
จับตา"ข้อตกลงพิเศษ"จะทำปชป.วงแตก
"ภารกิจของพวกเรายังไม่เสร็จ ผมคิดว่าหลังจากนี้ เราคงจะต้องทำจดหมายถึงท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าเรื่องข้อตกลงแก้รัฐธรรมนูญ เราก็ไม่คิดค้านกันแล้ว แต่เข้าใจว่า เรื่องโกง คงจะไม่อยู่ในข้อตกลง อย่าลืมนะว่า ภาคเอกชนเขาเป็นคนพูดเองว่า รัฐบาลนี้มี 30% ซึ่งเอกชนเ
คำปรารภของผู้ที่นั่งหัวโต๊ะทำเอาพลพรรคประชาธิปัตย์ ที่เพิ่งยิ้มย่อง ปราบปลื้มกับโชคชะตา เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้ยกคำร้องในคดี 258 ล้านบาทไปไม่นาน ถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่า "ผู้นำ" ของทีมจะพูดออกมาเช่นนั้น
เพราะนั่นย่อมหมายถึงศึกรอบใหม่ที่คุกรุ่นมาตั้งแต่เมื่อครั้งโหวตไม่แก้รัฐธรรมนูญ 81 ต่อ 48 เสียง จนทำให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องยินยอมใช้ควันดับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านมาแล้ว
สำหรับคนฟังหะแรกที่แวบเข้ามาในสมองก็คือ อายุขัยรัฐบาลนี้ แม้จะผ่านปีนี้ไปได้ แต่คงไม่นานเกินเมษายนเป็นแน่
ลงว่าผู้มีบารมีในพรรคออกปากเองอย่างนี้ มีหรือเรื่องราวจะจบลงได้ง่ายๆ
ปัญหาก็คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะไปคุยกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ อย่างไร และจากนั้น สุเทพ จะไปคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล อย่างไร
เพราะสัญญาใจที่ให้กันไว้นั้น โดยเฉพาะเรื่องแก้รัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ
อภิสิทธิ์ จะเอื้อมมือล้วงเข้าไปในกระทรวงที่พรรคร่วมฯ กำกับดูแลได้อย่างไร ก็ในเมื่อ พรรคร่วมฯ ยังทวงบุญคุณตลอดเวลาว่า เป็นผู้ที่ตั้งนายกรัฐมนตรี หาใช่แค่พรรคร่วมฯ ธรรมดาไม่
กระทั่งเรื่องขึ้นเงินเดือนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ก็ยังถูกสวนกลับมาว่า อย่าจุ้น เพราะเป็นเรื่องภายในของกระทรวงมหาดไทย
แต่ครั้นจะวางเฉย ก็เท่ากับละเลย "สึนามิ" ภายในพรรคที่กำลังก่อหวอด
ลงได้เอ่ยปากแล้ว ที่เหลือก็แค่ "แอ็กชั่น" ส่งจดหมายให้เห็นเป็นเรื่องเป็นราว
แล้วหากนับตามหัวหรือมือที่มีอยู่ในพรรค ถ้าเดินเครื่องเรื่องนี้เมื่อไหร่ สุเทพ ก็สุเทพ เถอะ จะกล้าวัดกำลังกันอีกครั้งหรือ
ที่ผ่านมาว่ากันเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญที่ยอมอ่อนข้อให้ ก็เพราะช่วงจังหวะยังไม่เหมาะสม และยังมองในอนาคตว่า หากพรรคร่วมสมประโยชน์ แก้เขตเลือกตั้งเล็กลง ก็จะเป็นผลดีต่อประชาธิปัตย์ได้ในอนาคต
ก็เลย หยวนๆ กันไป !
