ข่าว

ไทยเจองานหิน
ชิงเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์

ไทยเจองานหิน ชิงเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์

14 ธ.ค. 2553

ศึกชิงเจ้าภาพจัดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ในปี 2019 ไทยเจองานหนัก เมื่อญี่ปุ่น อินเดีย และมาเลเซีย ต่างแสดงท่าทีสนใจเสนอตัวเป็นเจ้าภาพด้วยเช่นกัน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประมุขใหญ่แห่งบ้านอัมพวัน ชี้หากไทยต้องการเป็นเจ้าภาพ รัฐบาลจะต้องเตรียมแผนงานบว


  "บิ๊กอ๊อด" พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการที่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ได้ทาบทามให้ประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ในปี ค.ศ.2019 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลนั้น ล่าสุด ทราบจากโอซีเอว่า มีอีก 3 ประเทศ ที่สนใจจะเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์เช่นกัน ได้แก่ มาเลเซีย ญี่ปุ่น และอินเดีย ทำให้ถึงเวลานี้มีประเทศที่จะเสนอตัวต่อจากเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ รวมแล้ว 4 ประเทศ ขณะที่การเสนอตัวอย่างเป็นทางการ จะมีในการประชุมของโอซีเอ ต้นปีหน้า


 "ตอนนี้เรามีคู่แข่ง 3 ประเทศ เท่าที่พิจารณาแล้ว ญี่ปุ่นถือว่าเป็นคู่แข่งขันที่น่ากลัว เพราะเป็นประเทศใหญ่ มีศักยภาพพร้อม ต้องดูว่าเขาจะจริงจังมากขนาดไหน รวมทั้งต้องดูท่าทีของมาเลเซียด้วย ขณะที่อินเดียหวังแก้ตัว หลังจากเมืองนิวเดลีอกหัก แพ้ให้แก่อินชอน ในการเลือกเจ้าภาพ ครั้งที่ 17”


 พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนประเทศไทยนั้น เมื่อรัฐบาลสนใจที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพแล้ว จะต้องเตรียมการทุกอย่างให้พร้อมที่สุด เพื่อแย่งสิทธิ์และเตรียมการเป็นเจ้าภาพ ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ ปัจจัยทางการเมืองก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เพราะหากมีการเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายจะเปลี่ยนไปด้วยหรือไม่ รวมทั้งเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองด้วย ซึ่งมีผลต่อการคัดเลือกเช่นกัน
 สำหรับกีฬาเอเชี่ยนเกมส์นั้น หลังจากครั้งที่ 17 ที่อินชอน ปี 2014 จะเลื่อนเวลาไปอีก 5 ปี จัดครั้งที่ 18 ปี 2019 แล้วจะจัด 4 ปีครั้งตามปกติ ซึ่งทำให้วงรอบจัดตรงกับกีฬาซีเกมส์ โดย 2 มหกรรมดังกล่าว ตามปกติแล้วจะจัดช่วงปลายปีเช่นเดียวกัน โดย “บิ๊กอ๊อด” กล่าวว่า อาจต้องสับเปลี่ยนเวลาจัดซีเกมส์ให้เร็วขึ้น ประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม เพื่อไม่ให้ตรงกับเอเชี่ยนเกมส์ ส่วนไทยนั้นไม่มีผลกระทบต่อการเตรียมนักกีฬาแน่ ถือว่าจะได้เตรียมความพร้อมต่อเนื่อง