ข่าว

ประชาชนสิ้นทางเลือก

ประชาชนสิ้นทางเลือก

14 ธ.ค. 2553

พรรคการเมืองซึ่งชนะเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ต่างกระดี๊กระด๊า อ้างว่าอยู่ในความนิยมของชาวบ้าน เล็งผลเลิศอีกว่า น่าจะใช้เป็นตัวประเมินสำหรับเลือกตั้งทั่วไปปีหน้า ตามที่นายกฯ มาร์คกำหนดไว้ประมาณมีนาคม-เมษายน

เสนาบดีที่ลาออกไปชั่วคราว หมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะได้นั่งเก้าอี้ตัวเดิม! ชาวบ้านและบ้านเมืองไม่ได้อะไรเลยกับมหกรรมปาหี่การเมือง เสียทั้งเงินและเวลาสำหรับการไร้สาระเพื่อใหันักการเมืองฟอกตัวจากมลทินถือหุ้นต้องห้าม

 เมื่อออกไปแล้ว กลับมาใหม่ได้ จะมีข้อห้ามไว้ทำไมเหมือนเยี่ยวไม่สะเด็ดน้ำ ดูแล้วยิ่งกว่าเด็กเล่นขายของ มองอนาคตบ้านเมืองแล้วได้แต่ปลงตก

 การเมืองน้ำเน่ายุคนี้เลวร้ายกว่าทุกสมัย นอกจากความเสื่อมทรามในด้านความประพฤติของนักการเมืองแล้ว การทุจริต โกงกิน ยังโฉ่งฉ่างกว่ายุคเครือข่ายขบวนการทักษิณครองเมืองด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่ปากอ้างว่าจงรักภักดี

 ความจงรักภักดีต่อสถาบันไม่ได้หมายความถึงการจัดงบประมาณ แสดงออกด้วยการติดโปสเตอร์ จัดงาน ผ่องถ่ายงบมหาศาลสู่ตัวเองและพวกพ้อง

 เมื่อได้ชัยชนะ แน่นอนว่าพรรคร่วมรับประทานต้องคึกคะนอง เหิมเกริม ผยองอำนาจ เชื่อว่าจะไม่มีอุปสรรคขวางกั้นในการจัดสรรโครงการเพื่องาบอีก

 ค่ายสะตอก็ฮึกเหิมไม่น้อย เล็งออกแต่โครงการประชานิยม ผสมกับการเสริมสร้างหนี้ ให้ชาวบ้านขี้เกียจ ไม่ดิ้นรนทำงาน มัวแต่รอจากเงินของรัฐ

 ถ้ากล้าเป็นหนี้ โดยไม่คิดหารายได้ สักวันหนึ่งบ้านเมืองคงไปไม่รอด!
 
 มาบัดนี้หลายคนคงถอดใจ เมื่อนายกฯ มาร์คไม่เห็นความสำคัญกับการป้องกันการทุจริต คอรัปชั่น ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของพรรคร่วมรับประทาน แทนที่จะเร่งปรับโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เพื่อให้ประเทศก้าวหน้า

 เมื่อไม่กล้าใช้อำนาจมุ่งเน้นทำงานให้เหมาะสมกับกาลเวลาก็เท่ากับเป็นการทำลายโอกาสของประเทศในการสร้างความแข็งแกร่ง

 ถ้าคิดจะอยู่ไปแต่ละวัน อาศัยนโยบายประชานิยม หวังผลการเลือกตั้ง เท่ากับเป็นการเสพติดอำนาจ แต่ขาดจิตสำนึกในการทำหน้าที่เพื่อประชาชน

 การปล่อยให้พรรคร่วมรับประทานโกงกินอย่างมูมมาม เท่ากับว่าตัวเองเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ หรือไม่ก็มีผลประโยชน์ร่วมกัน! ถ้าไม่ใช่ เหตุไฉนจึงยอมเปลืองตัวขนาดนี้ ผิดวิสัยวิญญูชน ซึ่งต้องปกป้องชื่อเสียง เกียรติภูมิของตัวเอง

 นอกจากไม่ใส่ใจป้องกันการโกงกิน ยังปล่อยให้ขบวนการแดงล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้าจัดกิจกรรมต่อเนื่อง ทำเป็นว่ารักประชาธิปไตย ลืมไปว่าความหย่อนยานนำไปสู่การรุกคืบ จะไม่ประหลาดใจ ถ้าจะมีงานเผาเมืองรอบที่ 3

 การเสพติดอำนาจ ทำให้คนเกรงการสูญเสียอำนาจ และสถานภาพ ต้องอยู่ในสภาวะจำยอม ประชาชนเห็นสภาพนี้ย่อมรู้สึกสิ้นหวัง รู้ว่านักการเมืองยุคเก่าหรือยุคใหม่ ก็ไม่ต่างกัน ถ้าเป็นทาสของการเสพติดอำนาจเพื่อตัวเอง

สภาพเช่นนี้ มักจบไม่สวย เพราะสร้างเงื่อนไขให้ประชาธิปไตยสะดุดนิ! อิอิอิ!!!