
เดินหน้าชงปรับค่าจ้างขั้นต่ำเข้าครม.ไม่สนเสียงคัดค้านเอกชน-สิ่งทอ/อุตฯอาหารขู่ปลดคน
รมว.แรงงานเดินหน้าเสนอปรับค่าจ้างวันละ 8-17 บาทเข้า ครม. 14 ธ.ค. ไม่เชื่อมีสถานประกอบการล้มจากการขึ้นค่าจ้าง ด้าน ส.อ.ท.ถกผลกระทบ พร้อมยื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้ทบทวนใหม่
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ออกมาคัดค้านการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่คณะกรรมการค่าจ้างกลางมีมติให้ปรับขึ้นวันละ 8-17 บาท ว่า มติของคณะกรรมการค่าจ้างกลางที่ออกมายึดหลักของการให้ความสำคัญของทุกฝ่าย ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง โดยก่อนหน้านี้มีข่าวมาตลอด ทั้งการขอปรับค่าจ้างเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 421 บาท และการปรับเพิ่มเท่ากันวันละ 250 บาททั่วประเทศ ซึ่งคงไม่สามารถปรับได้สูงขนาดนั้น
"การที่มติของคณะกรรมการค่าจ้างกลางปรับค่าจ้างเพิ่มขึ้น 8-17 บาทนั้น อย่าไปเอาตัวเลข 17 บาทมาเป็นตัวตั้งแล้ววิพากษ์วิจารณ์กัน เพราะการเพิ่ม 17 บาทเป็นเพียงแค่ 1 จังหวัด คือภูเก็ต ซึ่งต้องยอมรับว่ามีค่าครองชีพสูงมาก ควรเอาความจริงและเหตุผลมาคุยกันดีกว่า" นายเฉลิมชัย กล่าวและว่า วันที่ 14 ธันวาคมนี้ จะนำเสนอค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อให้ทันเป็นของขวัญวันปีใหม่แก่ผู้ใช้แรงงาน
ส่วนกรณีนายจ้างออกมาระบุว่า การปรับค่าจ้างครั้งนี้อาจทำให้ล้มทั้งยืนและต้องเลิกจ้างลูกจ้างจำนวนมากนั้น ไม่เชื่อว่าจะมีสถานประกอบการปิดกิจการ เพราะการปรับอัตราค่าจ้างครั้งนี้ เพราะขณะนี้หลายแห่งจ่ายเกินอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอยู่แล้ว
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันว่าจะทำหนังสือขอให้คณะกรรมการค่าจ้างชี้แจงถึงเหตุผลที่มีความแตกต่างกัน ระหว่างมติของคณะอนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด และคณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรอง เนื่องจากผู้ประกอบการได้สอบถามเข้ามาจำนวนมาก และมีข้อสงสัยว่า มีเหตุผล หลักคิดอย่างไร และควรคำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจประกอบด้วย
นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าจ้างทั่วประเทศในอัตรา 8-17 บาท นั้น ส่งผลกระทบต่อสิ่งทอที่ใช้แรงงานจำนวนมาก จึงขอให้รัฐบาลทบทวนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำใหม่ หากไม่ได้รับการทบทวนภาคเอกชนก็จำเป็นที่จะต้องพิจารณาปรับลดจำนวนแรงงานลงประมาณ 5-10% ชดเชยกับการต้องแบกรับภาระค่าแรงที่ปรับขึ้นในปีหน้า
นายสิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง ประธานกรรมการบริษัท ไวต้าฟูด แฟคทอรี่ (1989) จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก หากปีหน้ามีการปรับขึ้นค่าแรงเกินกว่าที่จะรับได้ก็คงต้องปรับลดจำนวนพนักงานลง 10-15%



