ข่าว

วิธี“คงสิทธิ์เบอร์เดิมค่ายใหม่”โทรมือถือ

วิธี“คงสิทธิ์เบอร์เดิมค่ายใหม่”โทรมือถือ

13 ธ.ค. 2553

ผมเข้าใจว่า ถึงวันนี้ ผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องของทุกคนและทุกค่าย คงทราบจากทั้งข่าวและโหมโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) แล้วนะครับว่า หากไม่มีอะไรผิดพลาด

วันที่ 15 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ทุกท่านสามารถใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือเลขหมายเดิมได้ แม้จะเปลี่ยนไปใช้บริการของบริษัทผู้ให้บริการ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “ค่าย” ไหนก็ได้ งานนี้ ต้องชม คุณสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กรรมการ กทช. ที่พยายามเรียกสิทธิของผู้ใช้โทรศัพท์คืนมาจากค่ายมือถือมาจนได้

 ก่อนหน้านี้ผู้ใช้มือถือเหมือนถูกมัดมือชก เปิดเบอร์กับค่ายไหนแล้วต้องใช้บริการของค่ายนั้นไปจนตายจากกัน หากอยากได้บริการใหม่ๆ ก็ต้องลงทุนใหม่ หรือหากเครื่องเก่าหายก็ต้องกลับไปใช้เบอร์เดิมที่ค่ายเก่าๆ ไม่งั้นต้องบอกญาติสนิทมิตรสหายกันให้วุ่นวายไปหมด การที่ กทช.รณรงค์ให้คนไทยที่ใช้โทรศัพท์มือถือสามารถ “คงสิทธิ์เบอร์เดิมค่ายใหม่” ได้ ผมจึงขอชื่นชมครับ แม้ว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ได้ กทช.อาจจะต้องเผชิญกับ “อิทธิพลและอำนาจมืด” บางอย่างมาแล้วก็ตาม เรื่องนี้ผมไม่ได้พูดเล่นๆ นะครับ ขนาดรัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) อย่าง นายจุติ ไกรฤกษ์ ยังเคยได้ยินคำว่า เปลี่ยนรัฐมนตรีไอซีทีง่ายกว่าเปลี่ยนเงื่อนไขอะไรบางอย่างเลยครับ

 เพื่อให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือได้ทราบว่า ทำอย่างไรจึงจะคงสิทธิดังกล่าวได้ ผมขอนำเอาขั้นตอน และวิธีรักษาสิทธิของท่านมาแจ้งให้ทราบในที่นี่อีกครั้ง เชื่อว่าคงจะมีประโยชน์แน่ เพราะเชื่อว่า วันนี้ทุกบ้านน่าจะมีโทรมือถือเท่าจำนวนสมาชิกในบ้านแล้วก็ได้ ขั้นตอนคือ ขอให้ท่านนำหลักฐานสำคัญคือ สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไปแสดงสิทธิความเป็นเจ้าของที่คอลเซ็นเตอร์เครือข่ายของค่ายที่ท่านใช้บริการอยู่ จากนั้นให้แจ้งพนักงานของค่ายนั้นให้ทราบว่าจะโอนย้ายไปใช้บริการของค่ายไหน แล้วรอให้ผู้บริการรายเก่ากับรายใหม่เขาตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของหมายเลขสักระยะหนึ่ง จากนั้นผู้ให้บริการรายใหม่ก็จะแจ้งให้ท่านทราบว่า จะเริ่มใช้บริการของค่ายใหม่ได้ในวันไหน ระยะเวลาในการโอนย้ายบริการดังกล่าวนี้ กทช.เขากำหนดว่า ทุกค่ายต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นไม่น่าจะเกิน 3 วันทำการครับ

 ในการโอนย้ายจากค่ายเก่าไปค่ายใหม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อยคือ 99 บาทครับ...จริงๆ แล้วค่าธรรมเนียมโอนย้ายที่ว่านี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เคยได้รับการว่าจ้างจาก กทช.ให้ทำการศึกษาเรื่องนี้ สรุปประมาณการค่าธรรมเนียมโอนย้ายไว้ที่ 300 บาท แต่คุณสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กรรมการ กทช.กลับเห็นว่าไม่น่าจะมี แต่เมื่อเห็นว่าเป็นค่าใช้จ่ายทางธุรการ คือจำเป็นต้องมี จึงเสนอว่าน่าจะคิดเพียง 99 บาท ซึ่งอยู่ในวิสัยที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือน่าจะรับได้ จึงกำหนดเอาไว้อย่างนั้น

 เรื่องนี้ผมคิดว่า เสียค่าธรรมเนียม 99 บาท เพื่อไปรับโปรโมชั่นพิเศษของค่ายใหม่ก็คุ้มนะครับ ดีกว่าต้อง “อึดอัดใจ” กับการใช้เบอร์เดิมค่ายเก่า ที่บางครั้งบางโอกาสก็เหมือนกับถูกมัดมือชกยังไงยังงั้น...ผมว่าไหนๆ กทช.ก็ปลดเปลื้องความอึดอัดใจของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเกี่ยวกับการเปลี่ยนค่ายได้แล้ว ผมอยากจะฝากอีกเรื่องหนึ่ง คือ ขอให้พิจารณาหาทางให้การเสียค่าโทรศัพท์แบบเติมเงินแต่ใช้บริการไม่ครบตามจำนวนเงิน แล้วหมดเวลาเสียก่อน ได้มีโอกาสใช้เงินของตัวเองจนครบด้วยนะครับ

 ผมเนี่ยใช้โทรมือถือถึงลูกถึงเมียและเพื่อนๆ ครั้งหนึ่งไม่เกิน 2-3 นาทีต่อวัน แต่พอครบเดือนต้องไปเติมเงินอีกแล้ว...แบบนี้ละครับ ที่ผมอยากฝาก กทช.ได้ช่วยเหลือชาวบ้านร้านตลาดบ้างครับ อ้อ...คำว่า “นัมเบอร์พอร์ตบิลิตี้” อะไรนั่น เลิกใช้เถอะครับ ใช้คำไทยว่า “คงสิทธิ์เบอร์เดิมค่ายใหม่” ฟังแล้วเข้าใจง่ายกว่ากันเยอะนะครับ !!!

ภาณุมาศ ทักษณา