
กกต.พอใจจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ลต.ซ่อม
กกต.พอใจจำนวนคนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อม 54.85 % เผย โคราช เขต 6 ร้องเรียนเยอะสุด 3 เรื่อง ประพันธ์ ชี้เป็นนิมิตหมายที่ดี เลือกตั้งเรียบร้อยรู้แพ้รู้ชนะ
(13ธ.ค.) ที่กกต.นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงผลการเลือกตั้งส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่าง 5 เขต 5 จังหวัด ว่า จากการายงานของเจ้าหน้าที่พบว่า ภาพรวมมีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งถึงร้อยละ 54.85 ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่งตามที่มีการคาดการณ์ไว้ แต่ในส่วนของกทม. เขต 2 ที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิน้อย อาจเป็นเพราะว่า การเลือกตั้งในวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตรงกับช่วงวันหยุดยาว 3 วัน ประกอบกับในพื้นที่กทม.ก็ได้มีการจัดการเลือกตั้งในปีนี้ไปแล้วถึง 4 ครั้ง จึงอาจทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิจำนวนน้อย แต่ในขณะเดียวกันที่ จ.นครราชสีมา เขต 6 มีผู้ออกมาใช้สิทธิจำนวนค่อนข้างมากถึงร้อยละ 68.32 ซึ่งมากกว่าการจัดการเลือกตั้งซ่อมเมื่อช่วงเดือนม.ค.51 ที่มีผู้มาใช้สิทธิถึงร้อยละ 59
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ขณะนี้ทางจังหวัดได้รายงานเข้ามาว่า นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับคะแนนมากที่สุด ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 33.73 บัตรเสียร้อยละ 1.29 และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนร้อยละ 6.05 สำหรับใน จ.ขอนแก่น เขต 2 ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย เป็น ผู้ได้รับผลคะแนนมากที่สุด มีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 54.88 บัตรเสียร้อยละ 1.30 และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนร้อยละ 1.95 ส่วนใน จ.นครราชสีมา เขต 6 นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ได้รับคะแนนมากที่สุด โดยมีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 68.32 บัตรเสียร้อยละ 1.86 และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนร้อยละ 3.88 จ.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคชาติไทยพัฒนา ได้รับคะแนนมากที่สุด ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 58.49 บัตรเสียร้อยละ 2.66 และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนร้อยละ 8.57 และ จ.สุรินทร์ เขต 3 นายศุภรักษ์ ควรหา ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ได้รับคะแนนมากที่สุด ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 58.81 บัตรเสียร้อยละ 2.08 และไม่บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนร้อยละ 2.04 อย่างไรก็ตามผลคะแนนอย่างเป็นทางการน่าจะทราบได้ภายในบ่ายวันนี้
นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการร้องเรียน ขณะนี้พบว่า ใน จ.นครราชสีมา เขต 6 มีร้องเรียนเข้ามา 3 เรื่องเจ้าหน้าที่วางตัวไม่เป็นกลาง จัดเลี้ยงสัญญาว่าจะให้ และแจกทรัพย์สิน รวมทั้งยังสามารถจับกุมผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าแจกเงิน นอกจากนี้ยังมีเรื่องร้องเรียนใน จ.พระนครศรีอยุธยา เขต1 ที่ร้องในเรื่องถูกทำลายป้ายหาเสียงและมีประท้วงให้นับคะแนนใหม่ ซึ่งกกต.กำลังรอรับรายงานอยู่ ส่วนใน จ.ขอนแก่น เขต 2 มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำลายป้ายหาเสียงและใส่ร้าย ขณะที่กทม. เขต 2 มีเรื่องร้องเรียน 1 เรื่อง เกี่ยวกับการใส่ร้าย ในส่วนของ จ.สุรินทร์ เขต 3 ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการร้องเรียนเข้ามา อย่างไรก็ตามหากตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ได้รับเลือกไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา ก็สามารถประกาศรับรองได้ภายใน 7 วัน แต่หากมีผู้ร้องเรียนเข้ามาก็ต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากยังไม่แล้วเสร็จก็ต้องประกาศรับรองผลไปก่อน แต่หากตรวจสอบพบว่า มีการทุจริตในภายหลัง กกต.ก็จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งต่อไป
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับบรรยากาศในการเลือกตั้งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะผู้แพ้ออกมาแถลงข่าวยอมรับผลการเลือกตั้งและได้มีการแสดงความยินดีให้กับผู้ชนะ เป็นเรื่องดีที่เล่นการเมืองและรู้แพ้รู้ชนะ เหมือนเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา และผลการเลือกตั้งที่อกมาครั้งนี้ก็เป็นที่เรียบร้อยไม่มีความรุนแรงใดๆเกิดขึ้นและไม่มีมวลชนออกมากดดัน ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยดี ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเมื่อปี 52 ที่มีมวลชนไปกดดัน หากบรรยากาศเป็นเช่นนี้ในปีหน้าที่นายกฯระบุว่าจะมีการเลือกตั้งก็คิดว่า เราจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้และรู้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร รวมทั้งจะนำแนวทางและตัวอย่างในการจัดเลือกตั้ง 5 เขต 5 จังหวัดนี้มาใช้อย่างไร



