
มาร์คดูหลังเลิกฉุกเฉินชี้วันยุบสภา
"อภิสิทธิ์"ยังไม่เคาะวันยุบสภาขอดูสถานการณ์หลังเลิกพรก.ฉุกเฉิน ระบุหากทุกอย่างเรียบร้อยต้นปีก็เลือกตั้งได้ ยัน ไม่เคยคิดอยู่ครบเทอมตามที่ประกาศไว้ เผยศอฉ.ยังไม่ส่งเรื่องให้ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินเข้ามา
(13ธ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงภาพรวมการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาจะมีความชัดเจนเรื่องการยุบสภาได้หรือไม่ว่า “ยัง” คิดว่าเราคงต้องรอดูก่อนว่าเมื่อเรายกเลิกประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้วการบริหารสถานการณ์ต่าง ๆ และความสงบในบ้านเมืองมันเป็นไปอย่างที่เราคิดว่าจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย วันนี้อยู่ที่ว่าเราอยากให้มีความรุนแรงหรือไม่ ตนคิดว่าในเมื่อการเรียกร้องทุกอย่างอ้างในเรื่องการที่จะให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสงบเราก็มาดูความเหมาะสมตรงนั้น
เมื่อถามว่าตกลงว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอมใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ จะอยู่ครบได้อย่างไรครับ ก็ผมประกาศไปแล้วว่าไม่ครบ”
ต่อข้อถามที่ว่าแต่เหลือ 1 วันก็ถือว่าไม่ครบเทอมใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรียนแล้วว่าเงื่อนไขชัดเจน ตนพูดมา 3 เงื่อนไข เสนอวันที่มาแล้วหลายครั้ง ฝ่ายที่เขาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขคือฝ่ายที่เรียกร้องและไม่ปฏิบัติตามเอง ถ้าปฏิบัติตามก็คงเลือกตั้งไปแล้ว ดังนั้นเราก็ต้องช่วยกันว่าเราต้องพยายามที่จะให้การตัดสินทุกอย่างมันเดินไปสู่ความสงบ มากกว่าการใช้กำลังมาข่มขู่
ต่อข้อถามที่ว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ประกาศพร้อมที่จะเลือกตั้งใหม่หลังผลการเลือกตั้งซ่อมออกมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนก็ต้องเตรียมตัวทั้งนั้น เพราะตนได้พูดไปแล้วว่าถ้าเงื่อนไขเป็นไปตามที่ได้พูดไปช่วงต้นปีก็สามารถที่จะเลือกตั้งกันได้ แต่ถ้าบ้านเมืองยังวุ่นวายก็คิดว่าไม่เหมาะสมที่จะไปเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าความเป็นธรรมยังไม่เกิดขึ้นในบ้านเมืองแล้วจะเกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองได้อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความเป็นธรรมมันอยู่ที่มุมมอง เพราะเราเองก็พยายามผลักดันนโยบายด้านความเป็นธรรม ถ้าบอกว่าให้รอความเป็นธรรมให้นโยบายเสร็จก็จะยิ่งนานไปใหญ่ เรายืนยันแล้วว่าอะไรก็ตามซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่มีเหตุมีผลเราก็เริ่มต้นในการดำเนินการ แต่การที่จะร่วมมือกันมันต้องทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ถ้าทุกฝ่ายไม่เลิกการใช้วาทะหรือหันมาพูดด้วยความจริงใจความร่วมมือก็คงเกิดได้ยาก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “นี่แหละครับ กำลังพูดความจริงอยู่ ก็รอฝ่ายที่บอกว่าอยากเห็นความสงบว่าเขาหยุดในเรื่องของการที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือยัง ตัวอย่างคือ มีการไปปราศรัยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่าถ้าเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็อยากจะมาทำอะไรอีกเยอะแยะ ผมก็อยากเรียนว่าถ้าอยากจะกลับไปเลือกตั้งก็ควรจะเดินตามแนวที่จะทำให้บ้านเมืองสงบ ก็จะได้ไปเลือกตั้ง ”
เมื่อถามว่าแต่ตอนนี้ปฏิทินความเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.ก็ชัดเจนว่าจะมีการชุมนุมในทุกวันที่ 10 และ 19 ของเดือน นายกฯ กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไรการชุมนุมสามารถทำได้แต่ต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบ เพราะสิ่งที่เราไม่ต้องการจะทำคือการทำให้เกิดความรู้สึกว่าการที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนั้นใช้วิธีความรุนแรงหรือการข่มขู่ สิ่งที่เราต้องการจะทำก็คือทุกอย่างทุกคนต้องเข้าสู่กติกา ก็จะเป็นการเลือกตั้งที่นำไปสู่ความสงบอย่างแท้จริง
