
ฝนโปรยเช้าตรู่กทม.จราจรอัมพฤกษ์
สวพ.FM 91 เผยฝนตกถนนลื่น เบรครถกระทันหันชนท้ายต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง กว่า 20 จุด จัดอันดับ 12 ถนน อันตราย กรุงเทพ ปริมณฑล รถติด เพราะอิทธิพลจากลมตะวันตก ฝนหลงฤดู สังเวยชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ อีก 44 ราย
(13ธ.ค.) นางสาวไจตนย์ ศรีวังพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิไลเซ็นต์เตอร์ แอนด์ ซันส์ จำกัด ผู้ร่วมดำเนินงานสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM 91 คลื่นเพื่อข่าวสารความปลอดภัยและจราจร กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงบรรยากาศการเดินทางของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในเช้าวันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม 2553 หลังมีฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา ว่า ถนนหลายเส้นเกิดภาวะน้ำท่วมขัง ระดับน้ำเสมอทางเท้า และส่งผลกระทบทำให้สภาพการจราจรติดขัดคับคั่ง เด็กนักเรียนเดินทางไปถึงโรงเรียนหลัง 08.30 น. ขณะเดียวกันมีอุบัติเหตุจราจรในลักษณะเบรครถกระทันหันส่งผลให้มีรถยนต์คู่กรณีชนท้ายต่อเนื่องกันหลายจุด
กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ สำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้ (13 ธันวาคม) - 06.00 น. วันที่ 14 ธันวาคม 2553 กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ได้รับอิทธิพลจากลมตะวันตก ซึ่งเคลื่อนตัวผ่านประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคเหนือ กลาง และอีสาน มีอากาศเย็นลง 1-3 องศา และจะมีฝนฟ้าคะนองกระจายร้อยละ 30 ของพื้นที่ ซึ่งฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลทำให้ บริเวณแยกเทียมร่วมมิตร ถนนรัชดาภิเษก มีน้ำท่วมขังทั้งเข้า และออก, บริเวณปากซอยเสือใหญ่อุทิศ หรือรัชดาภิเษก 36 ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 30 ซม., ถนนสุขุมวิท บริเวณหน้าตลาดบางจาก, ถนนงามวงศ์วาน บริเวณใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน จนถึง ปากทางเข้าวัดบัวขวัญ, หน้าตลาดอมรพันธ์ หรือบริเวณแยกเกษตร ถึงสะพานข้ามแยกบางเขน, อุโมงค์ลอดแยกเกษตร, ภายในซอยรามคำแหง 43/1 ตลอดทั้งซอย, และถนนกัลปพฤกษ์ บริเวณเชิงสะพานต่างระดับกัลปพฤกษ์ ระดับน้ำสูง 15 ซม.
ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง รวมถึงผู้ใช้รถอยู่บนถนน โทรศัพท์เข้ามายังหมายเลข 1644 “โทรฟรี”, 0-2562-0033-4 และ 0-2941-0847-50 แจ้งและรายงานอุบัติเหตุที่พบเห็น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง จำนวนทั้งสิ้น 284 ครั้ง ในจำนวนนี้มีอุบัติเหตุรุนแรง มีผู้เสียชีวิต 3 ราย คือ 1. อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนถนนวิภาวดี-รังสิต ทิศทาง ขาเข้าเมือง ช่องทางด่วน ใกล้แยกหลักสี่ รถยนต์ไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชนคนเดินเท้า ผู้ชาย เสียชีวิตทันทีในจุดเกิดเหตุ 2. อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในซอยวัดลาดปลาดุก ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี รถยนต์ตู้โดยสาร โตโยต้า สีขาว สาย ต 78 หมู่บ้านพฤกษา 3 - ตลาดพงษ์เพชร ทะเบียน 14 7875 กรุงเทพ เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ผู้ขับขี่รถเสียชีวิตทันทีภายในรถคันดังกล่าว และ 3. อุบัติเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคล นิสสัน สีดำ ทะเบียน ฌส 7917 กรุงเทพ เสียหลักพุ่งชนป้ายบอกทาง ใกล้ปากซอยวิภาวดี-รังสิต 3 ซึ่งรถเสียหลักไปชนคนเดินเท้าริมถนน เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บอีก 1 คน เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ให้การช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ราชวิถี
