ข่าว

"สิงโตน้ำเงินคราม"ไล่เจ๊า"สเปอร์ส"อดคืนจ่าฝูง

"สิงโตน้ำเงินคราม"ไล่เจ๊า"สเปอร์ส"อดคืนจ่าฝูง

13 ธ.ค. 2553

"สิงโตน้ำเงินคราม"เชลซี ชวดนำฝูงพรีเมียร์ลีกและไม่ชนะใคร 5 นัดติดต่อ หลังทำได้แค่ไล่ตีเสมอ"ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส 1-1 แถม ดิดิเยร์ ดร็อกบา ยิงจุดโทษพลาด

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด "ซูเปอร์ซันเดย์" เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม ปรากฏว่า ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ยันเสมอ เชลซี แชมป์เก่า 1-1 ในศึกแห่งศักดิ์ศรีทีมร่วมเมืองหลวง ที่สนามไวท์ ฮาร์ทเลน ของตัวเอง โดย "ไก่เดือยทอง" ขึ้นนำก่อนจาก โรมัน พาฟลิวเชนโก นาที 14 ส่วน "สิงโตน้ำเงินคราม" ไล่ตีเสมอได้จาก ดิดิเยร์ ดร็อกบา นาที 70 และเกือบจะแซงชนะสำเร็จ หาก "ดร็อก" ไม่ยิงจุดโทษไปติดเซฟของ ฮูเรลโญ โกเมส นายทวารเจ้าบ้าน นาที 90 (+3)

 จากผลแบ่งแต้มเกมนี้ไม่เป็นผลดีต่อ "สิงโตน้ำเงินคราม" เท่าใดนัก เพราะทำให้ลูกทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ไม่ชนะใครติดต่อกันเป็นเกมที่ 5 และแข่ง 17 นัด มี 31 แต้ม ยังอยู่อันดับ 4 พื้นที่สโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทีมสุดท้ายเช่นเดิม ทั้งที่หากเก็บ 3 แต้มได้ในเกมนี้ จะมี 33 แต้ม แซงหน้า อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูง ที่มี 32 แต้ม และแข่งน้อยกว่า 1 นัดทันที ขณะที่ สเปอร์ส แข่ง 17 นัด มี 27 แต้ม อยู่อันดับ 5 เช่นเดิม

 ส่วน โบลตัน วันเดอเรอร์ส เอาชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 ที่สนามเดอะ รีบอค ของตัวเอง ทั้งที่เจ้าบ้านต้องเหลือผู้เล่น 10 คน ตั้งแต่นาที 55 เมื่อ มาร์ค เดวิส โดนใบเหลือง-แดง นาที 55 ทว่า โบลตัน ก็ยังยิงได้ 2 ประตูหลังจากนั้น ได้แก่ ฟาบริซ มูอัมบา นาที 64 และ สจวร์ต โฮลเดน นาที 88 ส่วน "กุหลาบไฟ" ได้ประตูโทนจาก มาเม บิรัม ดิยุฟ นาที 86

 หลังเกม โอเวน คอยล์ โค้ชโบลตัน กล่าวว่า "เราเป็นทีมที่แพ้น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก แมนฯ ยูไนเต็ด รองแชมป์เก่า ที่ยังไม่แพ้ใคร และนี่เป็นอีกครั้งที่ทีมสปิริตของพวกเราไม่ได้เก่งกันอยู่แค่การประชุมทีมในห้องแต่งตัว เป็น 3 แต้มอันล้ำค่า ลูกทีมของผมควรภูมิใจกับ 3 แต้มนี้"

 จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ โอเวน คอยล์ ผู้จัดการทีมโบลตัน ที่เพิ่งได้รับรางวัลผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีกยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นำลูกทีมแข่ง 17 นัด มี 26 แต้ม พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับ 6 ห่างจาก "ปืนโต" ทีมนำอันดับ 1 เพียง 6 แต้มเท่านั้น

 ขณะที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ชนะ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 1-0 ที่สนามโมลินิวซ์ ของตัวเอง จาก สตีเฟน ฮันท์ นาที 44 และนับเป็นการชนะเกมศูนย์ครั้งแรกของ "หมาป่า" นับตั้งแต่เดือนเมษายน ในช่วงปลายฤดูกาลแข่งขันก่อนเป็นต้นมา

 สำหรับคู่กลางดึกวันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เอาชนะ ลิเวอร์พูล 3-1 ที่สนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ของตัวเอง โดย "สาลิกาดง" ได้ประตูจาก เควิน โนแลน นาที 14, โจอี บาร์ตัน นาที 79 และแอนดี คาร์โรลล์ นาที 90 (+1) ส่วน "หงส์แดง" ได้ประตูโทนจาก เดียร์ก เคาท์ นาที 48

 ส่งผลให้ อลัน พาร์ดิว ที่เพิ่งถูกแต่งตั้งให้เป็นโค้ชนิวคาสเซิล คนใหม่ เพียง 48 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ นำทีมเก็บชัยชนะตั้งแต่นัดแรกที่คุมทีมอย่างเป็นทางการ แถมยังทำให้ผู้คนในย่านไทน์ไซด์ ที่เตรียมตัวมาประท้วง ไมค์ แอชลีย์ เจ้าของทีม ซึ่งปลด คริส ฮิวจ์ตัน กุนซือขวัญใจชาวจอร์ดี้ ไม่ได้แสดงพลังต่อต้านอย่างที่ตั้งใจ

