
น้ำตาซึม...วินาทีโค่นจามจุรียักษ์โซเชียลมีเดียจัดงานไว้อาลัย
น้อยคนที่จำได้ว่า 4 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย สืบเนื่องจากกระแสพระราชดำรัสแสดงความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ สมัยรัฐบาล อานันท์ ปันยารชุน จึงประกาศให้มี "วันสิ่งแวดล้อมไทย" ตั้งแต่ปี 2534 เป็
ผ่านไป 19 ปีเต็ม...เช้าวันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2553 ชาวสุขุมวิท 35 ต้องตื่นมาพบกับโศกนาฏกรรมของไม้ใหญ่ยักษ์ใจกลางเมือง "น้องบี" สาวเมืองกรุงที่อาศัยอยู่กลางซอยสุขุมวิท 35 ตื่นขึ้นมาตอนเช้าด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฉุกใจคิดได้รีบออกจากบ้านไปยังพื้นที่เป้าหมายทันที ใช่แล้ว...ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือต้นจามจุรีใหญ่หลายต้นกำลังถูกคนงานก่อสร้างรุมฟันโค่นทิ้ง ทั้งที่ต้นไม้อายุกว่า 100 ปีเหล่านี้กำลังเป็นข้อพิพาทระหว่างชุมชนกับนายทุนกลุ่มหนึ่ง
น้องบี เล่าว่า พวกเขาเลือกทำวันนี้เพราะเป็นช่วงหยุดยาว ไม่ค่อยมีคนอยู่บ้าน ตั้งแต่เช้าก็ได้ยินเสียงตัดต้นไม้แล้ว มีทั้งเสียงเลื่อยไฟฟ้า เสียงขุด เสียงลาก เสียงมีดฟันกิ่งไม้...กลุ่มคนงานเร่งโค่นต้นจามจุรีขนาดใหญ่ที่อยู่รอบๆ ไปก่อน 3-4 ต้น จนตอนบ่ายแก่ๆ ถึงเข้าไปจัดการต้นจามจุรีที่ใหญ่สุดอายุ 100 กว่าปี พวกเขาเอาลวดสลิงมาขึงรอบต้นไม้ แล้วพยายามหมุนหาองศาที่พอเหมาะ ก่อนใช้รถแทรกเตอร์ดึงให้หักโค่นลงมา ก่อนหน้านี้อาจมีการใช้เลื่อยไฟฟ้าเฉือนลำต้นให้หักได้ง่าย ช่วงนั้นหลายคนเริ่มโทรศัพท์มาถาม เพราะข่าวเริ่มกระจายออกไปว่ามีการตัดต้นไม้แล้ว เธอจึงเอากล้องไปถ่ายวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน
"น้ำตาหนูซึมไหลออกมาเลย ตอนเห็นต้นจามจุรีพยายามยื้อชีวิตตัวเอง เขาสู้สุดฤทธิ์ไม่ยอมล้มลงมาง่ายๆ คนงานก็พยายามหมุนไปมา ใช้รถแทรกเตอร์ช่วยดึงหลายรอบ จนมักหักโค่นกลางลำต้น เพราะไม่สามารถดึงรากของมันขึ้นมาได้ ตอนมันล้มลงใบไม้ร่วงปลิวขึ้นมาเต็มท้องฟ้า ถ้าใครเชื่อว่าต้นไม้มีชีวิตคงเข้าใจ แต่ถ้าใครไม่เชื่อก็คงไม่แคร์ " น้องบี เล่าถึงวินาทีสำคัญ
การต่อสู้เพื่อยื้อชีวิตของต้นจามจุรียักษ์บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ในซอยสุขุมวิท 35 นั้น เริ่มมาได้ประมาณ 2-3 เดือนแล้ว โดยกลุ่มโซเชียลมีเดีย “บิ๊กทรี” (BIG Trees Project) ซึ่งสมาชิกแรกเริ่มเป็นผู้ที่อาศัยหรือทำงานบริเวณนั้น จุดประสงค์เพื่อขอเจรจากับเจ้าของที่ดินไม่ให้ตัดต้นจามจุรี หรือต้นก้ามปู อายุกว่า 100 ปี ที่มี 4 -5 ต้น โดยเฉพาะต้นใหญ่สุดรัศมีกิ่งก้านกว่า 30 เมตร ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าอายุเกือบ 200 ปี
จากสมาชิกเริ่มแรกไม่กี่สิบคน เมื่อสื่อมวลชนเริ่มรายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง สมาชิกก็พุ่งเป็น 2,000 คนในเวลาไม่กี่วัน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมากกว่า 6,000 คน ซึ่งตอนแรกกลุ่มนายทุนยืนยันว่าเป็นพื้นที่เอกชนมีสิทธิ์ตัดต้นไม้ได้และกำลังจะก่อสร้างศูนย์การค้าสูง 40 ชั้น แต่ตอนหลังยอมโอนอ่อนโดยอ้างว่าจะล้อมต้นไม้ยักษ์เหล่านี้ยกให้สวนสาธารณะของ กทม.
