
พท.ชี้คะแนนปชป.อีสานเพิ่มไม่แปลก
เพื่อไทย" แขวะคะแนนปชป.อีสานเพิ่มไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะคนไม่เลือกพรรคจำเป็นต้องเทคะแนนให้ อ้างแพ้เลือกตั้งซ่อม สุรินทร์-โคราช ไม่สูญเปล่า ชาวบ้านได้เห็นทิศทางของพรรค โบ้ยแพ้เลือกตั้งซ่อมยับเยินเพราะมีเวลาเตรียมตัวน้อย ท้าอภิสิทธิ์มั่นใจคะแนนนิยมรัฐบา
(13ธ.ค.) นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ใน 5 เขตเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ โดยเฉพาะการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ขอนแก่นที่พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะขาดลอย ทั้งนี้การที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากคนที่ไม่เอาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น การที่คะแนนเทไปที่พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวเท่านั้นทำให้ดูเหมือนมีคะแนนเพิ่มขึ้น แต่หากมีถึงการเลือกตั้งใหญ่ก็จะมีพรรคอื่นลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย ตรงนั้นจะทำให้คะแนนกระจายออกไป จึงไม่ถือว่ามีอะไรที่ผิดปกติ
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนผลเลือกตั้งซ่อมส.ส.สุรินทร์นั้น พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อแผ่นดิน และพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีส.ส.สุรินทร์เลยแม้แต่คนเดียว ดังนั้นถ้าหากพรรคเพื่อไทยชนะก็จะแปลว่าการเลือกตั้งใหญ่จะกระทบไปถึงพื้นที่ภาคอีสานของพรรคอื่น ๆ ด้วยอย่างแน่นอน ส่วนการเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครราชสีมานั้น ครั้งนี้ต้องเจอกับแม่ทัพอันดับหนึ่งในอีสานของพรรคภูมิใจไทยคือนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ซึ่งเป็นส.ส.เดิมที่มีฐานเสียงในพื้นที่นี้ ดังนั้นการที่ได้รับชัยชนะจึงเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่หากนายบุญจงพ่ายแพ้ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อพรรคภูมิใจไทยในอนาคตทันที ดังนั้นภาพรวมจึงไม่ได้ผิดคาดอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคจะต้องปรับปรุงอะไรหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า แน่นอน หลังการเลือกตั้งส.ส.ทุกครั้งพรรคจะต้องนำข้อมูลมาประเมินและปรับปรุงยุทธศาสตร์ในการรณรงค์หาเสียงใหม่ ทั้งนี้ส่วนตัวคิดว่าไม่มีอะไรที่ผิดพลาด เป็นสิ่งที่ควรจะเป็น ถือว่าทุกคนในพรรคได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว และคงไม่ส่งผลหรือชี้วัดอะไรถึงอนาคตทางการเมืองในภายหน้า เพราะอย่างน้อยการลงพื้นที่หาเสียงและพบปะประชาชนของพรรคในครั้งนี้ก็ทำให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลและเข้าใจทิศทางของพรรคเพื่อไทยมากขึ้น
โบ้ยแพ้เลือกตั้งเพราะเวลาเตรียมตัวน้อย
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานภารกิจเลือกตั้งของพรรค ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธานในการประชุมว่า ทางคณะทำงานได้สรุปผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ทั้ง 5 เขตที่ผ่านมา โดยมองว่าพรรคเสมอตัวไม่ได้แพ้หรือชนะ เพราะพรรครักษาเก้าอี้เดิมที่จ.ขอนแก่นเขต 2 เอาไว้ได้คือร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ว่าที่ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ส่วนอีก 4 เขตที่เหลือนั้นแม้ว่าฝ่ายรัฐบาลจะได้ไปแต่คณะทำงานของพรรคก็พอใจในผลการเลือกตั้งที่ออกมา ทั้งนี้ได้มีการทบทวนข้อผิดพลาดด้วยว่า พรรคมีเวลาในการหาเสียงที่จำกัด รวมทั้งนโยบายยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ซึ่งหากพรรคมีเวลาในการลงไปทำงานในพื้นที่มากกว่านี้พรรคก็อาจจะได้รับชัยชนะในบางเขตเพิ่มขึ้นอีกได้ นอกจากนี้ ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2554 พรรคจะทยอยออกแคมเปญต่างๆ เช่น รับประกันค่าแรงขั้นต่ำที่ 300 บาท ราคาข้าวขาวเกวียนละ 15,000 บาท ละข้าวหอมมะลิราคาเกวียนละ 20,000 บาทเป็นต้น
