
รวบแล้ว'จิ๊บ ไผ่เขียว'คาอพาร์ตเมนท์
ตำรวจบุกรวบ"จิ๊บ ไผ่เขียว"คาอพาร์ตเมนท์เมืองอยุธยา อัศวิน เผย ไล่ล่าตั้งแต่สวนยางระยอง คนร้ายนั่งวินจยย.ขึ้นรถตู้กลับมากบดานถิ่นเก่า เตรียมยายผลสางคดียาเสพติด ระบุ หากสาวต้อตอถึงใครฟันไม่เลี้ยง
(14ธ.ค.) เวลา 02.30 น. พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.จว.อยุธยา และ พ.ต.อ.นฤนาท พุทไธสง ผกก.สส.ภ.จว.อยุธยา นำกำลังตำรวจหน่วยปฎิบัติการพิเศษ (นปพ.) ประมาณ 20 นาย เข้าปิดล้อมอาคารพานิชย์ ชื่อ เคแอล โซล4 ซึ่งเป็นอาพาต์เมนท์ ตั้งอยู่ด้านหลังหมู่บ้านสินธิวาธานี ริมถนนโรจน์จนะ ต.สามเรือน อ.บางประอินทร์ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังสืบทราบว่านายนพพล ประสงค์ศิล หรือ จิ๊บ ไผ่เขียว หลบเข้ามากบดานที่ห้องหมายเลข 505 ขั้น 5 ของอาคารดังกล่าว
จากนั้นพล.ต.ต.อนุรักษ์ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการพิเศษ (นปพ.) จำนวน 7 นาย บุกไปที่ห้องของผู้ต้องหา โดยเจ้าหน้าที่ไขกุญแจประตู พร้อมใช้เท้าถีบประตูเข้าไป และพบว่านายนพพล กำลังนอนหลับอยู่ในลักษณะใช้ผ้าห่มคลุมโปร่ง ซึ่งผู้ต้องหาสวมกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการจับกุมตัวนายนพพล เอาไว้ได้โดยละม่อม
จากการตรวจสอบพบว่าที่บริเวณหัวนอนพบอาวุธปืน.38 วางอยู่ 1 กระบอก จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงนำตัวผู้ต้องหาออกมาจากอาพาต์เมนท์ เพื่อนำตัวไปสอบสวนทันที่
ต่อมาเวลา 04.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผบ.ตร.และรักษาราชการแทน ผบช.ภ.1 กล่าวในรายการ"เช้าวันนี้"ทางช่อง 3 ว่า ตอนนี้เราจับกุมนายนพพล หรือจิ๊บ ไผ่เขียวได้แล้ว เมื่อเวลา 02.00 น. ขณะนอนในห้องพักอพาร์ตเมนท์ในจ.อยุธยาซึ่งนายนพพลยังมีอาการสดชื่น ไม่มีอาการอ่อนเพลีย หลังจากเจ้าหน้าที่ประมาณ 20 นายได้ไล่ติดตามผู้ต้องรายตั้งแต่เขาชะเมา อ.แกลง จ.ระยอง แต่เจ้าหน้าที่ก็คลาดที่จะจับได้ตลอด โดยนายนพพลหลบหนีออกจากสวนยางมาขึ้นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างแล้วนั่งรถตู้หนีเข้ามาในจ.อยุธยา
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนนายนพพลยอมรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง เบื้องต้นทราบว่า คนร้ายก่อเหตุมาแล้ว 7 ครั้ง และทุกครั้งก็ไม่มีสาเหตุโกรธแค้นคู่กรณี ทั้งนี้ขณะก่อเหตุจะใช้ จยย. ขนาดใหญ่ และรถยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ ล้อทอง ก่อเหตุทุกครั้ง ขณะนี้มีผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความแล้ว 2-3 รายด้วยกัน
“ขณะเข้าจับกุม ผู้ต้องหายังนอนหลับอยู่ในอาพาทต์เมนท์ เขาไม่ได้ต่อสู้ เพราะตื่นขึ้นมาเราก็ชาร์จถึงตัวแล้ว จากการสอบสวนขณะนี้ ผมว่ามันโรคจิต มันเพี้ยน นึกอยากจะยิงก็ยิง” รองผบ.ตร.กล่าว และว่า วันนี้จะต้องทำการสอบสวนขยายผลต่อเพราะเชื่อว่าไม่ได้ทำเพียง 2 คนเท่านั้น
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า หลังตำรวจจับกุมตัวนายนพพลได้แล้ว จึงนำตัวมาสอบสวนสาเหตุการใช้อาวุธปืนยิง ด.ช.โภคิน ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมทั้งระบุว่า ได้ขับจยย.ตามที่พี่ชาย หรือโจ๊ก ไผ่เขียว เป็นผู้สั่งโดยตลอด ซึ่งก่อเหตุลักณษะแบบนี้มาแล้วถึง 7 ครั้ง ทั้งนี้การก่อเหตุทั้งหมด ไม่ได้มีเรื่องของการทวงหนี้ หรือแก็งซิ่ง หรือการขับรถปาดหน้ากัน แต่เป็นการใช้อาวุธปืนยิง เพราะอยากยิงเท่านั้น ซึ่งพื้นที่ก่อเหตุส่วนใหญ่อยู่ในเขต สภ.พระอินทร์ราชา
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า ส่วนผู้เป็นมารดา ที่ได้มีการติดต่อกับลูกชายให้เข้ามอบตัวนั้นส่วนตัวแล้วก้เข้าใจว่าผู้เป็นแม่ก็ย่อมห่วงลูกธรรมดา แต่เมื่อได้ก่อเหตุแล้ว ก็จะต้องรับโทษที่ได้ก่อขึ้นเอาไว้ เพราะทำให้ผู้อื่นต้องเสียชีวิต รวมทั้งคดีค้ายาบ้าอีก
อย่างไรก็ตาม สำหรับในเรื่องคดียาเสพติดที่ตรวจพบครั้งแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องขยายผลต่อไป เพราะถือว่าเป็นผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะต้องขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด และสำหรับประเด็นนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคงต้องขอปิดเป็นความลับเอาไว้ก่อน เพราะเกรงว่าจะกระทบรูปคดี ซึ่งหากสืบสวนไปถึงบุคคลใดทางตำรวจก็จะดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด โดยไม่ละเว้นทั้งสิ้น เบื้อต้นผู้ต้องระบุว่า ค้ายาเสพติดมาประมาณ 7 เดือน แต่เรื่องนี้ทางตำรวจไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด เพราะมูลค่าของทรัพย์สิน และเงินสดที่พบมีมากว่า 50 ล้านบาท



