
เนินมะปรางร่วมต้านโรงโม่หิน ชาวบ้านครวญเจอผลกระทบหนัก
พิษณุโลก-ชาวบ้าน 5 ตำบลของ อ.เนินมะปราง พร้อมแสดงพลังต้านผุดโรงโม่หินในพื้นที่เพิ่ม โอดที่ผ่านมาทำหนังสือถึงหน่วยงานเกี่ยวข้องกระทุ้งรัฐบาล ยุติการให้อาชญาบัตร ควบคู่กับการเร่งประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมแต่กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ
นางอารมณ์ คำจริง ผู้ประสานงานกลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมเนินมะปราง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของประชาชนในพื้นที่ 5 ตำบล ของ อ.เนินมะปราง ประกอบด้วย ต.ชมพู ต.เนินมะปราง ต.วังยาง ต.บ้านมุง และต.วังโพรง ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการทำโรงโม่หินในเขต อ.เนินมะปราง เนื่องจากขณะนี้มีความพยายามที่จะขอสัมปทานเพื่อเข้ามาก่อตั้งโรงโม่หินอีก 30 แห่ง จากที่ปัจจุบันนมีเพียง 1 แห่ง ที่ ต.บ้านมุง
"พื้นที่เนินมะปรางอยู่ในอ้อมกอดแห่งขุนเขา มีแนวทิวเขาหินปูนและภูเขาที่งดงามสลับทับซ้อน เป็นแนวยาว 38 กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ 5 ตำบลข้างต้น ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวถูกกำหนดเป็นแหล่งหินอุตสาหกรรม ทำให้มีผู้ประกอบการพยายามขอสัมปทานเหมืองแร่หินปูน"
นางอารมณ์กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการเหมืองแร่ โรงโม่หิน เนื่องจากเป็นการทำลายทรัพยากรอันทรงคุณค่าของพื้นที่ ทำลายแหล่งต้นน้ำลำธาร กระทบต่อการประกอบอาชีพการเกษตร ปัญหาฝุ่นละออง มลพิษทางอากาศ ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือถึงหลายหน่วยงานทั้งนายอำเภอเนินมะปราง ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้รัฐบาลยุติการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่และให้ประทานบัตรการทำเหมืองแร่ทองคำ โรงโม่หิน และให้เร่งประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมตลอดเทือกเขาเนินมะปราง
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่ในการประชุมของ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2549 มีข้อสรุปเสนอให้พื้นที่เขาหินเนินมะปราง เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตามแผนการจัดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติบริเวณเขาหินเนินมะปราง และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ซึ่งเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่ศึกษาไว้ ประกอบด้วย พื้นที่แนวเขาหินปูน พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชน ในพื้นที่ ต.ชมพู ทอดยาวถึง ต.บ้านมุง และบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด
นางเพ็ง แสงแก้ว อายุ 69 ปี ภูมิลำเนา หมู่ 1 ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่เห็นตรงกันว่าจะไม่ยอมให้มีโรงโม่หินเกิดขึ้นอีกแล้ว เพราะลำพังเท่าที่มีอยู่ในขณะนี้ถนนในหมู่บ้านก็ชำรุดเสียหายมากแล้ว ถ้ามีโรงโม่หินเกิดขึ้นอีกปัญหาในพื้นที่คงเลวร้ายมากกว่านี้



