
จะทำหนังสือถึงรมว.คมนาคมสอบถามความคืบหน้าในการแก้ปัญหา
เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุรถไฟตกรางถึง 2 ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับรถไฟขบวนรถเร็ว สายกรุงเทพ-กันตัง และขบวนรถด่วนสายกรุงเทพ-ตรัง ในพื้นที่ ต.บางหมาก อ.กันตัง จ.ตรัง และในพื้นที่ ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ถึงแม้จะไม
ที่มาของการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
สมชาย : รถไฟของ จ.ตรัง มีให้บริการอยู่วันละ 2 ขบวน และเป็นจุดเด่นตรงที่มีเพียงจังหวัดเดียวในฝั่งอันดามัน แต่ประเด็นก็คือ เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดปัญหามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเรื่องเก่าๆ ที่จนถึงเวลานี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข และยังไม่ได้รับคำตอบจากผู้เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่าจะสามารถจัดการอย่างเป็นรูปธรรมได้เมื่อไหร่ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้รับการแก้ไขอย่างจริงๆ จังๆ เสียที
เท่าทื่ติดตามหรือศึกษาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
สมชาย : ก่อนหน้านี้รถไฟของ จ.ตรัง ก็เคยมีปัญหาอยู่เป็นประจำ แต่ครั้งที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งและยังอยู่ในความหวาดผวาของผู้คนก็คือ คราวที่ขบวนรถเร็วที่ 84 สายตรัง-กรุงเทพ ตกรางที่สถานีรถไฟเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 5 ตุลาคม 2552 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นรุนแรงถึงขนาดทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 7 คน และจำนวน 4 คนในนั้นก็เป็นชาวตรัง นอกจากนั้นก็ยังมีผู้บาดเจ็บมากถึง 88 คนด้วย
จะมีแนวทางในการติดตามเรื่องอย่างไร
สมชาย : ผมจะร่วมกับ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 4 คน คือ ส.ส.สุกิจ วงศ์หนองเตย ส.ส.สาทิตย์ วงศ์หนองเตย และส.ส.สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ทำหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อทวงถามถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาเรื่องรถไฟ โดยเฉพาะระบบราง ซึ่งได้ทำให้เกิดอุบัติเหตุตกรางอยู่บ่อยครั้ง เพราะหมดเวลาที่จะใช้งาน และต้องเร่งปรับปรุงโฉมใหม่แล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องที่อันตรายและกระทบต่อสวัสดิภาพของประชาชนอย่างยิ่ง
คิดว่าจะได้รับการสนองตอบเพียงใด
สมชาย : ก่อนหน้านี้เคยนำประเด็นนี้ไปสอบถามในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และมีการแจ้งมาว่าได้ส่งเรื่องไปยังผู้เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดดำเนินการแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการติดตามงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หากเรื่องที่เสนอไปไม่ได้รับการสนับสนุน
สมชาย : หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำเฉยเมย หรืออ้างกลับมาว่าขาดแคลนในส่วนของงบประมาณ หรืองบประมาณในแต่ละปีมีจำกัด ผมก็จำเป็นที่จะต้องนำเรื่องนี้ไปหารือกับรัฐบาลโดยตรง เพื่อหาช่องทางแก้ปัญหาเรื่องรถไฟให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วมากที่สุด ซึ่งอาจจะขอให้มีการจัดสรรงบประมาณในส่วนอื่นๆ มาดำเนินการก่อน เพราะความปลอดภัยในการเดินทางถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก และจะปล่อยให้เกิดปัญหารถไฟตกรางแบบนี้ต่อไปอีกคงไม่ได้ พร้อมจะเดินหน้าติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพราะนี่คือการเรียกร้องเพื่อสวัสดิภาพของประชาชนในฐานะผู้เสียภาษี