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า คณะทำงานจึงมีข้อสรุปว่า จะให้มีการวางยุทศาสตร์ด้านนโยบายของพรรคให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าไปหารือในที่ประชุมส.ส.พรรคในวันที่ 14 ธ.ค.ในเวลา 14.00น.ด้วย ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งใหญ่สมัยหน้า ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงกลางปี 25 54 อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีความมั่นใจหลังจากที่ชนะการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้โดยรัฐบาลสามารถกวาดไปได้ถึง 4 ที่นั่งแล้ว รัฐบาลก็ควรจะยกเลิกพระราชกำหนดการบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และการประกาศใช้พรบ.ความมั่นคงเพื่อให้สถานการณ์กลับเป็นปกติ
"เมื่อคุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี) ได้บอกก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ผ่านมาว่าจะรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเมื่อแก้ไขเสร็จก็จะทำการยุบสภาทันที ประมาณเดือนมี.ค.-เม.ย. ปี 25 54 หรืออาจจะเร็วกว่านั้น คิดว่ารัฐบาลจะไม่ยุบสภาในช่วงต้นปีหน้าอย่างแน่นอน เพราะรัฐบาลต้องการที่จะจัดทำงบประมาณปี 2555 รวมทั้งโยกย้ายข้าราชการอีกรอบเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งสมัยหน้าจนกว่ารัฐบาลชุดนี้จะมั่นใจถึงจะมีการยุบสภาเกิดขึ้น ดังนั้นหากรัฐบาลมีความมั่นใจในคะแนนนิยมของรัฐบาล ก็อยากจะเรียกร้องให้ยุบสภาโดยเร็วเพื่อดูว่าการเลือกตั้งใหญ่และการเลือกตั้งซ่อมนั้นมันต่างกันอย่างไร ” นายพร้อมพงศ์กล่าว
"ชวรัตน์"ตื้นตันใจ‘บุญจง-ศุภรักษ์’ชนะเลือกตั้งซ่อม
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงผลการเลือกตั้งซ่อมที่ทางพรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกจากประชาชนถึง 2 คนมีนาย บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ผู้สมัครฯ จ.นครราชสีมา และนายศุภรักษ์ ควรหา ผู้สมัครฯส.ส.สุรินทร์ ว่า ไม่รู้จะตอบอย่างไร ตนรู้สึกดีใจที่ได้รับเลือกตั้ง ทั้งนี้จะเป็นการชนะการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในอีก 3-4 เดือนข้างหน้าหรือไม่ ก็คงตอบไม่ได้
เมื่อถามว่า จะให้นายบุญจง กลับเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อไหร่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า คงต้องขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค โดยส่วนตัวมองว่า เหมาะสมที่จะกลับเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เราต้องให้ทางก.ก.ต.รับรองการเป็น ส.ส. อยากให้มันจบเป็นทางการชัดเจนเสียก่อน
เมื่อถามว่า ผลการเลือกตั้งซ่อมสามารถสะท้อนศักยภาพของพรรคภูมิใจไทยเพิ่มขึ้นในการเลือกตั้งใหญ่ต่อพื้นที่ภาคอีสาน นายชวรัตน์ กล่าวว่า เป็นการชี้วัดพรรคภูมิใจไทยกำลังเพิ่มดีกรีของความเชื่อถือ และเพิ่มที่นั่งในสภาของประชาชนในพื้นที่ที่มีการเลือกตั้ง ที่ได้มานี้ส่วนใหญ่เป็นเพราะตัวผู้สมัครเอง เขามีวุฒิภาวะมีความสามารถในการให้บริการประชาชนเป็นที่เชื่อถือ
เมื่อถามว่า มีการร้องเรียนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ระบุว่า นายบุญจงใช้อำนาจหน้าที่ส่งผลให้ชนะการเลือกตั้งอาจจะทำให้ถูกใบเหลืองได้ มองอย่างไร นายชวรัตน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีความเห็น เพราะตนไม่รู้ ไม่ได้ไปในสนามเลือกตั้ง กระทั่งวันสมัครจนถึงวันสุดท้ายของการเลือกตั้ง เพราะไม่อยากให้มีประเด็นมองว่าในฐานะรัฐมนตรีใช้อำนาจหน้าที่ทางราชการ ตนเพียงแต่ให้กำลังใจนายบุญจงเท่านั้น