นางสาวไจตนย์ กล่าวต่อว่า สำหรับอุบัติเหตุที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ตั้งแต่เวลา 01.00-10.00 น. มีผู้บาดเจ็บรวม 44 ราย แยกเป็นผู้ชาย 33 คน ผู้หญิง 11 คน และจากข้อมูลสถิติซึ่งทางสถานีฯ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุ พบว่ามีจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ หลังฝนตกถนนลื่น ผู้ขับขี่รถยนต์มักจะตกใจ และเบรครถกระทันหันก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถชนต่อเนื่อง ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น จะมีรถยนต์คู่กรณีมากกว่า 4 คันขึ้นไป จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ อันตราย ดังกล่าวนี้อยู่ บนถนน 12 สาย แยกได้ 21 จุด ดังนี้
อันดับ 1 ได้แก่ ถนนรัชดาภิเษก ทิศทาง ขาออก บริเวณเชิงทางลงอุโมงค์ลอดแยกรัชดา-ห้วยขวาง, กลางแยกรัชดา-ลาดพร้าว, โค้งหน้าศาลอาญา รัชดา, เชิงทางลงสะพานข้ามแยกรัชโยธิน, เชิงทางลงยกระดับรัชวิภา-กำแพงเพชร 2, สะพานลอยข้ามแยกประชานุกุล, ขณะที่ ทิศทาง ขาเข้าเมือง จะเป็นบริเวณ โค้งหน้ากรมส่งเสริมการส่งออก อันดับ 2 ได้แก่ ถนนรามคำแหง ทิศทาง ขาออกเมือง บริเวณเชิงทางลงยกระดับรามคำแหง ตรงข้ามโรงพยาบาล รามคำแหง, เชิงทางลงสะพานข้ามแยกลำสาลี, และทิศทาง ขาเข้าเมือง บริเวณโค้งเหนือมหาวิทยาลัยรามคำแหง อันดับ 3 ได้แก่ ถนนพระราม 9 ทิศทาง ขาออกเมือง บริเวณเชิงทางลงสะพานยกระดับพระราม 9 ใกล้คลองชวดใหญ่, สะพานข้ามแยกรามคำแหง ใกล้ทางแยกลงถนนรามคำแหง อันดับ 4 ถนนวิภาวดี-รังสิต ทิศทาง ขาเข้าเมือง ช่องทางคู่ขนาน ใกล้สำนักงานปรมณูเพื่อสันติ อันดับ 5 ถนนมอเตอร์เวย์ หรือทางหลวงหมายเลข 7 ทิศทาง ขาออกเมือง ใกล้สุเหร่าบ้านม้า อันดับ 6 ทางยกระดับอุตราภิมุข หรือยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ทิศทาง ขาเข้าเมือง เหนือฟาร์มโชคชัย อันดับ 7 ถนนพหลโยธิน ทิศทาง ขาออกเมือง ใกล้ต่างระดับบางขันธ์ อันดับ 8 ถนนรังสิต-นครนายก ทิศทาง ขาออก บริเวณคลอง 6 หน้าที่ว่าการอำเภอธัญญบุรี อันดับ 9 ถนนพัฒนาการ ทิศทาง ขาออก เชิงทางขึ้นสะพานข้ามแยกพัฒนาการ-ศรีนครินทร์ อันดับ 10 ถนนบรมราชชนนี ทิศทาง ขาออก บริเวณเชิงทางลงยกระดับตลิ่งชัน จุดเชื่อมถนนราชพฤกษ์ อันดับ 11 ถนนราชพฤกษ์ ทิศทาง ขาเข้าเมือง บริเวณเชิงลงสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ และ อันดับ 12 ได้แก่ ถนนเทพารักษ์ ทิศทาง ขาออกเมือง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 7-8
ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจรสำหรับคนกรุงเทพ และปริมณฑล ในช่วงเช้าของวันเริ่มต้นทำงาน หลังวันหยุดต่อเนื่อง 3 วัน ผู้ปกครองที่เดินทางไปส่งบุตร หลาน บริเวณหน้าโรงเรียน ต่างพบปัญหาเดียวกันคือ การจอด ชะลอรถเพื่อส่งบุตร หลาน ในจุดที่ไม่เปียกฝน โดยเฉพาะเส้นทางสายหลัก ถนนหลายสาย ติดต่อเนื่องกระทั่งเวลา 12.00 น. โดยเฉพาะ ถนนรามอินทรา ทิศทาง ขาเข้าเมือง ท้ายแถว ต่อเนื่องแยกมีนบุรี, ถนนแจ้งวัฒนะ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิภาวดี-รังสิต ปัญหาจากอุบัติเหตุ รถ บขส. พลิกคว่ำ หน้าสำนักงานปรมณูเพื่อสันติ, ถนนพหลโยธิน ทิศทาง ขาเข้าเมือง (พื้นที่ จังหวัดปทุมธานี) ผลกระทบจากอุบัติเหตุ บนยกระดับอุตราภิมุข หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ ท้ายแถว ต่อเนื่องไปเกือบถึงหน้าตลาดไท, ถนนพระราม 9 ทิศทาง ขาเข้าเมือง ถนนเพชรบุรี และถนนสุขุมวิท ทิศทาง ขาเข้าเมือง ได้รับผลกระทบจาก สัญญาณไฟจราจรแยกอโศก-สุขุมวิท ขัดข้องขณะที่มีฝนตกต่อเนื่อง, ถนนรามคำแหง ท้ายแถวต่อเนื่องไปเกือบถึง แยกร่มเกล้า, ถนนลาดพร้าว ทิศทาง ขาเข้าเมือง หยุดนิ่งที่แยกบางกะปิ, ถนนศรีนครินทร์ ขาออก ได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วมขังบริเวณหน้าตลาดบางจาก ท้ายแถวหยุดนิ่ง แยกลำสาลี ขณะที่ถนนสุขุมวิท ทิศทางขาเข้าเมือง รถติดต่อเนื่องไปถึงที่ว่าการอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการ, ถนนบางนาตราด รถติดไปถึง กิโลเมตรที่ 3 ขณะที่ถนนสาทร-เหนือ ถนนกรุงธนบุรี ถนนราชพฤกษ์ และกัลปพฤกษ์ ต่างก็มีสภาพการจราจรคับคั่งเช่นกัน
“ขณะที่ เส้นทางฝั่งธนบุรี ถนนสิรินธร, จรัญสนิทวงศ์, บรมราชชนนนี ได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาจาก ปัญหาอุบัติเหตุบนถนนรัชดาภิเษก ส่งผลให้สภาพการจราจรติดขัดคับคั่งไปกระทั่งเวลา 10.30 น. ถนนรัตนาธิเบศน์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าฯ ต่างก็ต้องเผชิญกับปัญหาจราจรที่คับคั่งไม่น้อยเช่นกัน” นางสาวไจตนย์กล่าว



