ข่าว

  ศึกหนักเพื่อไทย

ศึกหนักเพื่อไทย

14 ธ.ค. 2553

ถึงแม้ว่าผลการเลือกตั้งในพื้นที่ 5 เขต 5 จังหวัด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม จะมิได้แสดงผลความเปลี่ยนแปลงมากนัก ยกเว้นพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ปราชัยพรรคภูมิใจไทย ที่ จ.สุรินทร์ แต่พรรคเพื่อไทยที่หมายจะใช้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่งสัญญาณว่า คะแนนนิยมของพรรคใ

    และจะส่งผลสำคัญต่อการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า ดูท่าจะต้องเหนื่อยหนัก โดยเฉพาะชัยชนะของนายศุภรักษ์ ควรหา แห่งพรรคภูมิใจไทย ที่ จ.สุรินทร์ หรือแม้กระทั่งการตอกย้ำชัยชนะของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ที่ จ.นครราชสีมา ที่บอกว่ารังสีอำมหิตของนายเนวิน ชิดชอบ ที่กำลังเก็บเกี่ยวคะแนนนิยมอยู่หลังฉากการเมือง ไม่ว่าภาพการเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา หรือการสนับสนุนกีฬาฟุตบอล ได้แผ่ขยายไปกว้างไกล

 พรรคเพื่อไทยแนบแน่นอย่างยิ่งกับการเคลื่อนไหวของขบวนการเสื้อแดง ในช่วงการชุมนุมเวทีคนเสื้อแดงก็คือเวทีปราศรัยหาเสียงของนักการเมืองสังกัดพรรคเพื่อไทย ยังไม่ต้องกล่าวถึงบทบาทของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับ นปช. หากสมมติฐานที่ว่า คนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางการเรียกร้องประชาธิปไตย ขับไล่อำมาตย์ พรรคเพื่อไทยก็น่าจะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นกว่านี้ แน่นอนว่า ความไร้เอกภาพของพรรค การไม่มีหัวหน้าพรรคตัวจริง ที่สามารถนำพรรคต่อสู้กับพรรคการเมืองอื่นอย่างสมศักดิ์ศรี ก็เป็นปัจจัยสำคัญ หากสภาพนี้ยังดำรงอยู่จนถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็ไม่แน่นักว่าเพื่อไทยอาจกลายเป็นพรรคขนาดเล็ก ที่ไม่มีความหมายในทางการเมืองอีก

 ใครคือแม่ทัพตัวจริงของพรรคเพื่อไทยยามนี้ นอกจากนายใหญ่ที่ออกอาการหัวเราะมิได้ ร่ำไห้มิออก ในต่างแดนแล้ว ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็พยายามเสนอบทบาทนำ ในฐานะหัวหมู่ทะลวงฟันของพรรค แต่ก็มิได้เป็นผลฉุดดึงพรรคเพื่อไทยให้ขึ้นมาเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามของพรรคการเมืองอื่นแต่อย่างใด ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ยอมรับความพ่ายแพ้ และว่า พรรคจะต้องไปทบทวนยุทธศาสตร์ ข้อเท็จจริง ในการเลือกตั้งต่อไป โดยเฉพาะเรื่องที่พรรคระดมการหาเสียงอย่างเต็มที่ ในขณะที่พรรคคู่แข่งไม่ได้มีการหาเสียงแต่อย่างใด สถานการณ์ของพรรคเวลานี้ แตกต่างจากสถานการณ์เมื่อเป็นพรรคพลังประชาชน ที่คนจำนวนมาก โดยเฉพาะประชาชนคนรากหญ้ายังคงศรัทธา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

 น่าเชื่อว่า ความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทยในการซ้อมใหญ่เลือกตั้งครั้งนี้ อาจเป็นผลที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องลงแรงเต็มที่ อย่างน้อยก็เข้าไปทดแทนฐานเสียงเดิมของพรรคเพื่อไทย ซึ่งในหลายพื้นที่ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ก็คือ ส.ส.เดิมของพรรคเพื่อไทย แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ เก้าอี้เดิม กทม.ซึ่งกลายเป็นนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ก็เป็นเรื่องที่ไม่เกินคาดหมาย แต่ความพยายามที่จะรุกเข้าไปในพื้นที่ภาคอีสานที่เป็นจุดอ่อนของพรรค เช่น ที่ จ.ขอนแก่น ก็ยังนับว่าไม่น่าพอใจมากนัก ถึงแม้ว่าการเลือกตั้งเพียง 5 จังหวัด ไม่สามารถบ่งชี้ผลการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ทั้งหมด แต่ระหว่างภูมิใจไทย กับเพื่อไทยนั้น มีการบ้านให้คิดหนัก