ต่อข้อถามที่ว่ามีการรายงานหรือไม่ว่ากลุ่มที่ยังต้องการความรุนแรงมีการเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ (13 ธ.ค.) ก็มีการรายงาน ซึ่งพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และทางสำนักข่าวกรองก็รายงานว่าสถานการณ์ดีขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.การชุมนุมเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่ผ่านมา ระยะหลังก็บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ก็ดีขึ้น
2.กลุ่มซึ่งเคยมีการเคลื่อนไหวเชิงรุนแรงบางส่วนถูกดำเนินคดี และปรากฎความเคลื่อนไหวน้อยลง ทั้งนี้การชุมนุมในเดือนมกราคม ปีหน้าหลังการยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะเป็นตัวที่ทำให้เรามองเห็นชัดเจน และความตั้งใจของรัฐบาลคือการใช้กฎหมายปกติในการดูแล แต่ถ้ามีความจำเป็นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเราสามารถทำให้บ้านเมืองอยู่ในความเรียบร้อยภายใต้กฏหมายปกติได้ก็จะเป็นตัวยืนยันที่ดีว่าเราพร้อมที่จะไปเลือกตั้งใหม่
เมื่อถามว่าการกลับไปชุมนุมในพื้นที่เศรษฐกิจอย่างบริเวณราชประสงค์จะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าเป็นการไปชุมนุมแบบที่เขาทำกันมาในช่วง 2-3 เดือนหลังก็ไม่เป็นปัญหา ส่วนปัญหาเรื่องการจราจรนั้นเราต้องแยกให้ได้ว่าเวลาที่มีการเชิญชวนไปทำกิจกรรมและมีคนไปร่วมเยอะบางช่วงก็อาจเกิดปัญหาการจราจรก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การประกาศหรือจงใจปิดถนนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งกรณีนี้ถือว่าชัดเจนเพราะศาลระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายรัฐบาลจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น
ส่วนความคืบหน้าการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกรัฐมนตรี ว่า คงไม่มีการหารือในที่ประชุม ครม.ในวันที่ 14 ธ.ค.เพราะไม่อยู่ในวาระการประชุม แต่คงจะภายในไม่เกินสัปดาห์หน้าทุกอย่างต้องชัดเจน ถึงขณะนี้ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ยังไม่มีการทำเรื่องเสนอขึ้นมาแต่อย่างใด
เมื่อถามว่าหากศอฉ.เสนอเรื่องขึ้นมานายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจเองหรือต้องนำเข้าหารือในที่ประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนจะลองสอบถามกับ ครม.ในวันที่ 14 ธ.ค. เพราะพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นผู้รับผิดชอบอยู่ แต่ความจริงก็ไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุม ครม.เพราะเคยขอไว้แล้ว
เมื่อถามว่าทำไมการเสนอยกเลิกจึงล่าช้าออกมาจากเดิม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ อาจจะทันในการประชุม ครม. 14 ธ.ค.ก็ได้ เพราะทาง ศอฉ.เขาเพิ่งประชุมไปเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ก่อนช่วงวันหยุดยาว ทางศอฉ.อาจทำหนังสือมาในวันที่ 14 ธ.ค.ก็ได้ ซึ่งตนก็คงต้องสอบถามทาง ครม.ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยเป็นปัญหา
เล็งตั้งคณะกรรมการหรือศูนย์ฯหลังยุบศอฉ.
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ตนยืนยันว่าการยกเลิกพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นเป็นไปตามสถานการณ์ที่ดีขึ้นแต่เพื่อความมั่นใจให้ประชาชนที่ยังกังวลใจเรื่องการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งขณะนี้มีความชัดเจนว่ามีการชุมนุมเป็นระยะๆ
ดังนั้นทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ( ศอฉ.)กำลังพิจารณาและเสนอกลไกเพื่อการเฝ้าระวัง ทั้งนี้อาจจะมีการคณะกรรมการหรือศูนย์ขึ้นมาแก้ไขสถานการณ์ให้เป็นไปตามหมวด 1 ของพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรที่ต้องมีการเผ้าระวังและป้องกันให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อกลไกรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ เรียบร้อย



