ข่าว

พม่าหลังเลือกตั้งกับทางสองแพร่ง (2)

พม่าหลังเลือกตั้งกับทางสองแพร่ง (2)

14 ธ.ค. 2553

ประเด็นสำคัญที่ถกกันมาก หลังนางออง ซาน ซูจีถูกปล่อยตัวก็คือประชาคมโลกควรไม่ควรที่จะเลิกการบอยคอตเศรษฐกิจพม่าที่มีมาเกือบ 20 ปี คนที่จะมีอิทธิพลต่อความคิดระหว่างประเทศในเรื่องนี้ คือตัวเธอเองนั้นเอง

 ฉะนั้นนางซูจีต้องคิดให้ดี ถึงท่าทีในเรื่องนี้ควรจะเป็นอย่างไร มีคนส่วนหนึ่งเห็นว่าที่ผ่านมาการโดดเดี่ยวพม่าไม่ได้ผล ไม่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อผู้นำทหารพม่า อย่างชัดเจน คนที่ถูกกระทบกระเทือนมากที่สุดจากมาตรการคว่ำบาตรกลับกลายเป็นคนธรรมดาไป

 ในอดีตเมื่อปี 2002 เธอได้เจรจาลับๆ กับ อดีตนายกรัฐมนตรีขิ่น ยุ้น โดยมีองค์การสหประชาชาติเป็นตัวกลาง ต้องยอมรับว่าการเจรจาครั้งนั้นเกือบสำเร็จ เพราะทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ในระดับหนึ่ง คือ นางจะสนับสนุนให้ประชาคมโลกหยุดโดดเดี่ยวพม่า และในขณะเดียวกันฝ่ายรัฐบาลยอมให้พรรคการเมืองเธอรณรงค์หาเสียงต่อไป ถือว่าเป็นการยื่นหมูยื่นแมวกัน แต่พอเรื่องเจรจานี้ไปถึงหูของ นายพลตัน ฉ่วย ทุกอย่างล้มสลายทันที

 ในช่วงสองเดือนข้างหน้าความคิดเห็นนางซูจีต่อเรื่องคว่ำบาตรจะเป็นตัวชี้ว่า รัฐบาลใหม่ที่กำลังจะถูกจัดตั้งขึ้นมานั้นจะเป็นอย่างไร เพราะมันอาจเป็นไปได้ ที่นางซูจีอาจจะถูกจับอีกครั้งเนื่องจากเธอมีกิริยาที่แข็งกร้าวขึ้นและยังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

 จริงอยู่ พม่าสามารถเอาตัวรอดและอยู่ได้เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติมากมายที่จะดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแก๊สธรรมชาติหรือแร่ธาตุต่างๆ ประเด็นมีอยู่ว่า ผู้นำทหารพม่ากลุ่มนี้จะสามารถตัดสินใจให้สัมปทานแหล่งวัตถุดิบธรรมชาติเหล่านี้โดยไม่มีหลักธรรมาภิบาลหรือเปล่า ในประเทศมีประชาธิปไตยเรื่องทรัพยากรธรรมชาติเป็นเรื่องใหญ่มาก ต้องมีการถกเถียงกันทั้งในสภาและนอกสภา มีประชาพิจารณ์อย่างกว้างขวาง

 ที่น่าสนใจคือเมื่อเร็วๆ นี้ บรัษัทอิตัลไทยได้โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย มาอยู่ในกำมือ คิดเป็นเงินประมาณ 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่น้อย ถือว่าเป็นโปรเจกท์การลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในพม่าเท่าที่มีมา มันจะส่งผลระยะยาวต่อสัมพันธ์ไทย-พม่าอย่างแน่นอน มันยิ่งเพิ่มความพึ่งพาของไทยที่มีต่อพม่า

 เนื่องจากโปรเจกท์นี้ ต้องมีภาคประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้อง (ถึงแม้ว่าจะเป็นของพวกรัฐบาลก็ตาม) โอกาสที่จะมีการเปลี่ยนแปลงข้อสัญญาในอนาคตย่อมมีมากขึ้น เนื่องจากมีแรงกดดันจาก กลุ่มสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคและระหว่างประเทศ ตอนนี้พม่ายังไม่ได้เป็นประชาธิปไตย แต่อีกไม่กี่ปีข้างหน้า พม่าอาจจะมีระบอบการปกครองใหม่ก็ได้ และนางออง ซาน ซูจีมีโอกาสผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำพม่า ตามแบบฉบับของประเทศสาธารณรัฐเช็ก คือ ประธานาธิบดีโวคาฟ ฮาเวล เป็นต้น

 อย่าประมาท ถึงเวลานั้น โครงการท่าเรือน้ำลึกยังต้องมีการทบทวนใหม่แน่นอน เพราะยังขาดประเด็นเรื่องธรรมาภิบาลและการชดใช้ที่ดินเวนคืนประชาชนทั่วไป (ใครที่ลืมประวัติศาสตร์ ควรดูการลงทุนของไทยในกัมพูชาช่วงปลายปี 1980)