
ส.ค.ส.
เผลอประเดี๋ยวเดียวก็ใกล้จะสิ้นปี 2553 แล้ว และสิ่งที่มากับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ก็คือการส่งความสุขทั้งด้วยบัตรส่งความสุข ที่เรียกกันติดปากว่า ส.ค.ส. ของขวัญ ช่อดอกไม้ หรือขนมเค้ก ฯลฯ เนื่องจากการขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม เป็นวัฒนธรรมที่คนไทย
มีคนเคยตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าอยากรู้ว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีนั้นๆ เป็นอย่างไร ให้ดูจากจำนวน ส.ค.ส.ที่ได้รับกับปฏิทินที่บริษัทห้างร้านทำแจกลูกค้า หากปีไหนได้รับ ส.ค.ส.เป็นจำนวนมาก หรือมีปฏิทินให้ติดเต็มข้างฝา ก็ถือได้ว่าปีที่กำลังจะผ่านพ้นไปนั้น เศรษฐกิจดีเซ็งลี้ฮ้อ ถ้าปีไหน ส.ค.ส.ก็ไม่ค่อยจะมี ปฏิทินก็ไม่ค่อยได้รับแจก ก็ฟันธงได้เลยว่าตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ใครต่อใครคุยว่าดีอย่างโน้นดีอย่างนี้นั้น ไม่ค่อยจะเป็นไปตามราคาคุยสักเท่าไหร่หรอกครับ
พูดถึง ส.ค.ส.แล้ว ในสมัยก่อนนิยมทำเป็นรูปนางฟ้าโปรยดอกไม้ ประดับด้วยกากเพชร ประกอบด้วยคำอวยพรยืดยาว เช่น “เนื่องในศุภวารดิถีขึ้นปีใหม่ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงดลบันดาลให้ท่านประสบแต่ความสุขสวัสดิ์พิพัฒน์มงคล เจริญด้วยจตุพิธพรชัยทุกประการ”แต่ในปัจจุบันมักจะเป็นพระบรมฉายาลักษณ์หรือพระบรมสาทิสลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และคำอวยพรในบัตรก็จะสั้นลง บางทีก็เหลือแค่ “สวัสดีปีใหม่” เท่านั้น
การที่คำอวยพรหดสั้นลงนี้ อาจเป็นด้วยคนสมัยนี้ไม่ชอบพูดอะไรยาวๆ ประการหนึ่ง หรือการขาดแคลนความสุขที่จะมอบให้แก่กันอีกประการหนึ่ง ความจริง การไม่ชอบพูดอะไรยาวๆ นั้น เป็นลักษณะนิสัยของคนไทยโดยทั่วไป เพราะพื้นฐานของภาษาไทยมาจากคำโดด เช่น กิน เดิน นั่ง นอน ถ้าให้พูดคำยาวๆ อย่างรับประทานข้าว ก็จะย่อเหลือแต่ทานข้าว เป็นต้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรที่คำอวยพรประเภทบรรยายความตามไท้ เสด็จยาตร จะถูกย่นย่อให้เหลือเพียงไม่กี่คำ
แต่การขาดแคลนความสุขเป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะย้อนหลังไปในสมัยก่อน เมืองไทยได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งสันติสุข ผู้คนมีกินมีใช้กันตามอัตภาพ ไม่ต้องดิ้นรนขวนขวายอะไรมาก ผิดกับในยุคปัจจุบันที่ต้องตีนถีบปากกัด และเผชิญกับปัญหานานาชนิด จนหลายคนไม่มีโอกาสได้รู้จักความสุขที่แท้จริง จึงไม่รู้ว่าจะเอาความสุขที่ไหนไปส่งให้คนอื่นได้
แต่หากสอบถามคนที่บอกว่าไม่มีความสุขดู ก็จะพบว่าสิ่งที่เขาคิดว่าเป็น “ความสุข” นั้น แท้จริงแล้ว มันอาจไม่ใช่อย่างที่เขาคิดก็ได้ เช่นการไม่มีบ้านหลังใหญ่อยู่ การไม่มีรถยนต์ขี่ การไม่มีโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุด การไม่มีสิ่งที่คนอื่นมี จนลืมคิดไปว่า เขาเองก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คนอื่นอาจจะไม่มี เช่นครอบครัวที่อบอุ่น การไม่ต้องเป็นกังวลหาเงินมาผ่อนรถยนต์ในแต่ละเดือน หรือการไม่ต้องกลัวว่าจะถูกคนทำร้ายเพื่อแย่งชิงข้าวของมีค่า และความสุขที่แท้จริงนั้น ไม่ได้อยู่ที่การมีชีวิตตามกระแสนิยมหรือตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของการโฆษณาสินค้า หากอยู่ที่ความพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมี และความสุขที่แท้จริงไม่ใช่สินค้าสำเร็จรูปหรือเฟอร์นิเจอร์น็อกดาวน์ที่มีวางขายทั่วไปให้ซื้อไปแกะกล่องหรือประกอบเองที่บ้าน แต่ความสุขเป็นศิลปะเฉพาะตัวที่แต่ละคนต้องเรียนรู้และสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง ตามวิธีการที่แตกต่างกันออกไป
ถ้าถามว่าแล้วความสุขจะส่งให้กันทางไปรษณีย์ด้วยบัตร ส.ค.ส.ได้ไหม? ผมยืนยันว่าได้ครับ เพราะการแสดงความปรารถนาดี หรือการมอบความรู้สึกนึกคิดดีๆ ให้แก่กันนั้น เป็นสิ่งที่สร้างความสุขให้แก่ทั้งตัวผู้รับและผู้ส่ง เพราะเพียงแค่คุณคิดดีกับคนอื่นคุณก็มีความสุขแล้วละครับ และเมื่อคนอื่นได้รู้ว่าคุณคิดดีต่อเขา เขาก็จะมีความสุข และมีความรู้สึกดีต่อคุณเช่นเดียวกัน
ปี 2553 อาจไม่ใช่ปีที่คุณมีความสุขมากมายนัก แต่ถ้าคุณเจียดความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณพอจะแบ่งปันได้ ให้แก่เพื่อนฝูงและคนอื่นๆ ด้วยบัตร ส.ค.ส. ใบเล็กๆ และถ้อยคำดีๆ ไม่กี่คำ อาจจะช่วยทำให้เพื่อนของคุณและคนที่ได้รับ ส.ค.ส. มีความสุขมากขึ้นในปี 2554 ก็ได้ครับ
ครับ ปีใหม่นี้อย่าลืมส่งความสุขถึงกันนะครับ