เมื่อภาพหลักฐานจากคลิปวิดีโอวินาทีโค่นต้นจามจุรีถูกเผยแพร่ออกไปในเฟซบุ๊กของบิ๊กทรี ยืนยันว่าไม่มีการอุ้มล้อม มีแต่การโค่นทำลายทิ้ง ทำให้ชาวโซเชียลมีเดียเข้าไปแสดงความไว้อาลัยให้ต้นไม้กลุ่มนี้จนยอดสมาชิกเกือบ 9,000 คน
ไม่ได้มีเฉพาะ "น้องบี" ที่แอบหลั่งน้ำตาให้ความสูญเสียทางสิ่งแวดล้อมของเมืองใหญ่ เพราะหลายคนโพสต์ข้อความว่า กลั้นน้ำตาไม่อยู่ตอนดูคลิปวิดีโอต้นไม้ยักษ์ถูกดึงล้มสู่ดิน หลายคนทนดูจนจบไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ลุ้นเรื่องนี้มาหลายอาทิตย์ จากความเศร้าใจกลายเป็นพลังฮึดสู้ สมาชิกบิ๊กทรีบางคนถึงกับประกาศว่าจะต่อต้านโครงการธุรกิจในพื้นที่นี้จนวันตาย เช่น
"Lak รักในหลวงและประเทศไทย" : เราจะไม่สนันสนุนอะไรที่เกิดขึ้นตรงนี้ แล้วจะบอกลูกบอกหลานไม่ให้ไปเหยียบย่างตรงพื้นที่ตรงนี้ คุณคิดว่าคนไทยลืมง่ายใช่ไหม รอดูคราวนี้ก็แล้วกัน, "P A" : โพสต์ว่า ถึงตอนนี้ก็สายไปแล้วค่ะ ก็หวังว่าทุกๆ คน ใน Comment นี้ คงจะไม่ไปเหยียบสถานที่แห่งนี้ ทิ้งเป็นสุสานของต้นไม้ที่ให้อากาศเราหายใจนะคะ ส่วนตัวแล้วจะไม่ไปเหยียบบนโครงการนี้แน่นอนค่ะ
"Firsty" : ทนดูให้จบไม่ได้จริงๆ อ่ะ ถ้าเกิดภัยพิบัติ รุนแรง อย่าโทษธรรมชาติเลย
"Unepee" : ผลประโยชน์มากมายจนไม่มีพื้นที่สำหรับต้นไม้เพียงต้นเดียวเลยเหรอ?
"Sommai" : วันสิ่งแวดล้อมไทย เป็นวันไว้อาลัยต้นไม้ใหญ่หรือยายทวดต้นไม้ขอให้ไปสู่ที่สุคติ
"Kain" : พ่อปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน แต่ตอนนี้ต้นไม้บนแผ่นดินของพ่อโดนตัด คนใจร้ายตัดต้นไม้ไร้สามัญสำนึกรักแผ่นดิน....
"บัณฑิต วินิจฉัยกุล" ผู้อำนวยการเขตวัฒนา หนึ่งในพยานสำคัญที่อยู่ด้วยขณะที่ตัวแทนกลุ่มเจ้าของที่ดินเจรจากับกลุ่มบิ๊กทรีเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ยอมรับว่า ไม่รู้มาก่อนเรื่องนายทุนสั่งให้ตัดต้นไม้ยักษ์วันที่ 4 ธันวาคม เพราะอาทิตย์ก่อนก็ขนย้ายต้นไม้ขนาดเล็กและขนาดกลางไปแล้วเกือบ 100 ต้นไม้ ตอนนี้รวมกันอยู่ที่บึงหนองบอนของ กทม. ส่วนเรื่องต้นจามจุรียักษ์คงต้องรอเจ้าของโครงการก่อสร้างชี้แจงมาว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น !?!
ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา แกนนำสมาชิกกลุ่มบิ๊กทรีประมาณ 10 คนรวมตัวกันเพื่อระดมความเห็น ได้ผลสรุปเบื้องต้นว่าจะมี 3 กิจกรรมรณรงค์รักษาต้นไม้ใหญ่ในประเทศไทย คือ 1.จัดงานศพหรืองานไว้อาลัยต้นจามจุรียักษ์ที่ถูกตัดไป เพื่อแสดงถึงความผูกพันของมนุษย์กับต้นไม้ใหญ่ 2 ระดมอาสาสมัครสำรวจและทำแผนที่ต้นไม้ใหญ่ทั่วกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ และมีจัดประกวดภาพต้นไม้ใหญ่ทรงคุณค่าในเฟซบุ๊กบิ๊กทรี โดยมีมูลนิธิโลกสีเขียว มูลนิธิราชพฤกษ์ ฯลฯ เข้าร่วมกิจกรรมด้วย 3.จัดให้มีฟอรั่มหรือเสวนาวิชาการรวบรวมข้อมูลต้นไม้ใหญ่ในด้านต่างๆ รวมถึงความเป็นไปได้ที่เมืองไทยจะมี พ.ร.บ.คุ้มครองต้นไม้ใหญ่ในอนาคต



