
แปดริ้วเดินหน้าสางปัญหาประมงเตรียมส่งเสริมอาชีพใหม่ทดแทน
ฉะเชิงเทรา - ปัญหาประมงชายฝั่งถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม รองผู้ว่าฯ รับมอบหมายให้หาทางช่วยเหลือ รับที่วางเอาไว้อาจจะหาอาชีพใหม่ให้ รวมทั้งสนับสนุนเครื่องมือประมงเพื่อที่จะออกไปหาปลาได้ในพื้นที่ห่างจากฝั่ง
นางสุมิตรา ศรีสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เข้าดูแลปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง ที่บริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง หลังจากมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้าจับกุม เนื่องจากการเข้ามาทำประมงในพื้นที่อนุรักษ์และเสี่ยงต่อการทำลายห่วงโซ่อาหารของโลมา ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ได้เตรียมไปทำความเข้าใจกับชาวประมงเพื่อหาแนวทางปรับเปลี่ยนการประกอบอาชีพทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ที่เป็นไปได้อาจจะเป็นการปรับปรุงอุปกรณ์เรือประมงที่มีอยู่ให้สามารถออกไปทำประมง ได้ไกลจากฝั่งมากยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้ถูกเจ้าหน้าที่ซึ่งทำตามกฎหมาย เข้าจับกุมไปดำเนินคดีจนได้รับความเดือดร้อนได้อีก "อาจจะมีการเข้าไปทำการฝึกอาชีพใหม่ให้แก่ชาวบ้าน หรืออาจจะปรับเปลี่ยนให้ชาวประมงที่เคยใช้เรือทำการประมงชายฝั่ง เปลี่ยนไปประกอบอาชีพให้บริการนำเที่ยวพาดูหิ่งห้อย ล่องเรือชมโลมาแทน หรือในบางครอบครัวที่มีศักยภาพความพร้อม ในการรองรับนักท่องเที่ยว ก็อาจจะทำการปรับเปลี่ยนเป็นแหล่งท่องเที่ยว จากบ้านเรือนพักอาศัยของชาวบ้านให้กลายเป็นบ้านพักแบบโฮมสเตย์ ไว้รองรับนักท่องเที่ยว" นางสุมิตรา กล่าว
นายวิชัย คงเจริญ อายุ 50 ปี ชาวประมง หมู่ 2 ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า หลังจากถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ขณะนี้ยังไม่ได้ออกเรือทำประมงอีกเลย และก็ยังไม่มีอาชีพอะไรรองรับในการทำมาหากิน ที่ผ่านมาต้องไปกู้ยืมเงินไปเสียค่าปรับให้แก่เจ้าหน้าที่ ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูง "ขณะนี้กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะว่ายังไม่มีอาชีพอะไรทำหาเลี้ยงครอบครัวทดแทน" นายวิชัย กล่าว
นายอดุลย์ เจริญวัย อายุ 50 ปี ชาวประมง ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า หลังจากถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปทำอาชีพอะไร เนื่องจากอาชีพประมงชายฝั่งนั้น เป็นอาชีพที่ทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวมาตั้งแต่เกิด สืบทอดต่อเนื่องมาจากรุ่นสู่รุ่น อยากจะขอให้ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยหาทางออกให้ด้วย
"สมัยก่อนนั้นชาวบ้านทำมาหากินก็ไม่เคยมีใครโดนจับ ก็เพิ่งจะมีการมาจับกุมในสมัยของพวกผม ผู้ว่าฯ คนก่อนก็เคยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน มาร่วมกันเจรจา และกำหนดขอบเขตกันไว้ในท้องถิ่นว่า ให้ชาวบ้านสามารถทำมาหากินกันได้ในบริเวณแนวชายฝั่ง โดยที่จะไม่เข้ามาใกล้ชายฝั่งเกินกว่าทุ่นบอกระยะที่ 8 ซึ่งชาวบ้านก็พอทำกินกันได้ แต่พอมาถึงตอนนี้ก็จับหมดเลย ไม่เว้นพื้นที่ให้ชาวประมงชายฝั่งได้ทำมาหากินกันบ้าง โดยวันที่ผมถูกจับนั้น ผมกำลังทำประมงอยู่ที่ทุ่น 6-7 ซึ่งห่างจากทุ่นที่ 8 มาก ระยะ 2 กิโลเมตร แต่ก็ยังถูกจับ" นายอดุลย์ กล่าว