แต่เมื่อหยวนแล้วก็ต้องเข้าสู่กระบวนการและจำเป็นจะต้องเดินให้จบ นั่นก็คือ ยาวจนถึงเปิดประชุมสภาสมัยหน้าปลายเดือนมกราคม
เผชิญหน้ากับเกมในสภาบนเวทีศึกซักฟอก ที่จะต้องสอดรับกับเกมข้างถนนที่คนเสื้อแดงจองกฐินล่วงหน้าเอาไว้แล้ว
แต่ดูเหมือนรัฐบาลอภิสิทธิ์ จะโชคดี ต่อให้มีแผล มีสีเทาค่อนข้างดำ รวมทั้ง 30% วงการต่อรองเขาไม่กล้าถือข้างเพื่อไทย
มั่นใจได้เกินร้อยว่า พรรคร่วมจะต้องโหวตไปในทางเดียวกัน
พวกมากลากไป !
ต่อให้ต้องหลับหูหลับตาฟัง ก็ต้องตั้งอกตั้งใจโหวต
ก็ในเมื่อมีเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อกำหนดเขตเลือกตั้งใหม่ให้เสร็จสิ้นเสียก่อนเป็นตัวประกันชั้นเลิศ
จากที่เคยงอแง ขอนั่นขอนี่ จากนี้ไปพรรคร่วมรัฐบาลก็จะเชื่องเป็นแมวนอนหวด
อย่าว่าแต่ได้เกือบหมดทุกอย่างไปแล้ว
เหลือเพียงแค่แก้รัฐธรรมนูญอย่างเดียว เพิ่มความมั่นใจ แล้วไปวัดกันในวันเลือกตั้ง
เพราะอย่างน้อยๆ ก็ได้ความมั่นใจจากการเลือกตั้งซ่อมมาแล้ว
โคราชที่ใครต่อใครก็ปรามาส บุญจง ว่าคงไม่ถึงฝั่งฝัน แต่ก็กลับได้คะแนนทิ้งขาดกลับเข้ามาเป็นส.ส. และน่าจะได้เก้าอี้ รมช.มหาดไทย กลับคืนในเร็ววัน
ขนาด ทักษิณ พยายามสร้างกระแสในช่วงนั้น ก็ยังเอาไม่อยู่!
เพราะฉะนั้นนับจากนี้ไปการเมืองภายในประชาธิปัตย์ก็จะร้อนแรงขึ้น
จะให้เป็นเหตุบังเอิญ กลายเป็นเหตุเป็นผลให้ สุเทพ ไปเจรจากับพรรคร่วมฯ เพราะหลังจากที่อภิสิทธิ์ประกาศออกมาแล้วว่า มีนาคม-เมษายน เป็นช่วงที่จะยุบสภา สุเทพ ก็ออกมาตอบรับ แต่ก็พยายามรักษาหน้าพรรคร่วมฯ ด้วยการบอกว่า จะยุบก็ต้องคุยกันก่อน
เป็นการพูดโดยที่รับรู้อยู่แล้วว่า ผู้มีบารมีในพรรคซีก ชวน หลีกภัย นั้น กำลังเขม้นมองท่าทีของรัฐบาลต่อคำวิพากษ์ของภาคเอกชน ว่าจะจัดการอย่างไรในเรื่องนี้
เคยวิจารณ์รัฐบาลอื่นไว้อย่างไร พอถึงคราวตัวเองมาบริหารและเกิดข้อครหาขึ้นมากลับจะทำเฉยราวกับเป็น "ข้อตกลงพิเศษ" ซึ่งระยะยาวมันก็จะมีแต่หายนะ
ถึงแม้ใครบางคนจะรับได้ แต่ สุเทพ เชื่อเถอะ ในซีก "ชวน หลีกภัย" รับเรื่องนี้ไม่ได้เลยสักคน !
เมื่อรับไม่ได้แล้ว อย่าว่าแต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญเลย แค่ศึกซักฟอกนี่ก็คงเห็นกันละว่า เสียงโหวตจากพรรคประชาธิปัตย์จะหัก หรือจะแหกมติ !