 ซึ่ง พาร์ดิว กล่าวว่า "ขอบคุณลูกทีมทุกคนที่เข้าใจผม และแสดงความเป็นมืออาชีพในสนาม เราเริ่มต้นด้วยชัยชนะและทีมสปิริตนั่นเป็นเรื่องดีที่จะก้าวต่อไป และขอขอบคุณทูนอาร์มีทุกคนที่เมื่ออยู่ในเกม เขาหนุนหลังผมและลูกทีม ส่วนก่อนและหลังเกมที่พวกเขาแสดงออกผมเข้าใจ เพราะก่อนที่ผมจะเข้ามาทำงานในโลกของฟุตบอล ผมก็เคยเป็นแฟนบอลมาก่อนเช่นกัน"

 ตรงข้ามกับ รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ซึ่งโดนสื่ออังกฤษวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะเกมรับของ "หงส์แดง" ในยุคของกุนซือวัย 63 ปีผู้นี้ ที่ดูเหมือนไม่เคยถูกแก้ไขหรือแก้ไขไม่ถูกจุดมาตลอดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลล่าสุด โดยเฉพาะเกมเยือนที่ชนะแค่ครั้งเดียวจากทั้งหมด 9 เกม

 ส่วนศึกกัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี คืนเดียวกัน เอซี มิลาน ทีมจ่าฝูง บุกชนะ โบโลญญา 3-0 ถึงสนามเรนาโต ดัลลารา จาก เควิน พรินซ์ บัวเต็ง นาที 9, โรบินโญ นาที 34 และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช นาที 59 โดยเจ้าบ้านมีโอกาสตีไข่แตกจากจุดโทษนาที 77 ทว่า มาร์โก ดิ วาโย ยิงไปติดเซฟของ คริสเตียน อับเบียติ นายทวารทีมเยือน จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ "ปีศาจแดงดำ" ทำสถิติชนะ 10 จาก 12 เกมหลังสุด

 ขณะที่ โรม่า รองแชมป์เก่า ชนะ บารี 1-0 ที่สนามโอลิมปิก โรม ของตัวเอง จาก ฮวน นาที 30 และอาจจะชนะ 2-0 ไปแล้ว หาก ฟรานเชสโก ต็อตติ ไม่ยิงจุดโทษพลาด ไปติดเซฟของ ฌอง ฟรังซัวร์ ชิลเลต์ ตั้งแต่นาที 19

 ส่วนคู่อื่น เบรสชา ชนะ ซามพ์โดเรีย 1-0, กายารี ชนะ คาตาเนีย 3-0, เลชเช ชนะ คิเอโว 3-2 สำหรับคู่กลางดึกวันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา เจนัว แพ้ นาโปลี 0-1, ปาแลร์โม ชนะ ปาร์มา 3-1, อูดิเนเซ ชนะ ฟิออเรนตินา 2-1

 ด้านศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี คู่กลางดึกวันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมจ่าฝูง ชนะ แวร์เดอร์ เบรเมน 2-0 ที่สนามซิกนัล อิดูนา ปาร์ค ของตัวเอง จาก "ซูเปอร์ฟรีคิก" เท้าซ้ายของ นูริ ซาฮิน นาที 9 และ ชินจิ คางาวะ ที่ยิงด้วยเท้าซ้ายจากระยะ 6 หลา นาที 70 จากชัยชนะเกมนี้ส่งผลให้ ดอร์ทมุนด์ ทำสถิติชนะ 7 นัดรวมหลังสุด และไม่แพ้ใครมาแล้ว 15 นัดติดต่อกัน แข่ง 16 นัด มี 43 แต้ม ทิ้งห่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน รองจ่าฝูง ถึง 11 แต้ม

 หลังเกม เจอร์เกน คลอปป์ โค้ชดอร์ทมุนด์ กล่าวว่า "เราทุกคนทำการบ้านหนัก นับตั้งแต่แพ้ในเกมเปิดฤดูกาล เราชนะ 14 จาก 16 เกม และทุกเกมแม้คู่ต่อสู้จะเล่นได้ดีไม่แพ้เราเช่น เบรเมน ในเกมนี้ แต่ชัยชนะเมื่อจบ 90 นาที คือรางวัลตอบแทนในความมุ่งมั่นของพวกเรา"
 ส่วนคู่คืนวันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา ไฟร์บวร์ก ชนะ โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค 3-0

 ขณะที่ศึกสแปนิช ลาลีกา คืนเดียวกันนี้ แอธเลติก บิลเบา ชนะ เอสปันญอล 2-1, สปอร์ติง กิฆอน เสมอ เลบันเต 1-1, เอร์กูเลส ชนะ มาลากา 4-1, รีล มายอร์กา แพ้ ราซิง ซานตานเดร์ 0-1

 สำหรับคู่กลางดึกวันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา แอตเลติโก มาดริด ชนะ เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา 2-0, เซบีญา แพ้ อัลเมเรีย 1-3, เกตาเฟ ชนะ บียาร์รีล 1-0