดโอกาสให้ญาติและแฟนสาวของจิ๊บ และโจ๊ก ไผ่เขียว มาชี้แจงพิสูจน์ทรัพย์ว่าที่มาของทรัพย์มาอย่างไร
พราะขณะนี้ทรัพย์ที่อายัดไว้เป็นทรัพย์ที่ต้องสงสัยจากการค้ายาเสพติดเพราะทั้งจิ๊บและโจ๊กเป็นบุค คลไม่มีอาชีพที่แน่นอน แต่กลับมามีทรัพย์สินจำนวนมาก ทั้งนี้ หากไม่สามารถชี้แจงพิสูจน์ทรัพย์ได้ ทรัพย์ทั้งหมดก็จะต้องถูกยึดตามกฎหมายคดียาเสพติด
ส่วนชุมชนไผ่เขียวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นชุมชนเป้าหมายกวาดล้างยาเสพติดตามแผนที่ ป.ป.ส. จับตาอยู่ มีปัญหายาเสพติดค่อนข้างมาก รองๆ จากชุมชนใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ สภาพชุมชนไผ่เขียว มีลักษณะเป็นชุมชนแออัด มีผู้เสพมากทำให้มีผู้ค้ามากด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นชุมชนรอยต่อกับจังหวัดปทุมธานีและใกล้กรุงเทพฯ ทำให้มีการเคลื่อนไหวของเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่รายใหญ่
คุกเตรียมสั่งควบคุมจิ๊บ ไผ่เขียวเป็นพิเศษ
นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงมาตรการควบคุมตัวนายนพพลว่า การควบคุมตัวจิ๊บ ไผ่เขียว อาจต้องควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก่อน เนื่องจากผู้ต้องหายังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี จึงจำเป็นต้องอยู่ในเรือนจำใกล้ศาล และจะต้องให้อยู่ในแดนแรกรับ ซึ่งเป็นแดนควบคุมผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีเท่านั้น เพื่อไม่ให้เข้าไปรวมกับผู้ต้องขังรายอื่น
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวด้วยว่า จะกำชับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ให้จับตานายจิ๊บ เป็นพิเศษ เพื่อควบคุมปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติดภายในเรือนจำ แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าเครื่อข่ายค้ายาเสพติดในชุมชนไผ่เขียวมีความเชื่อมโยงกับผู้ต้องขังในเรือนจำแต่อย่างใด



