ข่าว

ย้ายฐานการผลิต

ย้ายฐานการผลิต

14 ธ.ค. 2553

ประเทศไทยของเราเมื่อมีการพูดถึงการ “ย้ายฐานการผลิต” ก็จะมีคนจำนวนมากโดยเฉพาะภาครัฐที่ออกอาการถึงขั้นกระดี๊กระด๊า ไม่ต่างไปจากเด็กแก่แดดที่อยากมีผัวจนตัวสั่น โดยไม่ลืมหูลืมตาดูว่าฐานการผลิตที่จะเข้ามา “สร้างงานสร้างรายได้” ในประเทศไทยของเรานั้น มันมีกากหร

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือจะมีใครหรือหน่วยงานใดบ้าง ที่คิดให้ลึกลงไปว่าอุตสาหกรรมที่ “ย้ายฐานการผลิต” มายังประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรานั้น เป็นอุตสาหกรรมที่ประเทศแหล่งผลิตเดิมเขา “มีความยินดี” ที่จะยังคงให้ดำเนินการต่อไปในบ้านเขาหรือไม่ หรือถึงอย่างไร “ฐานการผลิต” นั้นก็ต้องถูกขับไล่ให้ย้ายออกไปจากบ้านเขาอยู่แล้ว

 เพราะกระบวนการผลิตที่ล้าสมัย จนทำให้เกิดมลพิษในบ้านเขาเป็นจำนวนมาก หรืออาจจะเป็นสินค้าหรืออุตสาหกรรม ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจนต้องหาทาง “ย้ายฐานการผลิต” ไปยังแหล่งอื่นนอกบ้านตัวเองบ้าง และยิ่งมีโอกาสได้ย้ายไปยังแหล่งผลิตที่อยากได้เพียงแค่ “การสร้างงานให้แก่แรงงานระดับล่าง” หรือต้องการเพียงแค่ให้ “คนมีงานทำ”

 แถมหากยังได้รับเงื่อนไขพิเศษในนามของการ “ส่งเสริมการลงทุน” และได้รับสิทธิพิเศษทางด้านภาษีก็จะยิ่งดีมากขึ้น เพราะถือเป็นโบนัสหรือของแถมที่ล้ำค่า สำหรับธุรกิจที่มีความจำเป็นต้อง “ย้ายฐานการผลิต” กันเลยทีเดียว

 ธุรกิจในโลกปัจจุบันนี้มีกลวิธีที่แยบยลมากมาย ประเทศที่พัฒนาและเจริญแล้วหลายแห่ง ออกกฎระเบียบในลักษณะกีดกันทางการค้ากลายๆ ด้วยการยกเอากระบวนการผลิตสินค้าที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในโลกน้อยที่สุดมาเป็นข้ออ้าง

 บางครั้งใช้ปริมาณของมลพิษที่เกิดจากกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมมาเป็นข้อต่อรองที่จะให้การสนับสนุนหรือคัดค้าน ในสินค้าประเภทอื่นๆ จากประเทศที่เป็นแหล่งผลิตเดียวกันด้วย ทำให้ประเทศที่ก้าวหน้าหลายแห่งพยายามกำจัดอุตสาหกรรมที่ควบคุมมลพิษจากขั้นตอนการผลิตออกไปจากประเทศของตน จนนักอุตสาหกรรมต้องหาแหล่งผลิตอื่นๆ มาทดแทนมากขึ้น ประเทศในโลกที่สามหรือประเทศที่มีการพัฒนาของประชาชนในพื้นที่น้อยกว่า จึงกลายเป็นพื้นที่เป้าหมายสำหรับขบวนการ “ย้ายฐานการผลิต”

 อุตสาหกรรมหลายชนิดที่ได้ทำการ “ย้ายฐานการผลิต” มาสู่ประเทศไทย จึงต้องถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดมากขึ้น มิฉะนั้นประเทศไทยของเราที่เคยเป็นแหล่งผลิตอาหารชั้นนำของโลก มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยสดงดงามระดับต้นๆ ของโลก ก็จะได้รายได้เพิ่มขึ้นเพียงแค่ “การจ้างงาน” ในระดับแรงงาน แต่ต้องแลกไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติที่เคยมีมาช้านาน
 
   และเมื่อนักอุตสาหกรรมที่ “ย้ายฐานการผลิต” มาพบว่ามีแหล่งใหม่ที่ “เหมาะสมมากกว่า” ในการผลิต เช่น มีค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่าประเทศไทย หรือมีเงื่อนไขที่สามารถลดต้นทุนและสร้างกำไรได้มากกว่า นักอุตสาหกรรมเหล่านั้นก็พร้อมที่จะ “ย้ายฐานการผลิต”  ไปยังแหล่งใหม่ทันที

 โดยทิ้งซากและกากขยะพิษซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ในการกำจัดให้กองอยู่ในประเทศไทยต่อไป ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงเราในฐานะคนไทย ยังจะยินดีกับการ “ย้ายฐานการผลิต” ของสินค้าบางชนิดมาสู่บ้านเราอยู่อีกหรือไม่ ส่วนจะเป็นอุตสาหกรรมใดที่เข้าข่ายนี้บ้าง ผมว่าถ้าหากเราค่อยๆ คิดถึงวัตถุดิบที่ใช้, ความยากง่ายของการกำจัดขยะที่เกิดขึ้นจากการผลิต และความยินดีต้อนรับอุตสาหกรรมนั้นๆ ของประเทศต้นกำเนิดเอง หรือในประเทศที่เจริญก้าวหน้าทั้งหลาย เราๆ ท่านๆ ก็คงพอจะรับรู้และตัดสินใจได้ว่า เราควร “ยินดี” หรือ “ยินร้าย” กับการ “ย้ายฐานการผลิต” ของอุตสาหกรรมนั้นๆ ครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