ข่าว

ประกาศศักดิ์ศรีคนพิการ

ประกาศศักดิ์ศรีคนพิการ

13 ธ.ค. 2553

หากทุกคนเลือกเกิดได้ คงจะไม่มีใครปรารถนาที่จะเป็นคนพิการ ทั้งผู้ที่พิการมาแต่กำเนิด และพิการอันเนื่องมาจากการประสบอุบัติเหตุ แต่ในเมือพิการแล้ว ก็ต้องปรับใจยอมรับและยิ้มสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต

ดังนั้นเพื่อเป็นกำลังใจและเปิดใหคนพิการแสดงศักยภาพกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ(พก.) ร่วมกับสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย จึงได้จัดงานวันคนพิการสากล "ยิ้มสู้..เพื่ออยู่อย่างเท่าเทียม" พร้อมเปิดเวที่ให้แก่ผู้พิการประกาศจุดยืนของตัวเอง

 เริ่มจาก สมาชิกวุฒิสภา ผู้พิการทางการมองเห็นที่มีบทบาทการเป็นผู้นำคนพิการในระดับสากล อ.มณเฑียร บุญตัน ที่บอกว่า เพราะเรายิ้มสู้เราจึงสามารถประกาศตนจากอิสระ จากความกลัว กล้าที่จะเผชิญต่ออุปสรรค คำว่ายิ้มสู้ จึงแสดงถึงปรัชญาแห่งการมีชีวิตอยู่อย่างมีความหวังและกำลังใจ พร้อมที่จะฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ

 "การที่เรามารวมตัวกันในครั้งนี้ เพื่อแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปลดปล่อย มายิ้มสู้กับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตเรา การแก้ปัญหาของคนพิการคือ การยอมรับตัวเองและยิ้มกับอุปสรรค ความเครียด ความรุนแรงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา ก็ต้องขอฝากให้ผู้พิการทุกคนให้คิดบวกด้วย" อ.มณเฑียร ให้ข้อคิดเห็น

 เช่นเดียวกับ ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย กล่าววว่า ถ้าพ่อแม่มีลูกที่เป็นคนพิเศษหรือพิการ สิ่งที่ต้องทำก่อนที่จะจากโลกนี้ไปคือ ต้องทำให้ลูกเข้มแข็งที่สุด ทุ่มเทพลังทั้งชีวิตเพื่อให้เขาอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีและอยู่ได้ด้วยตัวเอง จากประสบการณ์การทำงานเฉพาะลำพังครอบครัวหรือตัวคนพิการอย่างเดียว แม้จะทำให้เกิดพลัง มีความเชื่อว่าเขามีศักยภาพพัฒนาได้ก็ตาม แต่ถ้าเราไม่เปลี่ยนสังคมนี้ให้มีพลังแห่งความรัก ความผูกพัน เผื่อแผ่ เอื้ออาทร คนพิการก็ไม่สามารถอยู่เท่าเทียม

 "อยากบอกพ่อแม่คนพิการทุกคน จงมีพลังที่จะช่วยลูกอย่างเต็มที่ และจงเชื่อว่าสังคมก็มีพลังที่จะสนับสนุนเรา เพื่อให้ลูกเรามีโอกาสยิ้มสู้และอยู่อย่างเท่าเทียม เพื่อพ่อแม่จะได้ตายตาหลับ" ประธานสภาคนพิการฯ แนะ

 ด้าน "น้องบอส" หรือ ภัทรไพบูลย์ นาศพัฒน์ เด็กยอดกตัญญูที่ต้องดูแลพ่อที่เจ็บป่วยเป็นเจ้าชายนิทราตั้งแต่น้องบอสอายุเพียง 3 ปีเท่านั่น เผยความรู้สึกว่า มาถึงวันนี้ส่วนตัวยังไม่รู้หรือเข้าใจ แต่สิ่งหนึ่งที่เข้าใจได้คือ คุณค่าความเป็นคนของทุกคนนั้นมีเท่ากัน เป็นมหาเศรษฐีก็ใช่ว่าจะดีกว่าใคร

 "ผมขอยิ้มสู้เพื่อชีวิตที่เท่าเทียม ผมดีใจมากที่ได้มีโอกาสยิ้มสู้ในวันนี้ 7 ปีที่ผ่านมา พ่อเป็นโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน แต่ไม่คิดว่าท่านจะด้อยกว่าใครในโลกนี้ ตรงกันข้ามกับคิดว่าทานเป็นคนพิเศษและมีคุณค่ามากที่สุด แม้ผมจะเข้าใจว่าการให้กำลังใจตัวเองสำคัญที่สุด แต่ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของทุกๆ กำลังใจตลอดไป" น้องบอส ให้กำลังใจ

 ปิดท้ายที่ กฤษนะ ละไล พิธีกรมนุษย์ล้อ ที่บอกว่า ทุกวันนี้หากเอ่ยถึงคนพิการถือเป็นเรื่องสากลเกิดขึ้นได้กับทุกคน ในโลกนี้ 10 % ของประชากรโลกเป็นคนพิการ จึงอยากเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยกันผลักดันให้คนพิการในประเทศไทย ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกในที่สาธารณะ เพราะเราขาดสิ่งอำนวยความสะดวก คุณภาพชีวิตคนพิการในไทยยังไม่ดี เช่น บางสถานที่มีลิฟต์ มีห้องน้ำสำหรับคนพิการ แต่ไม่มีทางลาดเพื่อรถเข็น ก็อยากจะให้ทำอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะนั่นคือปัญหาขึ้นพื้นฐานของการดำเนินชีวิตของคนพิการ